ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

บาลีโรมัน (มหาสังคีติ) · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๓๒ · ๕๗๔ หน้า

สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๔๒๒ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น

  1. หน้า ๑–๙ พุทธาปทาน (ปฐมํ พุทฺธาปทานํ) พระพุทธเจ้าทรงเล่าแก่พระอานนท์ผู้ทูลถามว่าเหตุใดพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงบรรลุความเป็นสัพพัญญู โดยทรงย้อนเล่าว่าในอดีตกาลเมื่อทรงตั้งความปรารถนาพุทธภูมิ ทรงนิรมิตปราสาทแก้วอันวิจิตรไปทั่วจักรวาล เนรมิตทวารเชิญพระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ทั้งอดีตและปัจจุบันพร้อมสาวกเสด็จเข้าไปเสวยและใช้สอย ถวายเครื่องบูชา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ดนตรีทิพย์ และแผ่ส่วนบุญแก่สรรพสัตว์ทั่วโลกธาตุ ด้วยกุศลกรรมนี้ประกอบกับการบำเพ็ญบารมีสิบประการ (ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา) ต
  2. หน้า ๑๐–๒๑ ปัจเจกพุทธาปทาน (ทุติยํ ปจฺเจกพุทฺธาปทานํ) พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าบรรลุธรรมได้ด้วยตนเองแม้ไม่มีพระพุทธเจ้าทรงสอน อาศัยเพียงสิ่งเร้าเล็กน้อยประกอบกับปัญญาแก่กล้าและความสังเวชในโลก เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นคาถาขัคควิสาณสูตร (เขาสัตว์แรด) อันเป็นคำสอนให้ละความผูกพันในมิตรสหาย บุตร ภรรยา ทรัพย์สมบัติ และกามคุณ ให้หลีกเร้นบำเพ็ญฌานและศีลอย่างสันโดษดุจ "เที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด" สรุปว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าแม้ไม่มีครูสอนก็เป็นประทีปส่องโลก มีคุณธรรมลึกซึ้งเสมอด้วยราชสีห์และดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเหนือหมู่ดาว
  3. หน้า ๒๒–๔๕ พระสารีบุตรเถราปทาน (ตติยํ สารีปุตฺตตฺเถราปทานํ) พระสารีบุตรทรงเล่าอดีตชาติเมื่อเป็นดาบสชื่อสุรุจิ อาศัยอยู่ในอาศรมงดงามใกล้เขาหิมพานต์ มีศิษย์ดาบส ๒๔,๐๐๐ คน คราวหนึ่งพบพระพุทธเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสีเสด็จมาประทับนั่งในป่า จึงนำดอกไม้แปดดอกไปบูชาและกล่าวคาถาสรรเสริญพระปัญญาคุณอันหาประมาณมิได้ของพระองค์อย่างพิสดาร ด้วยอานิสงส์นี้ ท่านท่องเที่ยวในสุคติหลายภพจนชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณีนามสารี ชื่อสารีบุตร สละทรัพย์มหาศาลออกบวชแสวงหาโมกขธรรม จนได้พบพระอัสสชิเถระผู้แสดงคาถา "เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา" (ปฏิจจสมุปบาท) ทำให้บรรลุโสดาปัตติผล จากนั้นชวนสหา
  4. หน้า ๔๕–๔๘ พระมหาโมคคัลลานเถราปทาน (จตุตฺถํ มหาโมคฺคลฺลานตฺเถราปทานํ) ในอดีตชาติเป็นพญานาคชื่อวรุณอาศัยในมหาสมุทร สมัยพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ได้ฟังเสียงดนตรีทิพย์และรู้ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงกราบทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์แสนรูปมายังภพของตนและถวายภัตตาหาร ด้วยผลบุญนี้ท่านเวียนว่ายเกิดเป็นเทวดาและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง จนชาติสุดท้ายเกิดเป็นโกลิตะ (พระมหาโมคคัลลานะ) อัครสาวกเบื้องซ้ายผู้เลิศทางฤทธิ์ ท่านยังสารภาพว่าในชาติหนึ่งถูกมิตรชั่วชักจูงให้ฆ่าบิดามารดาด้วยอำนาจกิเลส ผลกรรมนั้นตามส่งผลให้ถูกโจรทุบจนศีรษะแตกตายแม้ในชาติสุดท้ายที่เป็นพระอรหันต์แล้ว
  5. หน้า ๔๘–๕๐ พระมหากัสสปเถราปทาน (ปญฺจมํ มหากสฺสปตฺเถราปทานํ) หลังพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่านพร้อมญาติมิตรร่วมกันสร้างเจดีย์และมณฑปบูชาอันวิจิตรตระการตาสูงเสียดฟ้าเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยกุศลกรรมนี้ท่านได้เกิดเป็นเทวดาผู้มีวิมานรุ่งเรือง เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอุพพิทธะและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีกหลายสิบครั้งในกัปภัทรกัป ครองนครรัมมกะอันโอฬาร จนชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์มั่งคั่ง สละทรัพย์แปดสิบโกฏิออกบวช คือพระมหากัสสปะ
  6. หน้า ๕๑–๕๒ พระอนุรุทธเถราปทาน (ฉฏฺฐํ อนุรุทฺธตฺเถราปทานํ) ในสมัยพระพุทธเจ้าสุเมธ ท่านเห็นพระพุทธองค์ประทับเจริญฌานอยู่โคนไม้ยามพลบค่ำโดยไม่มีแสงประทีป จึงทูลขอถวายประทีปและจุดตะเกียงพันไส้บูชาตลอดเจ็ดวัน ด้วยอานิสงส์การถวายประทีปนี้ท่านได้เกิดเป็นเทวดาผู้มีวิมานสว่างไสว เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๒๘ ครั้ง เป็นเทวราชปกครองสวรรค์ ๓๐ กัป และได้ทิพยจักษุมองเห็นได้ไกล จนชาติสุดท้ายคือพระอนุรุทธะผู้เลิศทางทิพยจักษุ
  7. หน้า ๕๒–๕๓ พระปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน (สตฺตมํ ปุณฺณมนฺตานีปุตฺตตฺเถราปทานํ) ในอดีตชาติเป็นพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญไตรเพทมีศิษย์แวดล้อม ได้ฟังพระพุทธเจ้าปทุมุตตระตรัสสรรเสริญกรรมของตนโดยย่อ จึงนำธรรมนั้นไปแสดงแก่ศิษย์ทั้งโดยย่อและโดยพิสดารจนศิษย์ทั้งปวงเลื่อมใสหันมาเชื่อพระพุทธศาสนา อีกทั้งท่านยังแตกฉานในอภิธรรมและกถาวัตถุ ด้วยกุศลนี้ตลอดห้าร้อยกัปท่านได้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่หลายครั้ง จนชาติสุดท้ายเกิดเป็นปุณณมันตานีบุตร พระสาวกผู้เลิศด้านการแสดงธรรม
  8. หน้า ๕๓–๕๕ พระอุบาลีเถราปทาน (อฏฺฐมํ อุปาลิตฺเถราปทานํ) — ยังไม่จบในช่วงนี้ เล่าถึงพราหมณ์ชื่อสุชาตะในนครหังสวดี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์แปดสิบโกฏิ เชี่ยวชาญไตรเพทและศาสตร์ต่างๆ แต่ถือตัวว่าไม่มีผู้ใดควรแก่การบูชาของตน จนพระพุทธเจ้าปทุมุตตระอุบัติขึ้นและเสด็จแสดงธรรมโปรดพระราชบิดาที่นครนั้น มีดาบสชื่อสุนันทะถวายดอกไม้บูชาจนได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระปุณณมันตานีบุตรสาวกของพระโคดมพุทธเจ้าในอนาคต สุชาตะได้ฟังแล้วเกิดศรัทธาปรารถนาจะทำกุศลกรรมเทียบเท่า เมื่อเห็นภิกษุผู้เลิศทางพระวินัย (พระปาฐิกะ) จึงตั้งความปรารถนาตำแหน่งนั้น และใช้ทรัพย์สร้างวัด (โสภณาราม) พร้อมกุฏิ ปราสาท มณ
  9. หน้า ๕๖–๖๙ พระอุบาลีเถระ (Upāli) - เรื่องดำเนินต่อจากตอนก่อนหน้า เนื้อหาต่อจากอปทานที่เริ่มไว้ก่อนหน้าเล่มนี้ ท่านถวายเรือนรับรอง โรงไฟ ศาลาน้ำ ห้องอาบน้ำ อาสนะ เภสัช และสร้างวัดพร้อมกำแพงถวายแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ เมื่อสร้างวัด (โสภณาราม) เสร็จมูลค่าแสนหนึ่งจึงกราบทูลนิมนต์ให้ทรงรับ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญอันไพศาล ทั้งเป็นจอมเทพ พระเจ้าจักรพรรดิ และในที่สุดจะได้เกิดเป็นบุตรช่างกัลบกแห่งศากยวงศ์ ออกบวชแล้วเป็นเอตทัคคะด้านพระวินัยชื่ออุบาลี ท่านบรรยายความแตกฉานในพระวินัยของตนอย่างละเอียดพร้อมอุปมาหลายเรื่อง ก่อนจบด้วยการบรรลุอรหัตตผล
  10. หน้า ๖๙–๗๑ พระอัญญาโกณฑัญญเถระ ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ เมื่อพระองค์ตรัสรู้ครบ ๗ วัน ท่านได้ถวายภัตตาหารมื้อแรกแด่พระพุทธองค์หลังทรงออกจากที่ประทับ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยผลบุญนี้จะได้เป็นจอมเทพและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนจะมาเกิดในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า ออกบวชและเป็นผู้รู้แจ้งธรรมเป็นคนแรกในบรรดาสาวก คือพระอัญญาโกณฑัญญะ
  11. หน้า ๗๑–๗๓ พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ในอดีตชาติท่านเกิดเป็นราชสีห์ผู้กล้าหาญ ได้นำดอกบัวบานสะพรั่งไปถวายพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเมื่อทรงออกจากสมาธิ พร้อมบันลือสีหนาทถวายความเคารพ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายครั้ง ก่อนมาเกิดในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า ออกบวชอยู่ป่าท่ามกลางสัตว์ร้าย บำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัตตผลเป็นพระปิณโฑลภารทวาชะ
  12. หน้า ๗๓–๗๔ พระขทิรวนิยเรวตเถระ ในอดีตชาติท่านเป็นนายเรือที่ท่านํ้ากุติตถะบนแม่น้ำคงคา ได้รวบรวมเรือหลายลำสร้างเป็นแพประดับตกแต่งเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าปทุมุตตระพร้อมพระอรหันต์สองแสนรูปข้ามแม่น้ำ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญให้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนมาเกิดเป็นเรวตะ น้องชายพระสารีบุตรในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า ออกบวชบำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหัตตผล
  13. หน้า ๗๕–๗๗ พระอานนทเถระ (พร้อมอุทานปิดพุทธวรรค) ท่านเคยถวายฉัตรทองประดับกั้นถวายพระพุทธเจ้าปทุมุตตระขณะเสด็จโดยขบวนช้าง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญให้ได้เสวยสมบัติทิพย์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิยาวนาน ก่อนมาเกิดเป็นพระญาติศากยวงศ์ชื่ออานนท์ เป็นพุทธอุปัฏฐากผู้เป็นพหูสูตทรงจำพระธรรมวินัยได้มาก บรรลุโสดาปัตติผล ท้ายหน้า ๗๗ มีอุทานสรุปรายชื่อพระเถระในวรรคที่หนึ่ง (พุทธวรรค) ปิดท้ายวรรค
  14. หน้า ๗๗–๗๘ พระสีหาสนทายกเถระ เริ่มวรรคที่สอง (สีหาสนิยวรรค) ในสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ท่านสร้างบัลลังก์สีหาสน์และตั่งรองเท้าถวายด้วยจิตเลื่อมใส ทั้งสร้างเรือนครอบไว้ ด้วยผลบุญนี้ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต และมีวิมานปราสาทบัลลังก์แก้วเกิดขึ้นตามใจปรารถนาทุกภพชาติ ไม่เคยตกไปสู่ทุคติตลอด ๙๔ กัป
  15. หน้า ๗๙–๘๐ พระเอกัตถัมภิกเถระ ในสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เมื่อชาวบ้านช่วยกันสร้างมณฑปถวายพระศาสดาแต่ขาดเสาต้นเดียว ท่านอาสาหาเสามาถวายให้แก่คณะและยกเสานั้นด้วยตนเองด้วยจิตยินดี ผลบุญทำให้ได้ปราสาทเจ็ดชั้นมีเสาเดียวสวยงามเกิดขึ้นทุกภพชาติทั้งเทวโลกและมนุษยโลก ไม่เคยตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  16. หน้า ๘๐–๘๑ พระนันทเถระ ท่านเคยถวายผ้าโขมพัสตร์แด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าจะมีผิวพรรณดุจทอง และจะได้เป็นพระอนุชาของพระโคดมพุทธเจ้า เดิมทีลุ่มหลงในกามและความสุขทางโลก แต่ถูกพระพุทธเจ้าตักเตือนจึงออกบวช ในที่สุดบรรลุอรหัตตผล คือพระนันทะ อนุชาต่างมารดาของพระพุทธเจ้า
