สัปปุริสธรรม ๗
ข้อปฏิบัติ

สัปปุริสธรรม ๗

สตฺต สปฺปุริสธมฺมา

คุณสมบัติของคนดีที่น่าคบ ๗ ข้อ — รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้ชุมชน และรู้จักคน

๗ ข้อ

สัปปุริสธรรม ๗ คือคุณสมบัติของสัตบุรุษหรือคนดีที่แท้ ทั้ง ๗ ข้อขึ้นต้นด้วยคำว่า “รู้” ทั้งหมด เพราะความเป็นคนดีในพระพุทธศาสนาไม่ได้วัดที่ความอ่อนโยนอย่างเดียว แต่วัดที่ความรู้จักใช้ปัญญาให้ถูกเรื่อง ถูกคน และถูกเวลา

หลักนี้ใช้ได้สองทาง คือใช้พัฒนาตัวเอง และใช้เป็นเกณฑ์ดูว่าคนที่เรากำลังจะคบหรือร่วมงานด้วยนั้น มีวุฒิภาวะพอหรือยัง

  1. ธัมมัญญุตา — รู้จักเหตุ ธมฺมญฺญุตา

    รู้หลักและรู้เหตุ คือรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ตั้งอยู่บนหลักการอะไร และอะไรเป็นเหตุให้เกิดผลแบบไหน ไม่ทำไปตามความเคยชินโดยไม่รู้ที่มา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนทำตามขั้นตอนใด ๆ ในที่ทำงาน ลองถามว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้” การรู้เหตุผลเบื้องหลังทำให้ปรับใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้ ไม่ใช่ทำได้แค่แบบเดิม

  2. อัตถัญญุตา — รู้จักผล อตฺถญฺญุตา

    รู้ความมุ่งหมายและผลที่จะเกิดขึ้น ว่าสิ่งที่ทำนี้ทำไปเพื่ออะไร และจะนำไปสู่อะไรในระยะยาว ไม่ใช่ทำเพราะมีคนสั่งมาเท่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลารับงานใหม่ ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าความสำเร็จของงานนี้หน้าตาเป็นอย่างไร งานที่รู้เป้าหมายตั้งแต่แรกมักไม่ต้องรื้อทำใหม่ตอนท้าย

  3. อัตตัญญุตา — รู้จักตน อตฺตญฺญุตา

    รู้ฐานะ กำลัง ความรู้ ความถนัด และคุณธรรมของตนตามจริง แล้ววางตัวให้เหมาะ ไม่ประเมินตัวเองสูงหรือต่ำเกินไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    กล้าบอกว่า “เรื่องนี้ผมยังไม่ถนัด ขอเวลาศึกษา” คนที่รู้ขอบเขตของตัวเองชัด มักได้รับความไว้ใจมากกว่าคนที่รับปากทุกเรื่อง

  4. มัตตัญญุตา — รู้จักประมาณ มตฺตญฺญุตา

    รู้จักพอดีในการกิน ใช้จ่าย พักผ่อน ทำงาน และแม้แต่ในการทำความดี เพราะสิ่งที่ดีถ้าเกินพอดีก็กลายเป็นโทษได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตั้งเพดานไว้ล่วงหน้าในเรื่องที่รู้ตัวว่าเผลอง่าย เช่น งบใช้จ่ายต่อเดือน หรือชั่วโมงทำงานต่อวัน การกำหนดตอนใจปกติ ง่ายกว่าการห้ามใจตอนกำลังเพลิน

  5. กาลัญญุตา — รู้จักกาล กาลญฺญุตา

    รู้เวลาอันควร ว่าเวลาไหนควรทำอะไร ควรพูดเมื่อไร ควรเงียบเมื่อไร และควรรอจังหวะแค่ไหน เรื่องเดียวกันพูดต่างเวลาให้ผลต่างกันมาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เรื่องที่ต้องคุยจริงจังกับใคร อย่าเปิดตอนเขาเหนื่อยหรือกำลังรีบ นัดเวลาที่ทั้งสองฝ่ายพร้อม แล้วบทสนทนาเดียวกันจะจบลงคนละแบบ

  6. ปริสัญญุตา — รู้จักชุมชน ปริสญฺญุตา

    รู้จักที่ประชุมและกลุ่มคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ว่าที่นั่นมีธรรมเนียมอย่างไร ควรวางตัวและพูดจาแบบไหนจึงจะเหมาะสม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เข้าที่ใหม่ให้ฟังมากกว่าพูดในช่วงแรก สังเกตว่าเขาตัดสินใจกันอย่างไรและให้เกียรติกันแบบไหน แล้วค่อยเสนอสิ่งที่เราเห็นว่าควรปรับ

  7. ปุคคลปโรปรัญญุตา — รู้จักบุคคล ปุคฺคลปโรปรญฺญุตา

    รู้จักความแตกต่างของแต่ละคน ว่าใครมีอัธยาศัยอย่างไร ควรคบแบบไหน สอนแบบไหน และมอบงานแบบไหนจึงจะได้ผลดีทั้งสองฝ่าย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าใช้วิธีเดียวกับทุกคน บางคนต้องการคำแนะนำละเอียด บางคนต้องการแค่โจทย์แล้วปล่อยให้ทำ การปรับวิธีให้ตรงกับคน คือทักษะที่แยกหัวหน้าที่ดีออกจากหัวหน้าทั่วไป

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือรู้ประมาณกับรู้กาล — เนื้อหาถูกต้องแต่พูดผิดเวลา หรือหวังดีแต่ทำเกินพอดี กลายเป็นผลเสียทั้งที่ตั้งใจดี

ก่อนจะพูดหรือทำอะไรกับคนอื่น ลองไล่คำถามสั้น ๆ ว่า ตอนนี้เหมาะไหม มากไปหรือเปล่า และคนตรงหน้ารับแบบไหนได้ แค่สามคำถามนี้ก็ครอบคลุมสามข้อท้ายของสัปปุริสธรรมแล้ว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สามัญญผลสูตร: เห็นความผิดเป็นความผิด แล้วยอมรับตามจริง

อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา

ตอนจบของสามัญญผลสูตร พระเจ้าอชาตศัตรูทรงสารภาพว่าปลงพระชนม์พระบิดาเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าไม่ทรงล…