เตวิชชสูตร: แถวคนตาบอดกับทางที่ไม่มีใครเคยเห็น
เตวิชฺชสุตฺตํมาณพสองคนเถียงกันว่าทางไปพรหมของอาจารย์ใครตรงกว่า พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าไม่มีใครในสายนั้นเคยเห็นพรหม แล้วทรงยกอุ…
มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺส อปทานํ
พราหมณ์ผู้ได้ยินพระพุทธเจ้าตั้งสาวกผู้แตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ไว้ในเอตทัคคะ แล้วปรารถนาตำแหน่งนั้นเอง จนภายหลังตอบคำถามของพระสารีบุตรได้โดยไม่ขัดข้อง
ในมหาโกฏฐิตเถราปทาน อปทาน ขุททกนิกาย (กัจจายนวรรคที่ ๕๔) พระมหาโกฏฐิตเถระเล่าว่า ครั้งพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านเป็นพราหมณ์ผู้เรียนจบไตรเพทชาวนครหงสวดี ได้ฟังพระธรรมเทศนาและได้เห็นพระองค์ทรงตั้งสาวกผู้แตกฉานในปฏิสัมภิทา ฉลาดในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ
ท่านชอบใจในคุณข้อนั้น จึงนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมสาวกให้ฉันถึง ๗ วัน ถวายผ้า แล้วหมอบลงแทบพระบาทปรารถนาฐานันดรนั้น คาถาพยากรณ์กล่าวว่าเพราะการบริจาคทานด้วยศรัทธาและเพราะการสดับพระธรรมเทศนา ท่านจะได้เป็นสาวกของพระโคดมพุทธเจ้า มีนามว่าโกฏฐิตะ
ในภพสุดท้าย ท่านเป็นบุตรพราหมณ์ในนครสาวัตถี มารดาชื่อจันทวดี บิดาชื่ออัสสลายนะ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแนะนำบิดาของท่าน ท่านก็เลื่อมใสและออกบวช โดยมีพระโมคคัลลานะเป็นอาจารย์และพระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์ คาถาว่าท่านตัดทิฏฐิพร้อมทั้งรากได้ในขณะที่กำลังปลงผม และบรรลุอรหัตขณะกำลังนุ่งผ้ากาสาวะ
สิ่งที่จุดความปรารถนาของท่านไม่ใช่ลาภหรือชื่อเสียง แต่คือการได้ยินพระพุทธเจ้าตั้งสาวกผู้แตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ไว้ในเอตทัคคะ ท่านจึงถวายทานและปรารถนาฐานันดรนั้น
เวลาชื่นชมใคร ให้ระบุให้ได้ว่าชื่นชมที่คุณสมบัติข้อไหน แล้วตั้งเป้าที่คุณสมบัตินั้น ไม่ใช่ที่ตำแหน่งของเขา
คาถาระบุชัดว่า พระโมคคัลลานะเป็นอาจารย์ และพระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์ของท่าน เป็นการอยู่ใกล้พระอัครสาวกทั้งสองรูปซึ่งเด่นคนละด้าน
อย่าพึ่งครูคนเดียว หาคนที่เก่งคนละแบบไว้รอบตัว เพราะแต่ละคนจะเห็นจุดที่เราพลาดคนละจุด
คาถาว่า ท่านตัดทิฏฐิพร้อมด้วยมูลรากเสียได้ในเมื่อกำลังปลงผม และเมื่อกำลังนุ่งผ้ากาสาวะก็ได้บรรลุอรหัต การเปลี่ยนภายในเกิดพร้อมกับพิธีภายนอก ไม่ได้รอให้ผ่านไปนาน ๆ ก่อน