  17. หน้า ๘๑–๘๓ พระจูฬปันถกเถระ ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ขณะบำเพ็ญตบะอยู่ในป่าหิมพานต์ ท่านถวายฉัตรดอกบัวแด่พระพุทธเจ้าขณะเสด็จออกจากสมาธิ ในชาติปัจจุบันเกิดเป็นน้องในสองพี่น้องตระกูลปันถก บวชแล้วแต่เชื่องช้าจนถูกพี่ชายขับไล่ออกจากสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงเมตตาประทานผ้าขาวให้ลูบคลำภาวนา ท่านจึงบรรลุอรหัตตผล มีความชำนาญพิเศษด้านการเนรมิตกายทางใจ
  18. หน้า ๘๔–๘๕ พระปิลินทวัจฉเถระ หลังพระพุทธเจ้าสุเมธปรินิพพาน ท่านสร้างพระสถูปบูชาและถวายภัตตาหารแก่พระขีณาสพจำนวนมาก โดยเป็นผู้อุปัฏฐากพระสุเมธพุทธเจ้ามาก่อน ด้วยผลบุญนี้ได้เสวยทิพยสมบัติและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นที่รักของทุกคน ไม่มีใครเบียดเบียนได้ จนบรรลุอรหัตตผลเป็นพระปิลินทวัจฉะ
  19. หน้า ๘๕–๘๗ พระราหุลเถระ ท่านเคยปูลาดพื้นดุจกระจกเงาในปราสาทเจ็ดชั้นถวายเป็นคันธกุฎีแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญให้มีปราสาทวิจิตรตลอดหลายภพชาติ และจะได้เกิดเป็นราหุล โอรสของพระโคดมพุทธเจ้า ผู้จะออกบวชรักษาศีลอย่างเคร่งครัดดุจแม่ไก่ฟักไข่ จนบรรลุอรหัตตผล
  20. หน้า ๘๗–๘๘ พระอุปเสนวังคันตปุตตเถระ (จบภาณวารที่สาม) ท่านเคยประดับดอกกรรณิการ์บนฉัตรและถวายบิณฑบาตแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระพร้อมพระสงฆ์แปดรูป พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญเป็นสมบัติทิพย์และทางโลก ก่อนมาเกิดเป็นอุปเสนะ บุตรนางวังคันตี สาวกของพระโคดมพุทธเจ้า ในภพสุดท้ายบรรลุอรหัตตผล ท้ายอปทานมีเครื่องหมายจบภาณวารที่สาม
  21. หน้า ๘๙–๙๐ พระรัฏฐปาลเถระ ท่านเคยถวายช้างพังงางามพร้อมเครื่องประดับและสร้างวัดพร้อมปราสาทถึง ๕๔,๐๐๐ หลังถวายแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นจอมเทพและพระเจ้าจักรพรรดิยาวนานหลายกัป ก่อนเกิดในตระกูลมั่งคั่งสมัยพระโคดมพุทธเจ้า แม้ร่ำรวยก็สละทรัพย์ออกบวชเปรียบโภคะดุจก้อนเขฬะที่ถ่มทิ้ง จนบรรลุอรหัตตผลเป็นพระรัฏฐปาละ
  22. หน้า ๙๐–๙๒ พระโสปากเถระ ขณะกำลังแผ้วถางถ้ำบนภูเขา พระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาหา ท่านปูลาดอาสนะดอกไม้ถวาย พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องอนิจจตาแห่งสังขาร ท่านเจริญอนิจจสัญญาจนสิ้นชีวิตในวันนั้น หลังเสวยสุขในเทวโลกสองภพ จึงมาเกิดในตระกูลจัณฑาล (โสปาก) ในภพสุดท้าย บวชเมื่ออายุ ๗ ขวบและบรรลุอรหัตตผลทันที
  23. หน้า ๙๒–๙๔ พระสุมังคลเถระ (พร้อมอุทานปิดสีหาสนิยวรรค) ขณะกำลังจัดเตรียมพลีกรรมบูชายัญให้พราหมณ์ ท่านเห็นพระพุทธเจ้าปิยทัสสีเสด็จผ่านมา จึงนิมนต์ด้วยใจ พระพุทธเจ้าเสด็จมาพร้อมพระอรหันต์นับพันรูป ท่านจึงถวายภัตตาหารทั้งหมดด้วยมือตนเอง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญเป็นสมบัติทิพย์และทางโลก ก่อนออกบวชบำเพ็ญเพียรในป่าจนบรรลุอรหัตตผล ท้ายหน้า ๙๔ มีอุทานปิดวรรคที่สอง (สีหาสนิยวรรค)
  24. หน้า ๙๔–๙๙ พระสุภูติเถระ (เริ่มสุภูติวรรค) เริ่มวรรคที่สาม ท่านเคยเป็นดาบสโกสิยะบำเพ็ญตบะอย่างเคร่งครัดอยู่ผู้เดียวที่ภูเขานิสภะ ไม่บริโภคผลไม้ที่ตนเก็บเองแต่รอของที่หล่นเอง ถูกผู้หนึ่งพยายามยั่วยุด้วยคำกล่าวหาต่างๆ ให้ละทิ้งความบริสุทธิ์แต่ท่านข่มใจไว้ได้นานถึงสามหมื่นปี จนพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จจงกรมในอากาศมาปรากฏ ท่านถวายอาสนะดอกไม้ให้ประทับนั่งเจ็ดวันเจ็ดคืน พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เจริญพุทธานุสติ พยากรณ์ผลบุญมหาศาล ก่อนมาเกิดเป็นสุภูติ สาวกพระโคดมพุทธเจ้า สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิออกบวช เป็นเอตทัคคะสองด้าน บรรลุอรหัตตผล
  25. หน้า ๑๐๐–๑๐๕ พระอุปวาณเถระ หลังพระพุทธเจ้าปทุมุตตระปรินิพพาน หมู่เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ยักษ์ และคนธรรพ์ต่างผลัดกันสร้างพระสถูปประดับด้วยรัตนะให้สูงและงามยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนสว่างไสวบดบังแสงจันทร์แสงอาทิตย์ ครั้งนั้นท่านเป็นคนรับจ้างยากจนในเมืองหังสวดี เห็นมหาชนปีติยินดีจึงคิดทำบุญบ้าง นำผ้าที่ซักสะอาดผูกกับปลายไม้ไผ่ยกเป็นธงถวาย ยักษ์ได้ช่วยยกธงให้ปลิวไสวในอากาศ ด้วยผลบุญนี้ได้เสวยสมบัติทิพย์และทางโลกยาวนาน ก่อนมาเกิดเป็นอุปวาณะสมัยพระโคดมพุทธเจ้า บรรลุอรหัตตผล
  26. หน้า ๑๐๕–๑๐๘ พระตีณิสรณาคมนิยเถระ ท่านเคยเป็นผู้ดูแลบิดามารดาผู้ตาบอดในเมืองจันทวดี ไม่อาจออกบวชได้เพราะภาระเลี้ยงดู จึงเข้าไปหาพระนิสภเถระ อัครสาวกของพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ขอถึงไตรสรณคมน์และรักษาไว้บริสุทธิ์ตลอดอายุขัยแสนปี ระลึกถึงสรณะในวาระจิตสุดท้าย ด้วยผลบุญนี้ได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ในภพสุดท้ายเกิดในตระกูลมหาศาลที่สาวัตถี ได้ฟังธรรมจากภิกษุรูปหนึ่งขณะเล่นซนกับเด็กๆ จึงบรรลุอรหัตตผลเมื่ออายุ ๗ ขวบ
  27. หน้า ๑๐๘–๑๑๐ พระปัญจสีลสมาทานิยเถระ (ยังไม่จบในช่วงนี้) ท่านเคยเป็นลูกจ้างรับใช้ผู้อื่นในเมืองจันทวดี ไม่อาจออกบวชได้เพราะต้องทำงานรับจ้าง จึงคิดรักษาศีลห้าแทน โดยรับศีลจากพระนิสภเถระ สาวกของพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี รักษาไว้บริสุทธิ์ตลอดอายุขัยแสนปี ระลึกถึงศีลในวาระจิตสุดท้ายจนได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ในภพสุดท้ายเกิดที่เมืองเวสาลีในตระกูลมหาศาลซึ่งบิดามารดาก็สมาทานศีลห้าเช่นกัน ท่านระลึกถึงศีลจึงบรรลุอรหัตตผลเมื่ออายุ ๕ ขวบ — อปทานนี้ยังดำเนินอยู่เมื่อจบช่วงหน้า ๑๑๐ ของไฟล์นี้ ข้อความหลักจบแล้ว (ถึงบท กตํ พุทฺธสฺส สา
  28. หน้า ๑๑๑ ปัญจสีลสมาทานิยเถระ (บทสรุปท้ายเรื่อง - เริ่มก่อนหน้าช่วงนี้) ส่วนนี้เป็นเพียงบทสรุปปิดท้ายอปทานของพระปัญจสีลสมาทานิยเถระซึ่งเนื้อเรื่องหลักอยู่ก่อนหน้าหน้า ๑๑๑ ไม่ปรากฏในช่วงนี้ มีเพียงคาถาปิดท้ายว่าท่านได้กล่าวคาถาเหล่านี้ และปิดชื่ออปทานเท่านั้น เรื่องราวการสมาทานศีลห้าจึงค้างอยู่ก่อนหน้าช่วงข้อมูลนี้
  29. หน้า ๑๑๑–๑๑๒ อันนสังสาวกเถราปทานที่ ๒๕ พระเถระเล่าว่าในอดีตชาติได้เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จไปตามตรอกในเมือง มีพระวรกายงามดุจทองคำ เกิดความปีติเลื่อมใส จึงน้อมถวายภัตตาหารแด่พระองค์ ด้วยผลบุญจากการถวายภิกษาทานนี้ทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป จนได้บรรลุปฏิสัมภิทา วิโมกข์ และอภิญญา ๖ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
  30. หน้า ๑๑๒ ธูปทายกเถราปทานที่ ๒๖ ในอดีตชาติท่านได้ถวายธูปที่กุฏิของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะด้วยจิตเลื่อมใสผ่องใส ผลแห่งการถวายธูปนี้ทำให้เกิดในภพภูมิใดก็เป็นที่รักของสรรพสัตว์ทั้งปวง และไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป ก่อนจะบรรลุอรหัตตผลพร้อมอภิญญา
  31. หน้า ๑๑๒–๑๑๓ ปุฬินปูชกเถราปทานที่ ๒๗ ท่านได้เก็บทรายเก่าออกแล้วโรยทรายสะอาดใหม่ถวายไว้ที่โคนต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป และเคยได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่ามหาปุฬินะผู้มีพลานุภาพมากในกัปที่ ๕๓ ก่อนหน้านี้ ก่อนจะบรรลุอรหัตตผล
  32. หน้า ๑๑๓–๑๑๔ อุตติยเถราปทานที่ ๒๘ ในอดีตชาติท่านเป็นสัตว์น้ำ (สสสุมาร) อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เมื่อพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาถึงท่าน้ำประสงค์จะข้ามฝั่ง ท่านได้อาสาแบกพระองค์ข้ามแม่น้ำด้วยความปีติยินดี พระพุทธองค์ทรงปลอบโยนว่าจะได้บรรลุอมตธรรม ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นเทวราชและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งก่อนจะบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
  33. หน้า ๑๑๔–๑๑๕ เอกัญชลิกเถราปทานที่ ๒๙ ท่านได้เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จไปตามตรอกในเมือง มีพระวรกายงามดุจทองคำ เกิดความเลื่อมใสจึงประนมมือไหว้เพียงครั้งเดียวด้วยใจยินดี ผลแห่งการประนมมือนี้ทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป จนบรรลุอรหัตตผล
  34. หน้า ๑๑๕–๑๑๖ โขมทายกเถราปทานที่ ๓๐ (จบวรรคที่ ๓ สุภูติวรรค) ในอดีตชาติท่านเป็นพ่อค้าในเมืองพันธุมดี เลี้ยงดูครอบครัวด้วยการค้าขายและปลูกพืช เมื่อพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จผ่านมาตามถนน ท่านได้ถวายผ้าลินิน (โขม) ผืนหนึ่งเพื่อประโยชน์แก่พระศาสดา ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป และได้เป็นเจ้าของม้าสินธพแก้วผู้ครองทวีปทั้งสี่ ท้ายหน้า ๑๑๖ มีอุทานสรุปปิดวรรคที่ ๓ (สุภูติวรรค) ซึ่งรวมอปทาน ๑๐ เรื่องและคาถา ๑๘๕ คาถา
  35. หน้า ๑๑๖–๑๑๘ กุณฑธานเถราปทานที่ ๓๑ (เริ่มวรรคที่ ๔ กุณฑธานวรรค) เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จออกจากการหลีกเร้นครบ ๗ วัน ท่านได้นำใบกล้วยห่อภัตตาหารเข้าไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส พระพุทธองค์ทรงรับและเสวย แล้วทรงพยากรณ์ท่ามกลางหมู่ยักษ์และภูตในป่าว่าผู้นี้จะได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง แต่เพราะเคยด่าว่าสมณะผู้มีศีลจะได้รับชื่อแปลกในชาติสุดท้าย คือกุณฑธานะ สาวกของพระโคดมพุทธเจ้า ซึ่งภายหลังได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้จับสลากเป็นรูปแรกในหมู่สงฆ์
