บุญกิริยาวัตถุ ๓
ตีณิ ปุญฺญกิริยาวตฺถูนิที่ตั้งของการทำบุญ ๓ ทาง — ทาน ศีล ภาวนา ครบทั้งการให้ การไม่เบียดเบียน และการพัฒนาใจ
สตฺต สปฺปุริสธมฺมา
คุณสมบัติของคนดีที่น่าคบ ๗ ข้อ — รู้เหตุ รู้ผล รู้ตน รู้ประมาณ รู้กาล รู้ชุมชน และรู้จักคน
สัปปุริสธรรม ๗ คือคุณสมบัติของสัตบุรุษหรือคนดีที่แท้ ทั้ง ๗ ข้อขึ้นต้นด้วยคำว่า “รู้” ทั้งหมด เพราะความเป็นคนดีในพระพุทธศาสนาไม่ได้วัดที่ความอ่อนโยนอย่างเดียว แต่วัดที่ความรู้จักใช้ปัญญาให้ถูกเรื่อง ถูกคน และถูกเวลา
หลักนี้ใช้ได้สองทาง คือใช้พัฒนาตัวเอง และใช้เป็นเกณฑ์ดูว่าคนที่เรากำลังจะคบหรือร่วมงานด้วยนั้น มีวุฒิภาวะพอหรือยัง
รู้หลักและรู้เหตุ คือรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ตั้งอยู่บนหลักการอะไร และอะไรเป็นเหตุให้เกิดผลแบบไหน ไม่ทำไปตามความเคยชินโดยไม่รู้ที่มา
ก่อนทำตามขั้นตอนใด ๆ ในที่ทำงาน ลองถามว่า “ทำไมต้องทำแบบนี้” การรู้เหตุผลเบื้องหลังทำให้ปรับใช้กับสถานการณ์ใหม่ได้ ไม่ใช่ทำได้แค่แบบเดิม
รู้ความมุ่งหมายและผลที่จะเกิดขึ้น ว่าสิ่งที่ทำนี้ทำไปเพื่ออะไร และจะนำไปสู่อะไรในระยะยาว ไม่ใช่ทำเพราะมีคนสั่งมาเท่านั้น
เวลารับงานใหม่ ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าความสำเร็จของงานนี้หน้าตาเป็นอย่างไร งานที่รู้เป้าหมายตั้งแต่แรกมักไม่ต้องรื้อทำใหม่ตอนท้าย
รู้ฐานะ กำลัง ความรู้ ความถนัด และคุณธรรมของตนตามจริง แล้ววางตัวให้เหมาะ ไม่ประเมินตัวเองสูงหรือต่ำเกินไป
กล้าบอกว่า “เรื่องนี้ผมยังไม่ถนัด ขอเวลาศึกษา” คนที่รู้ขอบเขตของตัวเองชัด มักได้รับความไว้ใจมากกว่าคนที่รับปากทุกเรื่อง
รู้จักพอดีในการกิน ใช้จ่าย พักผ่อน ทำงาน และแม้แต่ในการทำความดี เพราะสิ่งที่ดีถ้าเกินพอดีก็กลายเป็นโทษได้
ตั้งเพดานไว้ล่วงหน้าในเรื่องที่รู้ตัวว่าเผลอง่าย เช่น งบใช้จ่ายต่อเดือน หรือชั่วโมงทำงานต่อวัน การกำหนดตอนใจปกติ ง่ายกว่าการห้ามใจตอนกำลังเพลิน
รู้เวลาอันควร ว่าเวลาไหนควรทำอะไร ควรพูดเมื่อไร ควรเงียบเมื่อไร และควรรอจังหวะแค่ไหน เรื่องเดียวกันพูดต่างเวลาให้ผลต่างกันมาก
เรื่องที่ต้องคุยจริงจังกับใคร อย่าเปิดตอนเขาเหนื่อยหรือกำลังรีบ นัดเวลาที่ทั้งสองฝ่ายพร้อม แล้วบทสนทนาเดียวกันจะจบลงคนละแบบ
รู้จักที่ประชุมและกลุ่มคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ว่าที่นั่นมีธรรมเนียมอย่างไร ควรวางตัวและพูดจาแบบไหนจึงจะเหมาะสม
เข้าที่ใหม่ให้ฟังมากกว่าพูดในช่วงแรก สังเกตว่าเขาตัดสินใจกันอย่างไรและให้เกียรติกันแบบไหน แล้วค่อยเสนอสิ่งที่เราเห็นว่าควรปรับ
รู้จักความแตกต่างของแต่ละคน ว่าใครมีอัธยาศัยอย่างไร ควรคบแบบไหน สอนแบบไหน และมอบงานแบบไหนจึงจะได้ผลดีทั้งสองฝ่าย
อย่าใช้วิธีเดียวกับทุกคน บางคนต้องการคำแนะนำละเอียด บางคนต้องการแค่โจทย์แล้วปล่อยให้ทำ การปรับวิธีให้ตรงกับคน คือทักษะที่แยกหัวหน้าที่ดีออกจากหัวหน้าทั่วไป
ข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือรู้ประมาณกับรู้กาล — เนื้อหาถูกต้องแต่พูดผิดเวลา หรือหวังดีแต่ทำเกินพอดี กลายเป็นผลเสียทั้งที่ตั้งใจดี
ก่อนจะพูดหรือทำอะไรกับคนอื่น ลองไล่คำถามสั้น ๆ ว่า ตอนนี้เหมาะไหม มากไปหรือเปล่า และคนตรงหน้ารับแบบไหนได้ แค่สามคำถามนี้ก็ครอบคลุมสามข้อท้ายของสัปปุริสธรรมแล้ว
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ที่ตั้งของการทำบุญ ๓ ทาง — ทาน ศีล ภาวนา ครบทั้งการให้ การไม่เบียดเบียน และการพัฒนาใจ
เครื่องผูกใจไว้กับทุกข์ ๑๐ อย่าง — แผนที่บอกว่าการปฏิบัติคืบไปถึงไหนแล้ว วัดจากสิ่งที่ละได้ ไม่ใช่จากความรู้สึ…
ตอนจบของสามัญญผลสูตร พระเจ้าอชาตศัตรูทรงสารภาพว่าปลงพระชนม์พระบิดาเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าไม่ทรงล…
พระเถระหลายรูปเปิดคาถาของตนด้วยการบอกว่าเคยเป็นพรานเนื้อหรือคนฆ่าสัตว์ขาย และบอกตรง ๆ ว่ากุศลกรรมของตนไม่มี ก่…