กรรณกัตถลสูตร: รู้ทุกสิ่งในคราวเดียวไม่มี
หลักธรรมพื้นฐาน

กรรณกัตถลสูตร: รู้ทุกสิ่งในคราวเดียวไม่มี

กณฺณกตฺถลสุตฺตํ

พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลถามเรื่องการรู้เห็นทุกสิ่ง วรรณะทั้งสี่ เทวดา และพรหม พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีใครรู้เห็นทุกสิ่งในคราวเดียว และผู้มีองค์ของความเพียร ๕ ไม่ว่าวรรณะใด เมื่อหลุดพ้นแล้วก็ไม่ต่างกัน เหมือนไฟจากไม้ต่างชนิด

๗ ข้อ

ในกรรณกัตถลสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าประทับที่กรรณกัตถลมิคทายวัน ใกล้อุทัญญานคร พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จมาเฝ้า พร้อมนำความเคารพจากพระภคินีโสมาและสกุลามาทูลด้วย

พระราชาทูลถามว่า ได้ยินมาว่าพระสมณโคดมตรัสว่า ไม่มีสมณพราหมณ์ใดรู้ทุกสิ่งเห็นทุกสิ่ง จริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้พูดเช่นนั้นกล่าวตู่พระองค์ สิ่งที่พระองค์ตรัสจริงคือ ไม่มีสมณพราหมณ์ใดจะรู้ทุกสิ่งเห็นทุกสิ่งได้ในคราวเดียว

จากนั้นพระราชาทูลถามเรื่องวรรณะทั้งสี่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงองค์ของผู้มีความเพียร ๕ และตรัสว่า เมื่อความเพียรเสมอกัน ความหลุดพ้นของแต่ละวรรณะไม่ต่างกันเลย ต่อด้วยคำถามเรื่องเทวดาและพรหม ซึ่งพระอานนท์ช่วยตอบวิฑูฑภเสนาบดีด้วยอุปมาเรื่องอาณาเขตของพระราชา

  1. ไม่มีใครรู้เห็นทุกสิ่งในคราวเดียว เนตํ ฐานํ วิชฺชติ

    พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่อ้างว่าพระองค์ตรัสว่าไม่มีสมณพราหมณ์ใดรู้ทุกสิ่งเห็นทุกสิ่ง เป็นการกล่าวตู่ สิ่งที่ตรัสไว้คือ ไม่มีสมณพราหมณ์ใดจะรู้ทุกสิ่งเห็นทุกสิ่งได้ในคราวเดียว ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาอ้างคำพูดของใคร ให้ระวังคำเล็ก ๆ อย่าง "ในคราวเดียว" หรือ "บางครั้ง" เพราะตัดออกเพียงคำเดียว ความหมายก็เปลี่ยนไปทั้งประโยค

  2. ถามหาต้นตอของคำพูด กณฺณกตฺถลสุตฺตํ

    พระราชาตรัสถามวิฑูฑภเสนาบดีว่าใครพูดเรื่องนี้ในพระนคร เสนาบดีทูลว่าสญชัยพราหมณ์อากาสโคตร แต่เมื่อสญชัยมาถึงและถูกถาม เขากลับทูลว่าวิฑูฑภเสนาบดีเป็นคนพูด ต่างฝ่ายต่างชี้ไปที่อีกคน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อได้ยินว่า "เขาว่ากันว่า..." ให้ถามกลับว่าใครพูด พูดไว้ที่ไหน ถ้าหาต้นตอไม่ได้ ก็ยังไม่ควรส่งต่อ

  3. วรรณะทั้งสี่ในสายตาสังคม จตฺตาโร วณฺณา

    เมื่อพระราชาถามว่าวรรณะทั้งสี่ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ต่างกันหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ในทางสังคม กษัตริย์และพราหมณ์เป็นผู้ที่คนกราบไหว้และลุกรับ พระราชาจึงทูลว่าไม่ได้ถามเรื่องปัจจุบัน แต่ถามเรื่องภพหน้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แยกให้ออกระหว่างสถานะที่สังคมมอบให้ กับคุณค่าที่แท้ของคน ตำแหน่งสูงได้รับความเคารพตามธรรมเนียม แต่ไม่ได้รับประกันคุณธรรม