  36. หน้า ๑๑๘–๑๒๐ สาคตเถราปทานที่ ๓๒ ในอดีตชาติท่านเป็นพราหมณ์นามโสภิตะ เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จออกจากซุ้มประตูอาราม เกิดความเลื่อมใสจึงกล่าวสรรเสริญพระคุณของพระองค์เปรียบดังต้นไม้ที่งอกงามในพระศาสนา และเปรียบพระองค์ดังผู้นำทางที่ถูกต้อง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะได้เสวยสุขในเทวโลกนาน แล้วเกิดเป็นพระสาคตะ สาวกของพระโคดมพุทธเจ้า ผู้ชำนาญในเตโชธาตุ บรรลุอรหัตตผล
  37. หน้า ๑๒๐–๑๒๒ มหากัจจายนเถราปทานที่ ๓๓ ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้สร้างศิลาปูพื้นเจดีย์ปทุมะฉาบทองคำ ถวายฉัตรแก้วและพัดวาลวีชนี พร้อมทั้งจัดบัลลังก์ทองประดับรัตนะถวายพระพุทธองค์ ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนเกิดเป็นพราหมณ์กัจจานะในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า ออกบวชและได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้อธิบายความย่อให้พิสดารได้ (พระมหากัจจายนะ)
  38. หน้า ๑๒๒–๑๒๔ กาฬุทายีเถราปทานที่ ๓๔ ขณะพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จจาริกไปตามทาง ท่านได้ถวายดอกบัวและดอกมะลิที่บานสะพรั่งพร้อมกับภัตตาหารประณีตแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนเกิดเป็นพระญาติผู้นำความปีติมาสู่หมู่ศากยะในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า คือพระกาฬุทายี ผู้ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะ
  39. หน้า ๑๒๔–๑๒๖ โมฆราชเถราปทานที่ ๓๕ ท่านได้เห็นพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จพร้อมหมู่ภิกษุสงฆ์ จึงออกจากบ้านไปถวายอัญชลีและกล่าวสรรเสริญพระญาณของพระองค์ว่าครอบคลุมสรรพสัตว์ทั้งปวงดุจข่ายที่ครอบคลุมสัตว์น้ำ เปรียบพระญาณดุจแสงอาทิตย์ขจัดความมืด ด้วยผลบุญนี้พิษและอาวุธทำอันตรายท่านไม่ได้ น้ำไม่ท่วมตาย ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนเกิดเป็นโมฆราชมาณพผู้ทูลถามปัญหาลึกซึ้งและบรรลุวิชชา ๓ เป็นเอตทัคคะในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
  40. หน้า ๑๒๖–๑๒๗ อธิมุตตกเถราปทานที่ ๓๖ หลังพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีปรินิพพานแล้ว ท่านได้นิมนต์สงฆ์ผู้ตรงและมีจิตตั้งมั่น สร้างมณฑปด้วยอ้อยแล้วถวายภัตตาหารแด่สงฆ์ด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านเป็นผู้เหนือกว่าสัตว์ทั้งปวงในทุกภพที่เกิด ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๑๘๐๐ กัป
  41. หน้า ๑๒๗ ลสุณทายกเถราปทานที่ ๓๗ ในอดีตชาติท่านเป็นดาบสอาศัยอยู่ใกล้เชิงเขาหิมพานต์ ดำรงชีพด้วยกระเทียม (ลสุณ) วันหนึ่งได้บรรทุกกระเทียมเต็มหาบไปถวายแก่สงฆ์ในสังฆารามด้วยจิตยินดี ในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป
  42. หน้า ๑๒๘ อายาตทายกเถราปทานที่ ๓๘ หลังพระพุทธเจ้าสิขีปรินิพพานแล้ว ท่านได้กราบไหว้พระสถูปด้วยจิตยินดี แล้วว่าจ้างช่างไม้ให้สร้างอนุสรณ์ (อายาค) ถวายไว้ ผลบุญทำให้พิษไม่กล้ำกรายกาย อาวุธทำร้ายไม่ได้ น้ำไม่ทำให้จมตาย ฝนตกตามที่ปรารถนา เทวดาก็ยอมอยู่ในอำนาจ และได้เป็นผู้มั่งคั่งด้วยรัตนะเจ็ดถึง ๓๐ ครั้ง
  43. หน้า ๑๒๙ ธรรมจักกิกเถราปทานที่ ๓๙ ต่อหน้าบัลลังก์สีหาสน์ของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านได้ตั้งรูปธรรมจักรที่สร้างขึ้นอย่างประณีตถวายไว้ ด้วยผลบุญนี้ท่านมีบริวารแวดล้อมพร้อมเครื่องดนตรีหกหมื่นชิ้นเป็นนิตย์ ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสราชา
  44. หน้า ๑๒๙–๑๓๐ กัปปรุกขิยเถราปทานที่ ๔๐ (จบวรรคที่ ๔ กุณฑธานวรรค) ต่อหน้าพระสถูปของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านได้ผูกผ้าวิจิตรตั้งเป็นต้นกัลปพฤกษ์ถวายไว้ ผลบุญทำให้ในทุกภพที่เกิดจะมีต้นกัลปพฤกษ์ปรากฏที่ประตูเรือนคอยประดับให้งดงาม ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุเจละ ท้ายหน้า ๑๓๐ มีอุทานปิดวรรคที่ ๔ (กุณฑธานวรรค) รวม ๑๐ อปทาน ๑๐๐๒ คาถา
  45. หน้า ๑๓๑–๑๓๓ อุบาลีเถราปทานที่ ๔๑ (เริ่มวรรคที่ ๕ อุบาลีวรรค) ท่านเคยเป็นพราหมณ์ปริพาชกนุ่งหนังเสือ ถือไม้เท้าสามง่าม ได้เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จพร้อมพระขีณาสพนับพันเพื่อไปหลีกเร้น จึงประนมมือถวายอัญชลีและกล่าวสรรเสริญพระญาณอันครอบคลุมสรรพสัตว์ ดุจแสงอาทิตย์ขจัดความมืด ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนเกิดเป็นบุตรตระกูลต่ำ (ช่างกัลบก) นามอุบาลีในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า ออกบวชและได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้เลิศทางพระวินัย
  46. หน้า ๑๓๓–๑๓๖ โสณโกฬิวิสะ (โสณโกฏิยเวสสเถราปทานที่ ๔๒) ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้ฉาบพื้นทางจงกรมด้วยปูนขาว โปรยดอกไม้หลากสีและกางเพดานถวายพระพุทธเจ้า ทั้งถวายศาลายาวแก่พระองค์ อปทานนี้ยังแทรกตำนานพระเจ้าโอกกากราชผู้มีโอรสเก้าองค์ที่ถูกเนรเทศไปสร้างเมืองใหม่จนเป็นต้นวงศ์โกลิยะ ก่อนที่ท่านจะเกิดเป็นโสณะในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า บำเพ็ญเพียรอย่างแรงกล้าจนได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้ปรารภความเพียร
  47. หน้า ๑๓๗–๑๓๘ ภัททิยกาฬิโคธายบุตรเถราปทานที่ ๔๓ ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้นิมนต์พระพุทธเจ้าและสงฆ์ จัดบัลลังก์ทองปูลาดพรมงามและถวายศาลายาวใหญ่พร้อมภัตตาหารประณีต ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง เกิดในตระกูลสูงเสมอ ก่อนเกิดเป็นภัททิยะโอรสพระนางกาฬิโคธา หนึ่งในหกเจ้าศากยะที่ออกบวชพร้อมกัน ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้เกิดในตระกูลสูง
  48. หน้า ๑๓๙ สันนิฏฐาปกเถราปทานที่ ๔๔ ท่านเคยอยู่กระท่อมกลางเขาอย่างสันโดษ ไม่ยินดียินร้ายต่อลาภยศ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาถึง ท่านได้ปูลาดหญ้าเป็นอาสนะและถวายน้ำดื่มกรองใสแด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นจักรพรรดิครั้งหนึ่ง
  49. หน้า ๑๔๐ ปัญจหัตถิยเถราปทานที่ ๔๕ ในสมัยพระพุทธเจ้าสุเมธ ขณะพระองค์เสด็จไปตามตรอก ท่านได้ถวายดอกอุบลห้ากำมือร้อยเป็นพวงแด่พระองค์ด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามหัตถิยะ
  50. หน้า ๑๔๐–๑๔๑ ปทุมัจฉทนิยเถราปทานที่ ๔๖ หลังพระพุทธเจ้าวิปัสสีปรินิพพานแล้ว ท่านได้นำดอกบัวที่บานสะพรั่งขึ้นวางบนจิตกาธาน ดอกบัวลอยขึ้นสู่อากาศกางเป็นเพดานปกคลุมจิตกาธานนั้น ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป และได้เป็นจักรพรรดินามปทุมิสสระ
  51. หน้า ๑๔๑–๑๔๒ สยนทายกเถราปทานที่ ๔๗ ท่านได้ถวายที่นอนปูลาดด้วยผ้าเนื้อดีแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พระองค์ทรงรับแล้วเสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป และได้เป็นเทพนามวรุณะกับจักรพรรดิผู้มั่งคั่งด้วยรัตนะเจ็ด
  52. หน้า ๑๔๒–๑๔๓ จังกมทายกเถราปทานที่ ๔๘ ท่านได้สร้างทางจงกรมด้วยอิฐสูงห้ารัตนะ ยาวร้อยศอก ถวายพระพุทธเจ้าอัตถทัสสี พระองค์ทรงรับและหยิบทรายในพระหัตถ์ประทานพร ผลบุญทำให้ได้เป็นเทวราช ๓ กัป และเป็นจักรพรรดิ ๓ ครั้ง
  53. หน้า ๑๔๓–๑๔๖ สุภัททเถราปทานที่ ๔๙ (สาวกองค์สุดท้ายของพระพุทธเจ้า) ครั้งพระพุทธเจ้าปทุมุตตระใกล้ปรินิพพาน ท่านได้นำจันทน์ ดอกตะแบก และดอกมะลิมาปกคลุมพระวรกายด้วยจิตยินดี พระพุทธองค์ยังทรงตรัสสรรเสริญขณะบรรทมก่อนปรินิพพาน อปทานยังเล่าถึงชาติที่เป็นบุตรพระติสสเถระสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าที่เคยกล่าววาจาหยาบคายจนได้รับผลกรรมภายหลัง ในที่สุดท่านเกิดเป็นสุภัททปริพาชกผู้เข้าเฝ้าทูลถามปัญหาพระพุทธเจ้าโคดมที่เมืองกุสินาราในคืนก่อนปรินิพพาน ได้รับการอุปสมบทเป็นสาวกองค์สุดท้ายของพระพุทธเจ้า และบรรลุอรหัตตผลในวันเดียวกับที่บวชและวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน
  54. หน้า ๑๔๖–๑๔๘ จุนทเถราปทานที่ ๕๐ (จบวรรคที่ ๕ อุบาลีวรรค) ท่านได้สร้างเครื่องบูชาประดับดอกไม้ (อัคฆิยะ) ถวายพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ด้วยผลบุญนี้ได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง บวชในสมัยพระโคดมพุทธเจ้าเป็นพระจูฬจุนทะ น้องชายพระสารีบุตร บรรลุอรหัตตผลตั้งแต่ยังเป็นสามเณร และเป็นผู้นำอัฐิธาตุของพระสารีบุตรผู้เป็นพี่ชายไปถวายพระพุทธเจ้าหลังท่านปรินิพพาน ท้ายหน้า ๑๔๘ มีอุทานปิดวรรคที่ ๕ (อุบาลีวรรค) รวม ๑๐ อปทาน ๑๔๔ คาถา
  55. หน้า ๑๔๘–๑๔๙ วิธูปนทายกเถราปทานที่ ๕๑ (เริ่มวรรคที่ ๖ วีชนีวรรค) ท่านได้ถวายพัด (วีชนี) แด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอดแสนกัป และบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ เคยเป็นจักรพรรดิถึง ๑๖ ครั้งนามพิชชมานะ
  56. หน้า ๑๔๙–๑๕๑ สตรังสิยเถราปทานที่ ๕๒ ท่านเคยเป็นพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญมนต์ นั่งอยู่ใกล้ภูเขา เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาจึงประนมมือสรรเสริญพระองค์ว่าดุจกองไฟที่ลุกโชน ดุจมหาสมุทรที่ข้ามยาก ดุจราชสีห์ที่ไม่หวาดกลัว ผลบุญทำให้เป็นเทวราชสามหมื่นกัป ก่อนเกิดเป็นพระสตรังสีสาวกของพระโคดมพุทธเจ้า บวชเมื่ออายุ ๗ ขวบ มีรัศมีแผ่ซ่านจากกาย
  57. หน้า ๑๕๑–๑๕๒ สยนทายกเถราปทานที่ ๕๓ ท่านได้ถวายที่นอนแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้มีโภคทรัพย์อุดมดุจพืชที่หว่านในนาดี สามารถบันดาลที่นอนขึ้นในอากาศได้ และมีอิสรภาพเหนือสรรพสัตว์ เคยเป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่หลายครั้งในหลายกัป
  58. หน้า ๑๕๒ คันโธทกทายกเถราปทานที่ ๕๔ ในงานฉลองมหาโพธิของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้ถวายน้ำหอมจากหม้อวิจิตรเพื่อรดสรงต้นโพธิ์ ขณะนั้นเกิดพายุฝนกระหน่ำและฟ้าผ่าจนท่านถึงแก่ความตายทันที แต่ด้วยผลบุญไปเกิดในเทวโลกทันที มีปราสาทเจ็ดชั้นและนางฟ้าแสนนางแวดล้อม ปราศจากโรคภัยและความทุกข์