เมื่อเริ่มสิ่งใหม่ ให้ตั้งใจวางความเชื่อเก่าที่ขวางอยู่ตั้งแต่วันแรก อย่าค่อย ๆ ปล่อยให้มันตามเข้ามาทีหลัง
คาถาว่าปัญญาของท่านแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ พระผู้มีพระภาคจึงทรงตั้งท่านไว้ในเอตทัคคะ สี่ข้อนี้คือรู้ความหมาย รู้หลัก ใช้ภาษาได้ตรง และตอบได้ทันสถานการณ์
ก่อนอธิบายเรื่องยาก ถามตัวเองสี่ข้อ คนฟังจะได้ความหมายอะไร หลักคืออะไร ใช้คำไหนเขาถึงเข้าใจ และถ้าเขาถามแย้งจะตอบอย่างไร
คาถาว่าท่านอันพระอุปติสสะไต่ถามในปฏิสัมภิทา ก็แก้ได้ไม่ขัดข้อง อุปติสสะเป็นชื่อเดิมของพระสารีบุตรผู้เป็นอุปัชฌาย์ของท่านเอง ความแตกฉานของท่านจึงผ่านการตรวจสอบจริง
ถ้าอยากรู้ว่าเราเข้าใจเรื่องหนึ่งจริงไหม ให้คนที่เก่งกว่าซักถาม การอ่านซ้ำคนเดียวไม่บอกอะไรเท่าการถูกถาม
ท่านสรุปเองว่า เพราะตอบคำถามได้ไม่ขัดข้องนั่นเอง ท่านจึงเป็นผู้เลิศในพระพุทธศาสนาด้านปฏิสัมภิทา คำยกย่องตามหลังความสามารถที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่นำหน้า
อย่ารีบไล่ตามตำแหน่งหรือใบรับรอง ทำให้ตัวเองเป็นคนที่คนอื่นเรียกใช้แล้วได้ผลก่อน ส่วนที่เหลือจะตามมาเอง
ปฏิสัมภิทาสี่ที่พระเถระได้รับยกย่อง คือความแตกฉานในอรรถ ธรรม นิรุตติ และปฏิภาณ ฟังดูเป็นเรื่องของนักปราชญ์ แต่ที่จริงเป็นทักษะของคนที่ต้องอธิบายอะไรให้ใครฟังทุกวัน
อรรถคือรู้ว่าเรื่องนี้หมายถึงอะไร ธรรมคือรู้ว่าอะไรเป็นหลักที่รองรับอยู่ นิรุตติคือใช้ภาษาให้ตรงและให้คนฟังเข้าใจ ส่วนปฏิภาณคือตอบสถานการณ์เฉพาะหน้าได้โดยไม่หลุดจากสามข้อแรก ครู หมอ ผู้จัดการ หรือคนที่ต้องตอบคำถามลูกค้า ล้วนใช้ทั้งสี่ข้อนี้พร้อมกัน
อีกรายละเอียดที่น่าสนใจคือ ท่านมีทั้งอาจารย์และอุปัชฌาย์ที่เป็นพระอัครสาวกทั้งสองรูป และท่านถูกพระสารีบุตรซักถามในปฏิสัมภิทาจริง ๆ ความเลิศของท่านไม่ได้วัดจากคำยกย่อง แต่วัดจากการถูกถามแล้วตอบได้
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
มาณพสองคนเถียงกันว่าทางไปพรหมของอาจารย์ใครตรงกว่า พระพุทธเจ้าทรงชี้ว่าไม่มีใครในสายนั้นเคยเห็นพรหม แล้วทรงยกอุ…
อปทานของหญิงสหายสามคนที่สร้างอารามร่วมกัน และของพระเถรีหลายหมื่นรูปที่เล่าว่าเคยสร้างสะพานข้ามแม่น้ำคงคาร่วมกั…
ใครพลาดอริยมรรคก็พลาดทางสิ้นทุกข์ ใครเริ่มก็ได้เริ่มทางนั้น ในหมู่มนุษย์ผู้ถึงฝั่งมีน้อย คนส่วนมากวิ่งเลียบฝั่…
เรื่องตัดสินจริงในสิกขาบทห้ามลักทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงถามภิกษุแต่ละรูปว่ามีจิตอย่างไร การเก็บของไว้คืนเจ้าของ ก…