  4. องค์ ๕ ใช้ได้กับทุกวรรณะ ปญฺจ ปธานิยงฺคานิ

    พระพุทธเจ้าทรงแสดงองค์ของผู้มีความเพียร ๕ คือ มีศรัทธาในการตรัสรู้ของพระตถาคต มีอาพาธน้อย ไม่โอ้อวดไม่มีมายา ปรารภความเพียร และมีปัญญาเห็นความเกิดดับ แล้วตรัสว่าถ้าคนทั้งสี่วรรณะมีองค์เหล่านี้ ก็จะเป็นประโยชน์และความสุขแก่เขาตลอดกาลนาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาคัดเลือกคนหรือให้โอกาสใคร ให้ดูที่ความตั้งใจ ความซื่อตรง และความสามารถ มากกว่าภูมิหลังหรือนามสกุล

  5. ต่างกันที่ความเพียร ปธานเวมตฺตตํ วทามิ

    ทรงเปรียบกับช้าง ม้า หรือโคที่ควรฝึก สัตว์คู่ที่ฝึกดีแล้วย่อมเข้าถึงภูมิของสัตว์ที่ฝึกแล้ว ส่วนคู่ที่ไม่ได้ฝึกย่อมไม่ถึง เช่นเดียวกัน ผลที่คนมีศรัทธา สุขภาพดี ซื่อตรง เพียร และมีปัญญาจะได้ คนที่ขาดสิ่งเหล่านี้ย่อมไม่ได้ ความต่างจึงอยู่ที่ความเพียร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นใครก้าวหน้ากว่า ให้ดูว่าเขาฝึกอะไรมาบ้าง แทนการคิดว่าเขาเกิดมาดีกว่า

  6. ไฟจากไม้ต่างชนิดไม่ต่างกัน วิมุตฺติยา วิมุตฺตึ

    เมื่อคนทั้งสี่วรรณะมีองค์ ๕ และเพียรชอบเสมอกัน พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่มีความต่างกันเลยระหว่างความหลุดพ้นกับความหลุดพ้น เหมือนไฟที่ก่อจากไม้สาละแห้ง ไม้มะม่วงแห้ง และไม้มะเดื่อแห้ง เปลว สี และแสงของไฟก็ไม่ต่างกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทำงานร่วมกับคนต่างภูมิหลัง ระลึกว่าความดีและความสงบที่แต่ละคนเข้าถึงได้มีคุณค่าเท่ากัน ไม่ว่าเริ่มต้นมาจากไหน

  7. เทวดาและพรหม กับคำตอบของพระอานนท์ กณฺณกตฺถลสุตฺตํ

    พระราชาทูลถามว่าเทวดามีจริงหรือ และมาสู่โลกนี้หรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเทวดาที่ยังมีทุกข์ยังมาสู่โลกนี้ ที่ไม่มีทุกข์ไม่มา วิฑูฑภเสนาบดีถามว่าพวกที่มีทุกข์จะขับไล่พวกที่ไม่มีทุกข์ได้ไหม พระอานนท์ย้อนถามว่าพระเจ้าปเสนทิสั่งให้ใครออกจากที่ได้เฉพาะในแคว้นของพระองค์ใช่ไหม และจะสั่งเทวดาชั้นดาวดึงส์ได้ไหม เสนาบดีตอบว่าแม้แต่จะมองเห็นก็ทำไม่ได้ พระอานนท์จึงว่าเทวดาที่ยังมีทุกข์ก็ไม่อาจแม้แต่จะเห็นเทวดาที่ไม่มีทุกข์ เรื่องพรหมก็ตรัสตอบทำนองเดียวกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อำนาจของใครก็มีขอบเขต เมื่อกังวลว่าคนมีอำนาจจะมาทำลายความสงบในใจเรา ให้ระลึกว่าความสงบที่แท้อยู่นอกเขตที่อำนาจแบบนั้นเอื้อมถึง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้มีบทเรียนเรื่องการฟังข่าวลือที่ใช้ได้ทันที คำพูดของพระพุทธเจ้าถูกส่งต่อจนความหมายเพี้ยน และเมื่อถามหาต้นตอ สญชัยพราหมณ์กับวิฑูฑภเสนาบดีก็ต่างชี้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนพูด ก่อนเชื่อหรือแชร์คำพูดของใคร จึงควรกลับไปฟังจากต้นฉบับ

อีกข้อคือเรื่องความเท่าเทียม พระพุทธเจ้าไม่ได้ปฏิเสธว่าในสังคมยังมีการยกย่องคนต่างกัน แต่ชี้ว่าในเรื่องความหลุดพ้น สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือความเพียรและคุณสมบัติของแต่ละคน ไม่ใช่ชาติกำเนิด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สามัญญผลสูตร: เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วยอมรับตามจริง

อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา

ตอนจบของสามัญญผลสูตร พระเจ้าอชาตศัตรูทรงสารภาพว่าปลงพระชนม์พระบิดาเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าไม่ทรงล…