  59. หน้า ๑๕๓–๑๕๔ โอปวุยหเถราปทานที่ ๕๕ ท่านได้ถวายม้าอาชาไนยแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ต่อมาพระเทวิลเถระอัครสาวกมาเยือนบ้านท่าน ท่านจึงถวายรถม้าสินธพเทียมเร็วดุจลมแด่พระพุทธองค์อีกครั้ง ผลบุญทำให้ได้ม้าและยานพาหนะชั้นดีในทุกภพ เป็นมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ปกครองชมพูทวีปถึง ๒๘ ครั้ง ก่อนบรรลุถึงภาวะอันไม่หวั่นไหว (อรหัตตผล)
  60. หน้า ๑๕๔–๑๕๕ สปริวาราสนเถราปทานที่ ๕๖ ท่านได้ถวายบิณฑบาตแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ณ สถานที่แวดล้อมด้วยดอกมะลิ พระพุทธองค์ประทับนั่งเสวยแล้วตรัสสรรเสริญทานนั้นเปรียบดังพืชที่หว่านในนาดีย่อมให้ผลงอกงาม ท่านสำรวมในปาฏิโมกข์และอินทรีย์ทั้งห้า บรรลุอรหัตตผลในที่สุด
  61. หน้า ๑๕๕–๑๕๖ ปัญจทีปกเถราปทานที่ ๕๗ ด้วยศรัทธาอันมั่นคงในพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้จุดประทีปล้อมรอบต้นโพธิ์ถวายบูชา ผลบุญทำให้ในทุกภพที่เกิดมีคบเพลิงลอยอยู่กลางอากาศ มองเห็นทะลุภูเขาได้ไกลถึงร้อยโยชน์ และเคยเป็นจักรพรรดินามสตจักขุถึง ๓๔ ครั้ง ก่อนบรรลุอรหัตตผลด้วยผลบุญที่เหลือ
  62. หน้า ๑๕๖–๑๕๗ ธชทายกเถราปทานที่ ๕๘ ที่โคนต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านได้เก็บใบไม้ที่ร่วงหล่นออกให้สะอาดแล้วยกธงขึ้นบูชาด้วยจิตยินดี ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นพระราชานามอุคคตะหลายร้อยครั้งพร้อมทั้งเป็นจักรพรรดิ ก่อนบรรลุความหลุดพ้นในสมัยพระโคดมพุทธเจ้า
  63. หน้า ๑๕๗–๑๕๘ ปทุมเถราปทานที่ ๕๙ ขณะพระพุทธเจ้าปทุมุตตระทรงแสดงอริยสัจสี่หลั่งฝนอมตธรรม ท่านได้ถือดอกบัวพร้อมก้านโยนขึ้นถวายในอากาศด้วยความยินดี พระพุทธองค์ทรงรับไว้ ผลบุญทำให้เป็นเทวราช ๓๐ ครั้ง ปกครองแคว้นถึง ๗๐๐ แคว้น เป็นจักรพรรดิที่มีฝนดอกไม้โปรยปราย ก่อนเกิดในสมัยพระโคดมพุทธเจ้าและบรรลุอรหัตตผลเมื่ออายุเพียง ๕ ขวบ
  64. หน้า ๑๕๙–๑๖๐ อสนโพธิยเถราปทานที่ ๖๐ (จบวรรคที่ ๖ วีชนีวรรค) เมื่ออายุ ๗ ขวบ ท่านได้เห็นพระพุทธเจ้าติสสะ จึงปลูกต้นอสนะถวายเป็นต้นโพธิ์ของพระองค์ด้วยความยินดี บำรุงรักษาอยู่ ๕ ปีจนต้นไม้ผลิดอก แล้วเข้าเฝ้าทูลเล่ากรรมของตนด้วยความอัศจรรย์ใจ ผลบุญทำให้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้งหลายพระนามก่อนบรรลุอรหัตตผล ท้ายหน้า ๑๖๐ มีอุทานปิดวรรคที่ ๖ (วีชนีวรรค) รวม ๑๐ อปทาน ๙๒ คาถา
  65. หน้า ๑๖๑ สกจิตตนิยเถราปทานที่ ๖๑ (เริ่มวรรคที่ ๗ สกจิตตนิยวรรค) ท่านเห็นป่าเงียบสงบจึงสร้างสถูปด้วยไม้ไผ่ขึ้นในป่านั้น โปรยดอกไม้หลากชนิดบูชาราวกับบูชาพระพุทธเจ้าที่นิรมิตขึ้นในใจ ผลบุญทำให้ได้เป็นราชาผู้มั่งคั่งด้วยรัตนะเจ็ด ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป และได้เป็นจักรพรรดิครั้งหนึ่ง
  66. หน้า ๑๖๑–๑๖๒ อาโปปุปผิยเถราปทานที่ ๖๒ ท่านออกจากวิหารไปยืนอยู่ที่ทางจงกรมขณะพระพุทธเจ้าสิขีทรงแสดงอริยสัจสี่ จึงโปรยดอกไม้หลากชนิดขึ้นในอากาศบูชาพระองค์ ผลบุญทำให้ถึงภาวะอันไม่หวั่นไหว ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๓๑ กัป และได้เป็นจักรพรรดินามสุเมธะ
  67. หน้า ๑๖๒–๑๖๓ ปัจจาคมนิยเถราปทานที่ ๖๓ ในอดีตชาติท่านเป็นนกเป็ดน้ำ (จักรวาก) อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสินธุ กินแต่สาหร่ายบริสุทธิ์และสำรวมต่อสัตว์ทั้งปวง เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้ปราศจากมลทินเสด็จผ่าน จึงคาบดอกสาละด้วยจะงอยปากถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๑ กัป และได้เป็นจักรพรรดินามสุจารุทัสสนะถึง ๘ ครั้ง
  68. หน้า ๑๖๓–๑๖๔ ปรัปปสาทกเถราปทานที่ ๖๔ ท่านเคยเป็นพราหมณ์นามโสณะ ได้กล่าวคาถาสี่บทสรรเสริญพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ เปรียบพระวรกายดุจทองคำ พระฌานดุจหิมพานต์และมหาสมุทรที่หยั่งถึงยาก พระศีลดุจแผ่นดินที่ไม่มีประมาณ และพระญาณดุจอากาศที่ไม่มีขอบเขต ผลบุญทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๙๔ กัป และได้เป็นจักรพรรดิ ๔ ครั้ง
  69. หน้า ๑๖๔–๑๖๕ ภิสทายกเถราปทานที่ ๖๕ ในสมัยพระพุทธเจ้าเวสสภูซึ่งเป็นองค์ที่สามในบรรดาฤๅษี ขณะพระองค์ประทับอยู่ในป่า ท่านได้ถอนเหง้าบัว (ภิสมูฬาล) นำไปถวายด้วยมือของตนเองด้วยจิตเลื่อมใส พระหัตถ์ของพระเวสสภูได้สัมผัสมือท่าน ผลบุญทำให้ได้รับความสุขอย่างยิ่ง ไม่เคยไปเกิดในทุคติตลอด ๓๑ กัป และได้เป็นพระราชาถึง ๑๖ ครั้งในช่วง ๑๓ กัป
  70. หน้า ๑๖๕ สุจินติตเถราปทานที่ ๖๖ (เริ่มต้น ยังไม่จบในช่วงนี้) อปทานนี้เพิ่งเริ่มต้นในหน้าสุดท้ายของช่วงข้อมูล เล่าว่าในอดีตชาติท่านเป็นราชสีห์ผู้เกิดในตระกูลสูงส่ง ท่องเที่ยวไปตามซอกเขา ฆ่าฝูงกวางเลี้ยงชีพอยู่กลางภูเขา เนื้อเรื่องยังไม่จบและเรื่องราวการกระทำที่นำไปสู่ผลบุญยังไม่ปรากฏในช่วงนี้ ต้องดูเนื้อหาต่อในหน้าถัดไป
  71. หน้า ๑๖๖ สุจินฺติตตฺเถราปทานํ (เนื้อหาต่อเนื่องจากก่อนหน้าส่วนนี้ จบลงที่หน้า ๑๖๖) เรื่องนี้เริ่มต้นก่อนหน้าส่วนที่ตัดมาและจบลงในหน้านี้ เล่าว่าในอดีตชาติท่านเป็นพรานล่าเนื้อ ฆ่ากวางแล้วกำลังจะกินเนื้อ พอดีพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จบิณฑบาตมาพบ ท่านจึงถวายเนื้อส่วนดีที่สุดแด่พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนา ด้วยจิตเลื่อมใสนั้นเมื่อสิ้นชีวิตในหุบเขาท่านได้ไปเกิดในเทวโลกนับร้อยกัปก่อนจะบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
  72. หน้า ๑๖๗ วตฺถทายกตฺเถราปทานํ (๖๗) ในอดีตชาติท่านเกิดเป็นพญาครุฑ เห็นพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จไปยังภูเขาคันธมาทน์ จึงสละร่างครุฑแปลงเป็นมาณพ ถวายผ้าผืนเดียวแด่พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงรับผ้าแล้วตรัสพยากรณ์ว่าผลบุญนี้จะทำให้ได้เสวยผ้าทิพย์ปกคลุมกลางอากาศและเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายชาติ
  73. หน้า ๑๖๘–๑๖๙ อมฺพทายกตฺเถราปทานํ (๖๘) ท่านเกิดเป็นลิงในป่าหิมพานต์ เห็นพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีแผ่เมตตาอยู่ในหุบเขาจนเกิดจิตเลื่อมใส จึงเก็บมะม่วงสุกพร้อมน้ำผึ้งมาถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะได้เสวยสุขในเทวโลกนานหลายสิบกัปก่อนหลุดพ้นจากทุกข์
  74. หน้า ๑๖๙ สุมนตฺเถราปทานํ (๖๙) ท่านเป็นช่างจัดดอกไม้ชื่อสุมนะ เห็นพระพุทธเจ้าสิขีเสด็จผ่าน จึงถวายดอกสุมนาอันประเสริฐด้วยมือทั้งสองข้าง ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติเลยตลอดหลายสิบกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง
  75. หน้า ๑๗๐–๑๗๑ ปุปฺผจงฺโกฏิยตฺเถราปทานํ (๗๐) ท่านนำกระเช้าดอกไม้บริสุทธิ์เข้าไปโปรยถวายพระพุทธเจ้าสิขีขณะประทับท่ามกลางหมู่ภิกษุสงฆ์ ด้วยจิตเลื่อมใสนี้ทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ท้ายเรื่องมีอุทานสรุปปิดวรรคที่ ๗ สกจิตฺตนิยวคฺโค ที่หน้า ๑๗๑
  76. หน้า ๑๗๑ นาคสมาลตฺเถราปทานํ (๗๑) — เริ่มวรรคที่ ๘ นาคสมาลวคฺโค ท่านเก็บดอกอาปาฏลีที่ทิ้งอยู่กลางทางใหญ่ นำไปโปรยบูชาพระสถูปของพระพุทธเจ้าสิขี ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยไปเกิดในทุคติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  77. หน้า ๑๗๒ ปทสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๒) ท่านเห็นรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าติสสะที่ประทับไว้บนพื้น เกิดจิตเลื่อมใสในรอยพระบาทนั้น ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุเมธะ
  78. หน้า ๑๗๒–๑๗๓ สุสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๓) ท่านเห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาติดอยู่บนกิ่งไม้ จึงประนมมือไหว้ผ้าบังสุกุลนั้นด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  79. หน้า ๑๗๓–๑๗๔ ภิสาลุวทายกตฺเถราปทานํ (๗๔) ท่านอาศัยอยู่ในป่าใกล้หิมพานต์ เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จมา จึงถวายเหง้าบัว (ภิสาลุวะ) และน้ำล้างพระหัตถ์ ก้มกราบแล้วจากไป ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามภิสสัมมตะ
  80. หน้า ๑๗๔ เอกสญฺญกตฺเถราปทานํ (๗๕) ท่านชื่อขัณฑะ เป็นสาวกในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ได้ถวายภิกษาเพียงหนึ่งทัพพีแด่พระองค์ ด้วยจิตเลื่อมใสนั้นไม่เคยไปเกิดในทุคติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวรุณะ
  81. หน้า ๑๗๔–๑๗๕ ติณสนฺถารทายกตฺเถราปทานํ (๗๖) ท่านอาศัยใกล้สระใหญ่ในป่าหิมพานต์ เห็นพระสมณะเสด็จมา จึงเด็ดหญ้าด้วยเล็บปูลาดถวายเป็นอาสนะให้พระพุทธเจ้าประทับนั่ง แล้วหมอบกราบด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไปเกิดเป็นเทพนิรมิตกาย และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมิตตสัมมตะ
  82. หน้า ๑๗๕–๑๗๖ สุจิทายกตฺเถราปทานํ (๗๗) ท่านถวายเข็มห้าเล่มแด่พระพุทธเจ้าสุเมธะผู้มีวรรณะดุจทองคำ เพื่อใช้เย็บจีวร ด้วยผลบุญนี้ท่านได้ญาณอันคมกล้าและว่องไว จนสิ้นกิเลสบรรลุอรหัตตผลในที่สุด ก่อนหน้านั้นได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามทิปทาธิปติสี่ครั้ง
  83. หน้า ๑๗๖–๑๗๗ ปาฏลิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๗๘) ท่านเป็นบุตรเศรษฐี เห็นพระพุทธเจ้าติสสะเสด็จผ่านตลาด จึงนำดอกแคฝอย (ปาฏลี) ที่วางบนตักมาบูชาพระองค์ด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอภิสัมมตะ
  84. หน้า ๑๗๗–๑๗๘ ฐิตญฺชลิยตฺเถราปทานํ (๗๙) ท่านเป็นพรานล่าเนื้อในป่า เห็นพระพุทธเจ้าจึงประนมมืออัญชลีแล้วเดินจากไป ระหว่างนั้นถูกอสนีบาต (ฟ้าผ่า) ตกลงที่ศีรษะ ขณะใกล้ตายท่านยังประนมมือซ้ำอีกครั้งด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมิคเกตุ
  85. หน้า ๑๗๘–๑๘๑ ตีณิปทุมิยตฺเถราปทานํ (๘๐) ท่านเป็นช่างจัดดอกไม้ในกรุงหังสวดี เก็บดอกบัวสามดอกไว้ เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จผ่าน ตัดสินใจไม่ขายดอกบัวเพื่อเงินทองแต่โยนถวายบูชาพระองค์กลางอากาศ ดอกบัวทั้งสามลอยกางเป็นเศวตฉัตรอยู่เหนือพระเศียรอย่างอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ผลบุญอันยิ่งใหญ่ว่าจะได้เสวยสุขในเทวโลกสามหมื่นกัป เป็นท้าวสักกะสามสิบครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเจ็ดสิบห้าครั้ง แล้วบรรลุนิพพานในที่สุด ท้ายเรื่องมีอุทานสรุปปิดวรรคที่ ๘ นาคสมาลวคฺโค
  86. หน้า ๑๘๒–๑๘๓ ติมิรปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๘๑) — เริ่มวรรคที่ ๙ ติมิรปุปฺผิยวคฺโค ท่านเดินตามริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับนั่งสงบผ่องใส เกิดศรัทธาจึงเก็บดอกติมิระมาโปรยถวายบนพระเศียรพร้อมประนมมือกราบไหว้ ต่อมาไม่นานท่านถูกราชสีห์ทำร้ายจนตกเหวถึงแก่ความตาย แต่ด้วยผลบุญนั้นไม่ไปเกิดในทุคติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง
  87. หน้า ๑๘๓ คตสญฺญกตฺเถราปทานํ (๘๒) เมื่ออายุเพียงเจ็ดขวบ ท่านออกบวชและกราบไหว้พระบาทพระศาสดา แล้วโยนดอกนังคลิเจ็ดดอกขึ้นบนอากาศอุทิศถวายพระพุทธเจ้าติสสะ พร้อมบูชาเส้นทางที่พระองค์เสด็จผ่าน ด้วยผลบุญนี้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสามครั้ง
  88. หน้า ๑๘๔ นิปนฺนญฺชลิกตฺเถราปทานํ (๘๓) ท่านล้มป่วยหนักนอนอยู่ใต้ต้นไม้ในป่า พระพุทธเจ้าติสสะทรงเห็นด้วยพระกรุณาจึงเสด็จมาหา ท่านซึ่งนอนอยู่ได้ยกมือขึ้นเหนือศีรษะทำอัญชลีกราบไหว้พระองค์ แล้วสิ้นชีวิตในขณะนั้นเอง ด้วยจิตเลื่อมใสนี้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิห้าครั้ง
  89. หน้า ๑๘๔–๑๘๕ อโธปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๘๔) ท่านเป็นฤๅษีบำเพ็ญพรตในป่าหิมพานต์ เห็นพระอภิภูเถระอัครสาวกของพระสิขีพุทธเจ้าเหาะผ่านมา จึงเก็บดอกไม้เจ็ดดอกโปรยขึ้นบูชา ต่อมาถูกงูเหลือมรัดจนตาย แต่ระลึกถึงกุศลกรรมเดิมได้ก่อนสิ้นชีวิต ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติ
  90. หน้า ๑๘๕–๑๘๖ รํสิสญฺญกตฺเถราปทานํ (๘๕) ท่านครองหนังชะมดอยู่ในป่าหิมพานต์ เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงมีพระรัศมีเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์ท่ามกลางแมกไม้ เกิดจิตเลื่อมใสในพระรัศมี จึงประนมมือกราบไหว้ ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติ
  91. หน้า ๑๘๖–๑๘๗ รํสิสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๘๖) ท่านนุ่งห่มเปลือกไม้อยู่ในป่าหิมพานต์ เห็นพระพุทธเจ้าผุสสะขณะทรงเจริญฌาน เกิดจิตเลื่อมใสในพระรัศมี จึงประนมมือกราบไหว้ ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติ
  92. หน้า ๑๘๗ ผลทายกตฺเถราปทานํ (๘๗) ท่านครองหนังชะมดหยาบอยู่ในป่าหิมพานต์ เห็นพระพุทธเจ้าผุสสะ จึงถวายผลไม้ด้วยมือของตนเองด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้รับผลอันน่าปรารถนาในภพภูมิต่างๆ
  93. หน้า ๑๘๘ สทฺทสญฺญกตฺเถราปทานํ (๘๘) ท่านอาศัยอยู่บนที่ลาดใบไม้ในป่าหิมพานต์ ได้ยินเสียงพระพุทธเจ้าผุสสะทรงแสดงธรรม เกิดจิตเลื่อมใสในเสียงนั้น ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติ
  94. หน้า ๑๘๘–๑๘๙ โพธิสิญฺจกตฺเถราปทานํ (๘๙) ในคราวมหกรรมบูชาต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านซึ่งบวชอยู่ได้เข้าไปรดน้ำหอมรินถวายต้นโพธิ์นั้น ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอุทกาเสจนะ
  95. หน้า ๑๘๙–๑๙๐ ปทุมปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๙๐) ท่านเข้าไปเก็บดอกบัวในสระ พบพระพุทธเจ้าผุสสะ จึงเก็บดอกบัวโยนขึ้นบูชาพระองค์กลางอากาศ แล้วระลึกถึงบาปกรรมเก่าจึงออกบวช สำรวมกาย วาจา ใจ ชำระอาชีวะให้บริสุทธิ์ ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติ ท้ายเรื่องมีอุทานสรุปปิดวรรคที่ ๙ ติมิรปุปฺผิยวคฺโค
  96. หน้า ๑๙๐–๑๙๑ สุธาปิณฺฑิยตฺเถราปทานํ (๙๑) — เริ่มวรรคที่ ๑๐ สุธาวคฺโค เปิดด้วยคาถากล่าวถึงอานิสงส์การบูชาผู้ควรบูชา จากนั้นเล่าว่าท่านถวายก้อนปูนขาว (สุธาปิณฑะ) เพื่อซ่อมแซมอิฐที่เจดีย์ของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปฏิสังขาร์สิบสามครั้ง
  97. หน้า ๑๙๑–๑๙๒ สุปีฐิยตฺเถราปทานํ (๙๒) ท่านเคยเป็นพระราชาผู้มั่งคั่ง ถวายตั่งอันสะอาดแด่พระพุทธเจ้าติสสะด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสามครั้ง
  98. หน้า ๑๙๒–๑๙๓ อฑฺฒเจลกตฺเถราปทานํ (๙๓) ท่านยากจนมีเพียงผ้าครึ่งผืน ถวายผ้าครึ่งผืนนั้นแด่พระพุทธเจ้าติสสะด้วยความเมตตากรุณาสงสารในความยากไร้ของตนเอง ผลบุญทำให้ได้เสวยสุขในสวรรค์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตโอทนะ
  99. หน้า ๑๙๓ สูจิทายกตฺเถราปทานํ (๙๔) ท่านเคยเป็นช่างเหล็กอยู่ในกรุงพันธุมดี ถวายเข็มแด่พระพุทธเจ้าวิปัสสี ด้วยผลบุญนี้ท่านได้ปัญญาอันคมดุจเพชร (วชิระ) หลุดพ้นจากกิเลสบรรลุอรหัตตผล ก่อนหน้านั้นได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวชิรสมะเจ็ดครั้ง
  100. หน้า ๑๙๔ คนฺธมาลิยตฺเถราปทานํ (๙๕) ท่านสร้างเจดีย์เครื่องหอม (คันธถูป) ประดับด้วยดอกสุมนาถวายบูชาพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเทวคันธะสิบหกครั้ง
  101. หน้า ๑๙๕ ติปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๙๖) ท่านเป็นพรานล่าเนื้อในป่า เห็นต้นแคฝอยกำลังบานสะพรั่ง จึงเก็บดอกไม้สามดอกโปรยบูชาราวกับได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าวิปัสสีต่อพระพักตร์จริง แล้วสิ้นชีวิตทันทีหลังจากนั้น ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตปาสาทิกาสิบสามครั้ง
  102. หน้า ๑๙๖–๑๙๗ มธุปิณฺฑิกตฺเถราปทานํ (๙๗) ท่านพบพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับสงบในป่าเงียบ เมื่อพระองค์เสด็จออกจากสมาธิ ท่านจึงถวายก้อนน้ำผึ้งด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เป็นพระราชานามสุทัสสนะซึ่งมีฝนน้ำผึ้งตกลงมาเป็นอาหาร และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสี่ครั้ง
  103. หน้า ๑๙๗ เสนาสนทายกตฺเถราปทานํ (๙๘) ท่านถวายที่ลาดใบไม้เป็นเสนาสนะและโปรยดอกไม้รอบถวายพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ผลบุญทำให้ได้เสวยที่นอนอันประเสริฐมีฝนดอกไม้ตกลงมาเสมอ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามฐิตาสันถารกะเจ็ดครั้ง
  104. หน้า ๑๙๘ เวยฺยาวจฺจกตฺเถราปทานํ (๙๙) ในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านเป็นผู้ทำกิจการงานขวนขวายรับใช้ในทุกกิจกรรม แม้ไม่มีสิ่งของจะถวายเป็นทานก็ยังกราบไหว้พระบาทพระศาสดาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เป็นพระราชานามสุจินติยะ
  105. หน้า ๑๙๘–๒๐๐ พุทฺธุปฏฺฐากตฺเถราปทานํ (๑๐๐) ท่านเป็นผู้เป่าสังข์คอยรับใช้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้าวิปัสสีอยู่เป็นนิจ ผลบุญทำให้มีบริวารดนตรีหกหมื่นชิ้นแวดล้อมเสมอ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมหานิฆโฆษะสิบหกครั้ง ท้ายเรื่องมีอุทานปิดวรรคที่ ๑๐ สุธาวคฺโค ตามด้วยบทสรุปรวมยอดคาถาทั้งสิบวรรคแรก (ปฐมสตกํ) คือหนึ่งร้อยเรื่องแรกของอปทานในเล่มนี้
  106. หน้า ๒๐๐–๒๐๑ ภิกฺขทายกตฺเถราปทานํ (๑๐๑) — เริ่มวรรคที่ ๑๑ ภิกฺขทายิวคฺโค ท่านถวายภิกษาหนึ่งทัพพีแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะขณะเสด็จออกจากป่าสู่พระนิพพาน ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมหาเรณุเจ็ดครั้ง
  107. หน้า ๒๐๑ ญาณสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๑๐๒) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะผู้มีวรรณะดุจทองคำเสด็จดำเนินตามถนน เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เกิดจิตเลื่อมใสในพระญาณ จึงประนมมือกราบไหว้ ด้วยผลบุญไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสิบหกครั้ง
  108. หน้า ๒๐๒ อุปฺปลหตฺถิยตฺเถราปทานํ (๑๐๓) ท่านเป็นช่างจัดดอกไม้ในเมืองติวรา เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ จึงถวายดอกไม้เต็มกำมือด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้เกิดในภพต่างๆ แวดล้อมด้วยพวงมาลัย
  109. หน้า ๒๐๒–๒๐๓ ปทปูชกตฺเถราปทานํ (๑๐๔) ท่านถวายดอกมะลิเจ็ดดอกที่พระบาทพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ด้วยผลบุญนี้ท่านสามารถครอบงำมนุษย์และเทวดาทั้งปวง และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตคันธะสิบสามครั้ง
  110. หน้า ๒๐๓–๒๐๔ มุฏฺฐิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๐๕) ท่านชื่อสุทัสสนะ เป็นช่างจัดดอกไม้ ถวายดอกมะลิแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยจิตเลื่อมใสสูง ผลบุญทำให้ได้ทิพยจักษุและไม่ไปเกิดในทุคติแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเทวุตตระสิบหกครั้ง
  111. หน้า ๒๐๔–๒๐๕ อุทกปูชกตฺเถราปทานํ (๑๐๖) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระมีวรรณะดุจทองคำเสด็จดำเนิน จึงตักน้ำด้วยมือโปรยขึ้นบูชาบนอากาศ พระพุทธเจ้าทรงรับและตรัสพยากรณ์ว่าจะไม่ไปเกิดในทุคติแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสราชสามครั้ง
  112. หน้า ๒๐๕–๒๐๖ นฬมาลิยตฺเถราปทานํ (๑๐๗) ท่านนำพวงหญ้าปล้อง (นฬมาล) มาผูกทำเป็นพัด ถวายพัดพระพุทธเจ้าปทุมุตตระขณะประทับบนลาดหญ้า พระพุทธเจ้าทรงรับและตรัสอวยพร ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุพพตะและมาลุตะรวมหลายสิบครั้ง
  113. หน้า ๒๐๖–๒๐๗ อาสนุปฏฺฐายกตฺเถราปทานํ (๑๐๘) ท่านถวายบัลลังก์สีหาสน์แด่พระพุทธเจ้าอัตถทัสสีในป่าอันสงบ พร้อมถวายพวงมาลัยและเวียนประทักษิณ ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสันนิพพาปกะ
  114. หน้า ๒๐๗–๒๐๘ พิฬาลิทายกตฺเถราปทานํ (๑๐๙) ท่านอาศัยหากินเผือกมันหัวเหง้าต่างๆ ในป่าใกล้หิมพานต์ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมา ท่านถวายเผือกในบาตรของพระองค์ พระองค์เสวยแล้วตรัสอวยพรว่าจะไม่ไปเกิดในทุคติแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุเมขลิมะ
  115. หน้า ๒๐๙ เรณุปูชกตฺเถราปทานํ (๑๑๐) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงรัศมีเจิดจ้าท่ามกลางหมู่สาวก จึงเก็บละอองเกสรดอกไม้โปรยบูชาพระองค์ ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเรณุ ท้ายเรื่องมีอุทานปิดวรรคที่ ๑๑ ภิกฺขทายิวคฺโค
  116. หน้า ๒๑๐–๒๑๑ มหาปริวารตฺเถราปทานํ (๑๑๑) — เริ่มวรรคที่ ๑๒ มหาปริวารวคฺโค ครั้งพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จเข้าเมืองพันธุมดีพร้อมบริวารหกหมื่นแปดพัน ท่านไปยังเจดีย์แห่งหนึ่ง มียักษ์แปดหมื่นสี่พันคอยอุปัฏฐาก ท่านนำผ้าไปถวายพระพุทธเจ้าพร้อมกราบไหว้ เห็นแผ่นดินไหวเป็นอัศจรรย์ จึงถึงสรณะพร้อมด้วยอำมาตย์และครอบครัว ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวาหนาสิบหกครั้ง
  117. หน้า ๒๑๑–๒๑๒ สุมงฺคลตฺเถราปทานํ (๑๑๒) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จออกจากวิหารไปสรงน้ำที่สระ จึงปรบมือด้วยความปีติยินดีขณะกำลังเล่นดนตรีฟ้อนรำอยู่ แล้วเข้าไปอุปัฏฐากพระองค์ ผลบุญทำให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  118. หน้า ๒๑๒–๒๑๓ สรณคมนิยตฺเถราปทานํ (๑๑๓) ครั้งเกิดสงครามระหว่างเทวราชสองฝ่าย พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จปรากฏกลางอากาศทรงเตือนสติกองทัพทั้งสองว่าการเบียดเบียนนำไปสู่ทุคติ ท่านซึ่งอยู่ในกองทัพนั้นพร้อมด้วยอีกฝ่ายจึงวางอาวุธถึงสรณะเป็นครั้งแรก ผลบุญทำให้ไม่ไปเกิดในทุคติแสนกัปและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมหาจุนทะสิบหกครั้ง
  119. หน้า ๒๑๓–๒๑๔ เอกาสนิยตฺเถราปทานํ (๑๑๔) ท่านเป็นเทวราชนามวรุณ หลังพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีปรินิพพานแล้ว ท่านนำเครื่องดนตรีทั้งหมดไปบรรเลงถวายที่ต้นโพธิ์ราวกับพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ แล้วนั่งขัดสมาธิสิ้นชีวิตในความเลื่อมใสนั้น ผลบุญทำให้ได้เป็นพระราชานามสุพาหุและไปเกิดเป็นเทพนิรมิตกาย
  120. หน้า ๒๑๕–๒๑๖ สุวณฺณปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๑๕) ท่านฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าวิปัสสี แล้วถวายดอกไม้ทองคำสี่ดอกแด่พระองค์ เกิดฉัตรทองคำและแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมมหาชนทั้งหมด ผลบุญทำให้ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเนมิสัมมตะสิบหกครั้ง
  121. หน้า ๒๑๖–๒๑๗ จิตกปูชกตฺเถราปทานํ (๑๑๖) ท่านอาศัยอยู่ที่ราชายตนะ หลังพระพุทธเจ้าสิขีปรินิพพานแล้ว ท่านไปยังเชิงตะกอน (จิตกะ) บรรเลงดนตรีและโปรยของหอมพวงมาลัยบูชา แล้วกราบไหว้เชิงตะกอนนั้น ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอุคคตาสิบหกครั้ง
  122. หน้า ๒๑๗–๒๑๘ พุทฺธสญฺญกตฺเถราปทานํ (๑๑๗) เมื่อพระพุทธเจ้าวิปัสสีทรงปลงพระชนมายุสังขาร แผ่นดินไหวสะเทือน ท่านตกใจกลัวจนกระทั่งท้าวเวสสวัณเสด็จมาปลอบใจว่าไม่มีภัยใดเกิดขึ้น เป็นเพราะอานุภาพพระพุทธเจ้า ท่านจึงเกิดจิตเลื่อมใสสรรเสริญพระพุทธานุภาพ ผลบุญทำให้ได้เป็นพระราชานามสมิตะ
  123. หน้า ๒๑๘–๒๑๙ มคฺคสญฺญกตฺเถราปทานํ (๑๑๘) สาวกของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระหลงป่าใหญ่ ท่าน (เป็นเทวดา) จึงลงมาชี้ทางและถวายอาหารแก่พวกเขา ผลบุญทำให้ท่านบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุเพียงเจ็ดขวบ ก่อนหน้านั้นได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสจักขุสิบสองครั้ง
  124. หน้า ๒๑๙–๒๒๐ ปจฺจุปฏฺฐานสญฺญกตฺเถราปทานํ (๑๑๙) หลังพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีปรินิพพาน ท่านไปเกิดเป็นยักษ์ เศร้าโศกว่ายังมีทรัพย์สมบัติอยู่แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานเสียก่อน พระสาวกชื่อสาครมาปลอบและสอนว่าแม้พระธาตุเพียงเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดก็ควรบูชาได้ ท่านจึงสร้างสถูปบรรจุพระธาตุและปรนนิบัติดูแลอยู่ห้าปี ด้วยผลบุญนี้ท่านบรรลุอรหัตตผลในที่สุด และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสี่ครั้ง
  125. หน้า ๒๒๐ ชาติปูชกตฺเถราปทานํ (๑๒๐) — ยังไม่จบเมื่อสิ้นสุดส่วนนี้ เริ่มเล่าเหตุการณ์ตอนประสูติของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ซึ่งเกิดแสงสว่างเจิดจ้าทั่วโลกธาตุและแผ่นดินไหวสะเทือน โหรทำนายว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ทั้งปวงและจะทรงช่วยยกหมู่สัตว์ให้พ้นทุกข์ เนื้อความยังไม่จบเมื่อสิ้นสุดที่หน้า ๒๒๐ ของส่วนที่ตัดมานี้
  126. หน้า ๒๒๑–๒๒๒ ชาติปูชกเถระ (ตอนจบ - ต่อเนื่องจากไฟล์ก่อนหน้า) เนื้อความช่วงต้นของอปทานนี้อยู่ในตอนก่อนหน้า ส่วนนี้เป็นบทจบ กล่าวถึงพระเถระผู้เคยประกอบพิธีบูชาในวันเกิด (ชาติปูชา) ด้วยจิตเลื่อมใส ผลจากบุญนี้ทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุปาริจริยาถึง ๓๔ ครั้ง และบรรลุปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ อภิญญา ๖ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๒ มหาปริวารวรรค
  127. หน้า ๒๒๒–๒๒๓ เสเรยยกเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๓ เสเรยยวรรค) อดีตเป็นพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญไตรเพท เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกจากป่า จึงยกดอกไม้เสเรยยะขึ้นบูชาในอากาศ ด้วยพุทธานุภาพดอกไม้ลอยเป็นเพดานคลุมพระองค์อยู่ ๗ วัน เห็นเหตุอัศจรรย์นี้จึงเกิดความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  128. หน้า ๒๒๓–๒๒๕ ปุปผถูปิยเถระ เดิมเป็นพราหมณ์สอนศิษย์ ๕๐๐๐ คนที่ภูเขากุกกุระ เมื่อทราบจากศิษย์ว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น จึงตั้งใจจะไปเฝ้าแต่ล้มป่วยเสียก่อน ได้ฟังศิษย์บรรยายพุทธคุณจนเลื่อมใส จึงทำเจดีย์ดอกไม้บูชาแล้วถึงแก่กรรม ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครา
  129. หน้า ๒๒๕–๒๒๖ ปายาสทายกเถระ ขณะกำลังจะทำพิธีบูชายัญด้วยข้าวปายาส ได้พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จจงกรมในอากาศ เกิดความอัศจรรย์ใจจึงถวายข้าวปายาสนั้นแด่พระองค์แทน ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ และภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามพุทธะ
  130. หน้า ๒๒๖–๒๒๗ คันโธทกิยเถระ เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จดำเนินใกล้ปราสาทที่ตนนั่งอยู่ มีรัศมีแผ่ไสว จึงนำน้ำหอมไปประพรมถวายบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุคันธะ
  131. หน้า ๒๒๗–๒๒๙ สัมมุขาถวิกเถระ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าประสูติ ได้ทำนายและกล่าวสรรเสริญเหตุอัศจรรย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมการประสูติ เช่น แผ่นดินไหว แสงสว่างวิเศษ แม่น้ำหยุดไหล ไฟนรกดับ นกไม่บิน ลมไม่พัด เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้าซึ่งๆ หน้า ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายพระนามนับสิบครั้งในกัปต่างๆ
  132. หน้า ๒๓๐–๒๓๑ กุสุมาสนิยเถระ เป็นพราหมณ์เชี่ยวชาญไตรเพทในเมืองธัญญวดี เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จมา จึงจัดอาสนะปูดอกไม้ถวาย พร้อมทั้งถวายอาหารที่เตรียมไว้สำหรับพิธีบูชายัญแก่พระองค์แทน ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวรทัสสนะ
  133. หน้า ๒๓๑–๒๓๒ ผลทายกเถระ (๑) เป็นฤๅษีอยู่ป่าหิมพานต์ เก็บผลปุณฑรีกไว้บูชาไฟ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตมาถึง จึงถวายผลไม้นั้นด้วยจิตเลื่อมใส พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะไม่ตกทุคติแสนกัป ภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุมังคละ
  134. หน้า ๒๓๒–๒๓๓ ญาณสัญญกเถระ อาศัยอยู่ในถ้ำเขาหิมพานต์ เห็นหาดทรายงดงามจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าและพระญาณอันประเสริฐของพระองค์ กล่าวคำนอบน้อมสรรเสริญพระญาณจนเกิดความเลื่อมใสจนได้ไปเกิดในสวรรค์ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปุฬินปุปผิยะ
  135. หน้า ๒๓๓–๒๓๔ คันธปุปผิยเถระ เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกจากอาราม มีหมู่สาวกแวดล้อม เกิดความเลื่อมใสจึงบูชาพระพุทธองค์ตรงทางที่เสด็จผ่านด้วยดอกไม้และของหอม ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวรุณะ
  136. หน้า ๒๓๔–๒๓๕ ปทุมปูชกเถระ (จบวรรคที่ ๑๓ เสเรยยวรรค) เป็นครูสอนศิษย์ที่ภูเขาโคดมใกล้หิมพานต์ ให้ศิษย์ไปเก็บดอกบัวมาถวายบูชาพระพุทธเจ้า พร้อมสั่งสอนศิษย์ให้ไม่ประมาท ตนเองทำบุญด้วยความไม่ประมาทจนถึงแก่กรรม ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามชลุตตมะ จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๓ เสเรยยวรรค
  137. หน้า ๒๓๖–๒๓๗ โสภิตเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๔ โสภิตวรรค) ได้ฟังพระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่มหาชน เกิดศรัทธาประนมมือสรรเสริญพระญาณของพระพุทธเจ้าว่าไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่าเขาจะไม่ตกทุคติแสนกัป และจะได้เป็นสาวกนามโสภิตะผู้บรรลุอรหัตตผล
  138. หน้า ๒๓๗–๒๓๘ สุทัสสนเถระ ขณะหาต้นไม้ผลริมฝั่งแม่น้ำ พบพระสิขีพุทธเจ้า จึงเด็ดดอกเกตกะถวายบูชาพระองค์ และตั้งใจบูชาพระญาณอันเป็นเหตุให้พระองค์บรรลุอมตธรรม ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง
  139. หน้า ๒๓๘–๒๓๙ จันทนปูชกเถระ อดีตเกิดเป็นกินนรริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา กินดอกไม้เป็นอาหาร เห็นพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จมาทางอากาศจึงกล่าวสรรเสริญ แล้วนำจันทน์เหลวไปถวายทาแด่พระพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๑๘๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามโรหิณีสามครั้ง
  140. หน้า ๒๓๙–๒๔๐ ปุปผฉทนิยเถระ เป็นพราหมณ์ชื่อสุนันทะผู้ทำพิธีวาชเปยยะ เมื่อเห็นพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จจงกรมในอากาศแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ จึงให้ศิษย์เด็ดดอกไม้ซัดขึ้นเป็นเพดานถวายบูชาทั่วเมือง ด้วยพุทธานุภาพเพดานดอกไม้ไม่ร่วงหล่นถึง ๗ วัน ผลบุญทำให้บรรลุนิพพาน และเคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอัมพรังสะ
  141. หน้า ๒๔๐–๒๔๑ รโหสัญญิกเถระ เป็นพราหมณ์สอนศิษย์ ๓๐๐๐ คนที่ภูเขาวสภะ หลังส่งศิษย์กลับ นั่งอยู่ผู้เดียวเพ่งหาเพศแห่งพระพุทธเจ้าในใจจนเกิดความเลื่อมใสในพระญาณ แล้วถึงแก่กรรมขณะนั้น ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสิรีธระ
  142. หน้า ๒๔๑–๒๔๒ จัมปกปุปผิยเถระ เป็นดาบสอยู่กลางเขาพร้อมศิษย์ ๓ คน เก็บดอกไม้ ๗ ดอกไว้ในถุง เมื่อพบพระเวสสภูพุทธเจ้าจึงนำดอกไม้ทั้งหมดขึ้นถวายบูชาพระญาณของพระองค์ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวิหตาภาสะ
  143. หน้า ๒๔๒–๒๔๓ อัตถสันทัสสกเถระ ในนามนารทะ เห็นพระปทุมุตตรพุทธเจ้าประทับท่ามกลางหมู่สงฆ์ผู้ทรงอภิญญาแสนรูป จึงกล่าวคาถา ๓ บทสรรเสริญพระพุทธคุณและธรรมกายของพระองค์ ด้วยความเลื่อมใสและการสรรเสริญนี้ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุมิตตะ
  144. หน้า ๒๔๓–๒๔๔ เอกรังสนิยเถระ ในนามนารทะหรือเกสวะ เข้าเฝ้าพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าผู้ทรงแสดงธรรมด้วยความเมตตากรุณา เกิดจิตเลื่อมใสประนมมือถวายบังคมแล้วจากไป ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอมิตตตปนะ ก่อนจะบรรลุธรรมในที่สุด
  145. หน้า ๒๔๔–๒๔๕ สาลทายกเถระ อดีตเกิดเป็นราชสีห์ในตระกูลสูง เมื่อพบพระพุทธเจ้าในถ้ำเขา คิดจะเข้าไปอุปัฏฐาก จึงหักกิ่งสาละที่มีดอกไปถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวิโรจนะถึง ๓ ครั้ง
  146. หน้า ๒๔๕–๒๔๖ ผลทายกเถระ (๒) (จบวรรคที่ ๑๔ โสภิตวรรค) อาศัยอยู่ในถ้ำใกล้พระสิขีพุทธเจ้า เมื่อไม่มีสิ่งของถวายจึงนำผลปิยาละไปถวายพระพุทธเจ้าซึ่งทรงรับด้วยพระองค์เอง ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๔ โสภิตวรรค
  147. หน้า ๒๔๗ อธิฉัตติยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๕ ฉัตตวรรค) หลังพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพาน ได้สร้างฉัตรซ้อนฉัตรถวายที่พระสถูป และนำดอกไม้ไปคลุมฉัตรบูชาเป็นประจำทุกคราวที่มาไหว้ ผลบุญทำให้ได้เสวยราชสมบัติเป็นเทวราชนาน ไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกในช่วงเวลานั้น
  148. หน้า ๒๔๗–๒๔๘ ถัมภาโรปกเถระ หลังพระธรรมทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพาน ได้สร้างบันไดขึ้นไปยกเสาธงถวายที่พระเจดีย์ พร้อมนำดอกไม้ประจำกาลไปบูชา เปล่งวาจาสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระคุณของพระศาสดา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามถูปสิขะถึง ๑๖ ครั้ง
  149. หน้า ๒๔๘–๒๔๙ เวทิการกเถระ หลังพระปิยทัสสีพุทธเจ้าปรินิพพาน ได้สร้างแท่นแก้วมณีล้อมรอบถวายบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ว่าเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็มีแก้วมณีปรากฏในอากาศเสมอ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามมณิปภาสะถึง ๓๒ ครั้ง
  150. หน้า ๒๔๙–๒๕๐ สปริวาริยเถระ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าปรินิพพาน มีการสร้างสถูปใหญ่บรรจุพระธาตุ จึงสร้างแท่นจันทน์และถวายเครื่องหอมประดับสถูปด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่เคยเกิดในภาวะที่ด้อยกว่าใครทั้งในหมู่เทวดาและมนุษย์ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมัตตะถึง ๘ ครั้ง
  151. หน้า ๒๕๐–๒๕๑ อุมมาปุปผิยเถระ เมื่อพระสิทธัตถพุทธเจ้าปรินิพพานและมีมหกรรมบูชาพระมหาสถูป ได้นำดอกผักตบ(อุมมา)ไปถวายบูชาที่สถูป ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามโสมเทวะถึง ๘๕ ครั้ง
  152. หน้า ๒๕๑ อนุโลมทายกเถระ ได้สร้างแท่นโพธิ์และฉาบปูนขาวถวายพระอโนมทัสสีพุทธเจ้าด้วยมือของตนเอง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ท่ามกลางหมู่สงฆ์ว่าเขาจะได้เสวยสมบัติแล้วบรรลุที่สุดแห่งทุกข์ ผลคือได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสัมปัสสนะ และเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงกายสุดท้ายในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  153. หน้า ๒๕๒ มัคคทายกเถระ ขณะข้ามแม่น้ำเข้าป่า พบพระสิทธัตถพุทธเจ้า จึงถือจอบและตะกร้าปรับทางเดินให้เรียบถวายเป็นพุทธบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุปพุทธะ
  154. หน้า ๒๕๒–๒๕๓ ผลกทายกเถระ เดิมเป็นช่างทำยานพาหนะชำนาญงานไม้ ได้ทำแผ่นไม้จันทน์ถวายแด่พระพุทธเจ้า ผลบุญทำให้เกิดในภพต่างๆ มีวิมานทองและยานทิพย์พร้อมสรรพ ไม่เคยขาดแคลนแก้วรัตนะ ไม่ตกทุคติแสนกัป และเคยเป็นผู้มีวิมานเนรมิต ๔ ครั้ง
  155. หน้า ๒๕๓–๒๕๔ วฏังสกิยเถระ ขณะพระสยัมภูสุเมธพุทธเจ้าเสด็จเข้าป่าใหญ่เพื่อบำเพ็ญวิเวก เห็นดอกสลฬะบานจึงถักเป็นพวงมาลัยถวายทัดพระเศียรพระพุทธเจ้าต่อหน้าพระพักตร์ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติสามหมื่นกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามโสณณาภะถึง ๘ ครั้ง
  156. หน้า ๒๕๔–๒๕๕ ปัลลังกทายกเถระ (จบวรรคที่ ๑๕ ฉัตตวรรค) ได้ถวายบัลลังก์ประดับผ้าปูและผ้าคลุมแด่พระสุเมธพุทธเจ้า บัลลังก์นั้นเป็นบัลลังก์แก้วเจ็ดประการซึ่งเกิดขึ้นตามใจปรารถนาเสมอในภพต่อๆ มา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติสามหมื่นกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสุวรรณาภะถึง ๓ ครั้ง จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๕ ฉัตตวรรค
  157. หน้า ๒๕๖ พันธุชีวกเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๖ พันธุชีวกวรรค) เห็นพระสิขีพุทธเจ้าประทับเพ่งฌานในป่า ผู้บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน จึงร้อยดอกพันธุชีวกเป็นพวงถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๓๑ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตจักขุ
  158. หน้า ๒๕๗ ตัมพปุปผิยเถระ เดิมทำผิดในหน้าที่การงานของผู้อื่นจนหนีเข้าป่าด้วยความกลัว พบต้นไม้ดอกสีแดง(ตัมพปุปผะ)บานสะพรั่งใกล้ต้นโพธิ์ จึงเก็บมาโปรยบูชาโพธิ์กราบไหว้ด้วยจิตเลื่อมใส แม้ภายหลังตกเหวก็ไม่เป็นอันตราย ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสัมมสิตะ
  159. หน้า ๒๕๘ วีถิสัมมัชชกเถระ เห็นพระพุทธเจ้าพร้อมพระขีณาสพหกหมื่นแปดพันองค์เสด็จดำเนินดุจพระอาทิตย์และพระจันทร์เพ็ญ จึงกวาดถนนและยกธงถวายเป็นพุทธบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุธชะ
  160. หน้า ๒๕๘–๒๕๙ กักการุปูชกเถระ ครั้งเกิดเป็นเทพบุตร ได้นำดอกกักการุไปถวายบูชาพระสิขีพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๓๑ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสัตตุตตมะ
  161. หน้า ๒๕๙–๒๖๐ มันทารวปุปผปูชกเถระ ครั้งเกิดเป็นเทพบุตรเช่นกัน ได้นำดอกมณฑารพ (ดอกไม้สวรรค์) ไปบูชาพระสิขีพุทธเจ้า ดอกไม้ตกลงคลุมพระองค์อยู่ ๗ วัน มหาชนพากันมาสักการะ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๓๑ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามชุตินธระ
  162. หน้า ๒๖๐ กทัมพปุปผิยเถระ อาศัยที่เขากุกกุฏใกล้หิมพานต์ อันเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ เห็นดอกกทัมพ์บานจึงเก็บด้วยสองมือโปรยบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์พร้อมกัน ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๗ ครั้ง
  163. หน้า ๒๖๑ ติณสูลกเถระ อาศัยอยู่ใกล้เขาภูตคณะในหิมพานต์ อันมีพระปัจเจกพุทธประทับอยู่ ได้ถือหญ้าคาถวายบูชาแด่พระองค์ ผลบุญทำให้ไม่ตกอบายเกือบแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  164. หน้า ๒๖๑–๒๖๒ นาคปุปผิยเถระ เป็นพราหมณ์ผู้สอนศิษย์ พระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดโดยทรงจงกรมในอากาศดุจประทีปสว่างไสว เมื่อพระองค์เสด็จจากไป จึงนำดอกบุนนาคโปรยตามทางเสด็จด้วยความอัศจรรย์ใจ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  165. หน้า ๒๖๒–๒๖๓ ปุนนาคปุปผิยเถระ เดิมเป็นพรานป่า เห็นดอกบุนนาคบานจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้า เก็บดอกไม้หอมนั้นมาทำเป็นสถูปทรายแล้วถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามตโมนุทะ
  166. หน้า ๒๖๓–๒๖๔ กุมุททายกเถระ (จบวรรคที่ ๑๖ พันธุชีวกวรรค) เดิมเป็นนกชื่อกุกกุฏะผู้มีศีล อาศัยอยู่ในหนองน้ำใหญ่เต็มไปด้วยบัวหลากชนิดใกล้หิมพานต์ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จผ่าน จึงตัดดอกโกมุท(บัวขาว)ถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามวรุณะถึง ๘ ครั้ง จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๖ พันธุชีวกวรรค
  167. หน้า ๒๖๕ สุปาริจริยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๗ สุปาริจริยวรรค) ขณะพระปทุมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม มียักษ์ประชุมกันใกล้ที่นั้น เขาได้ฟังพระสุรเสียงแสดงอมตธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใส ปรบมือแสดงความยินดีและเข้าอุปัฏฐากพระศาสดา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติสามหมื่นกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมลังกตะ
  168. หน้า ๒๖๖ กัณเวรปุปผิยเถระ เป็นผู้เลี้ยงดูในวังหลวง เห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้าเสด็จเข้าเมืองพร้อมสาวก จึงนำดอกกัณเวรโปรยบูชาทั้งต่อหน้าสงฆ์และต่อพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นผู้มีฤทธิ์มากถึง ๔ ครั้งในกัปหนึ่ง
  169. หน้า ๒๖๖–๒๖๗ ขัชชทายกเถระ เคยถวายผลไม้และมะพร้าวเป็นของขบเคี้ยวแด่พระติสสพุทธเจ้าด้วยความยินดี ผลบุญทำให้ได้เสวยความสุขสมปรารถนาในภพต่างๆ ไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอินทสมะ
  170. หน้า ๒๖๗–๒๖๘ เทสปูชกเถระ เห็นพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศจากสถานที่หนึ่ง จึงเข้าไปบูชาสถานที่นั้นด้วยมือของตนด้วยความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติสิบแปดร้อยกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามโคสุชาตะ
  171. หน้า ๒๖๘–๒๖๙ กณิการฉทนิยเถระ เมื่อพระเวสสภูพุทธเจ้าเสด็จเข้าป่าเพื่อพักผ่อนกลางวัน จึงเก็บดอกกรรณิการ์มาทำเป็นร่มบังแดดถวายบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๓๑ กัป ได้เป็นกษัตริย์วรรณะทองคำถึง ๘ ครั้ง
  172. หน้า ๒๖๙ สัปปิทายกเถระ เห็นพระปุสสพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตตามถนนโปรดมหาชน จึงนำเนยใสและน้ำมันถวายใส่บาตร ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสโมทกะ
  173. หน้า ๒๗๐ ยุธิกปุปผิยเถระ ขณะเดินตามลำน้ำจันทภาคา พบพระปัจเจกพุทธเจ้าดุจต้นสาละที่กำลังบาน จึงนำดอกยุธิกา(มะลิซ้อน)ไปถวายบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  174. หน้า ๒๗๐–๒๗๑ ทุสสทายกเถระ เป็นราชโอรสในเมืองติวรา ได้รับผ้าเป็นของกำนัลจึงนำไปถวายพระสิทธัตถพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงรับด้วยพระหัตถ์แล้วเหาะขึ้นสู่อากาศ มีผืนผ้าปลิวตามหลัง เกิดความเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปริสุทธะ
  175. หน้า ๒๗๑–๒๗๒ สมาทปกเถระ เป็นหัวหน้ากลุ่มพ่อค้าในเมืองพันธุมดี ได้ชักชวนพวกพ้องร่วมกันสร้างศาลาถวายแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์จนแล้วเสร็จ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติแสนกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอาเวละ
  176. หน้า ๒๗๒–๒๗๓ ปัญจังคุลิยเถระ (จบวรรคที่ ๑๗ สุปาริจริยวรรค) ขณะพระติสสพุทธเจ้าเสด็จเข้าพระคันธกุฎี ได้นำพวงมาลัยหอมไปถวาย แม้จิตยังไม่เลื่อมใสเต็มที่ ก็ยังพิมพ์รอยมือทั้งห้านิ้วถวายเป็นพุทธบูชา ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสยัมปกะ จบด้วยอุทานสรุปวรรคที่ ๑๗ สุปาริจริยวรรค
  177. หน้า ๒๗๔–๒๗๕ กุมุทมาลิยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๘ กุมุทวรรค) เดิมเป็นยักษ์รูปร่างน่ากลัวอาศัยอยู่ในหนองบัวใหญ่กลางเขาหิมพานต์ กำลังเก็บดอกโกมุทอยู่ เมื่อพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าเสด็จมาเห็นดอกไม้ที่เก็บไว้ จึงมอบดอกไม้ทั้งหมดถวายเป็นพุทธบูชา พระพุทธองค์ทรงรับดอกไม้จนคลุมทั่วทั้งหิมพานต์ ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติ ๑๘๐๐ กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสรถถึง ๗ ครั้ง
  178. หน้า ๒๗๕ นิสเสณีทายกเถระ ได้สร้างบันไดถวายสำหรับขึ้นสู่ปราสาทแด่พระโกณฑัญญพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เสวยสมบัติแล้วในที่สุดทรงกายสุดท้ายบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสัมพหุละถึง ๓ ครั้ง
  179. หน้า ๒๗๕ รัตติยปุปผิยเถระ (ยังไม่จบภายในขอบเขตหน้านี้) อปทานนี้เพิ่งเริ่มต้นที่ท้ายหน้า ๒๗๕ และยังไม่จบภายในช่วงหน้าที่กำหนด (๒๒๑-๒๗๕) เนื้อความเริ่มต้นกล่าวว่าเดิมเป็นพรานล่าเนื้ออาศัยอยู่ในป่า ได้พบเห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้า เทพแห่งเทพผู้องอาจในหมู่นรชน เรื่องราวการถวายบูชาและผลบุญจะดำเนินต่อในหน้าถัดไปนอกขอบเขตของไฟล์นี้
  180. หน้า ๒๗๖ พระรัตติยปุปผิยเถระ (เรื่องเดิมต่อจากหน้าก่อน) อปทานนี้เริ่มก่อนหน้าที่ตัดตอนมา และจบลงที่หน้า ๒๗๖ ท่านเล่าว่าเห็นต้นกุฎชะบานสะพรั่งยามค่ำคืน จึงถอนทั้งต้นไปถวายแด่พระพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปสู่ทุคติเลยเก้าสิบเอ็ดกัป และเคยได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุปปสันนะ ก่อนจะบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
  181. หน้า ๒๗๖–๒๗๗ พระอุทปานทายกเถระ ในสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้า ท่านได้ขุดบ่อน้ำถวายและได้น้อมถวายบิณฑบาต ด้วยผลแห่งการให้บ่อน้ำนี้ ท่านไม่เคยตกไปสู่ทุคติเลยเก้าสิบเอ็ดกัป ก่อนจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ผู้มีปฏิสัมภิทาและอภิญญาหก
  182. หน้า ๒๗๗ พระสีหาสนทายกเถระ หลังพระปทุมุตตรพุทธเจ้าปรินิพพาน ท่านมีจิตเลื่อมใสถวายบัลลังก์สีหาสน์พร้อมของหอมและดอกไม้มากมายเพื่อบูชา ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสิลุจจยะถึงแปดครั้งในหนึ่งหมื่นห้าพันกัป ก่อนบรรลุอรหัตตผล
  183. หน้า ๒๗๘ พระมัคคทัตติกเถระ เมื่อพระอโนมทัสสีพุทธเจ้าเสด็จจงกรมกลางแจ้งเพื่อความสุขในปัจจุบัน มีดอกไม้ผุดขึ้นรองรับพระบาททุกก้าวย่าง ท่านเลื่อมใสจึงโปรยดอกไม้ถวายบูชาเส้นทางนั้น ผลบุญทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามปุปผัจฉทนิยะถึงห้าครั้งในสองหมื่นกัป
  184. หน้า ๒๗๘–๒๗๙ พระเอกทีปิยเถระ ที่ต้นโพธิ์พันธุ์สละของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ท่านมีจิตเลื่อมใสถวายประทีปดวงเดียวเป็นพุทธบูชา ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยตกทุคติเลย และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามจันทาภาถึงสี่ครั้งในหนึ่งหมื่นหกพันกัป ก่อนบรรลุอรหัตตผล (ท้ายเรื่องมีข้อความคั่น "นวมํ ภาณวารํ" อันเป็นเครื่องหมายจบวรรคสวดที่ ๙)
  185. หน้า ๒๗๙–๒๘๐ พระมณิปูชกเถระ ที่ริมฝั่งแม่น้ำใต้เขาหิมพานต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า (สยมฺภู) ประทับอยู่ ท่านได้ถือแก้วมณีอันงามไปถวายบูชาบนบัลลังก์ของพระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสตรังสีถึงแปดครั้งในสิบสองกัป
  186. หน้า ๒๘๐ พระติกิจฉกเถระ ท่านเคยเป็นหมอผู้ชำนาญในเมืองพันธุมดี คอยรักษาผู้เจ็บไข้ได้ทุกข์ เมื่อเห็นสมณะรูปหนึ่ง (ผู้อุปัฏฐากของพระวิปัสสีพุทธเจ้า) เจ็บป่วยจึงถวายเภสัชรักษาจนหาย ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสัพโพสถะ
  187. หน้า ๒๘๑ พระสังฆุปัฏฐากเถระ (จบวรรคที่ ๑๘ กุมุทวรรค) ในสมัยพระเวสสภูพุทธเจ้า ท่านเป็นคนวัด (อารามิก) ผู้มีจิตเลื่อมใสคอยอุปัฏฐากพระสงฆ์ผู้ประเสริฐ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเลยสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงเจ็ดครั้งในเจ็ดกัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปรายชื่อสิบเรื่องในกุมุทวรรคที่ ๑๘ ซึ่งจบบริบูรณ์
  188. หน้า ๒๘๒ พระกุฎชปุปผิยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๑๙ กุฎชปุปผิยวรรค) เมื่อเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีวรรณะดุจทองคำเสด็จจาริกไปในอากาศ ท่านเก็บดอกกุฎชะที่บานสะพรั่งจากต้นไปถวายแด่พระพุทธเจ้าผุสสะ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสามครั้งในสิบเจ็ดกัป
  189. หน้า ๒๘๒–๒๘๓ พระพันธุชีวกเถระ ขณะพระโสภิตพุทธเจ้าเข้าสมาธินั่งอยู่ในซอกเขา ท่านออกเที่ยวหาดอกไม้ที่สระบัวและพบดอกพันธุชีวกจึงเก็บมาถวายด้วยมือทั้งสองข้างด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสมุททกัปปะครั้งหนึ่งในสิบสี่กัป
  190. หน้า ๒๘๓–๒๘๔ พระโกตุมพริยเถระ เมื่อเห็นพระสิขีพุทธเจ้าประทับนั่งในซอกเขารุ่งเรืองดุจดอกกรรณิการ์ เทวดาแวดล้อมบูชา ท่านมีจิตเบิกบานจึงถวายดอกโกตุมพระเจ็ดดอกแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหาเนละครั้งหนึ่งในยี่สิบกัป
  191. หน้า ๒๘๔–๒๘๕ พระปัญจหัตถิยเถระ เมื่อพระติสสพุทธเจ้าเสด็จไปตามถนนพร้อมด้วยสาวก ท่านซึ่งประสงค์จะถวายเครื่องบูชาได้จัดดอกอุบลห้ากำวางไว้สี่แห่งแล้วถวายบูชาพระองค์ผู้มีพระรัศมีดุจทองคำ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสุลภสัมมตะถึงห้าครั้งในสิบสามกัป
  192. หน้า ๒๘๕–๒๘๖ พระอิสิมุคคทายกเถระ ท่านนิมนต์พระปทุมุตตรพุทธเจ้าพร้อมสาวกแสนแปดหมื่นรูป ยืนอยู่บนปราสาทถวายถั่วอิสิมุคคะปรุงกับน้ำผึ้ง จนอิ่มหนำทุกรูป ด้วยความเลื่อมใสนี้ท่านไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหิสมันตะหลายครั้งในสามหมื่นแปดพันสี่สิบกัป
  193. หน้า ๒๘๖ พระโพธิอุปัฏฐายกเถระ ในเมืองรัมมวดี ท่านเป็นนักตีกลอง (มุรชวาทก) ผู้หมั่นอุปัฏฐากต้นโพธิ์เป็นประจำทั้งเช้าเย็น ด้วยกุศลมูลนี้ท่านไม่ตกทุคติเลยหนึ่งพันแปดร้อยกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามทมถะในหนึ่งพันห้าร้อยกัป
  194. หน้า ๒๘๗–๒๘๘ พระเอกจินติกเถระ ท่านเล่าว่าเมื่อครั้งเป็นเทพบุตรใกล้จุติ ได้ยินเสียงเตือนสามครั้งจากหมู่เทพให้ไปเกิดเป็นมนุษย์เพื่อได้ศรัทธาอันมั่นคงในพระสัทธรรม ท่านเกิดความสังเวชสงสัยว่าจะไปเกิดในกำเนิดใด พระสาวกนามสุมนะของพระปทุมุตตรพุทธเจ้าจึงมาแสดงธรรมปลุกให้เกิดสังเวช ท่านจึงเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าและทำกาละ ณ ที่นั้น ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
  195. หน้า ๒๘๘–๒๘๙ พระติกัณณิปุปผิยเถระ ครั้งเป็นเทพบุตรแวดล้อมด้วยนางอัปสร ท่านระลึกถึงบุญกรรมเก่าและระลึกถึงพระพุทธเจ้า จึงถือดอกติกัณณิถวายบูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสี่ครั้งในเจ็ดสิบสามกัป
  196. หน้า ๒๘๙–๒๙๐ พระเอกจาริยเถระ เมื่อพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเสด็จปรินิพพาน หมู่เทพในดาวดึงส์เกิดความเศร้าโศกสังเวช ท่านจึงเข้าเฝ้าและถวายดอกมณฑารพที่ประดิษฐ์เป็นเครื่องสักการะในเวลาปรินิพพาน เทพทั้งหลายและนางอัปสรของท่านต่างอนุโมทนา ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสิบหกครั้งในหกหมื่นกัป
  197. หน้า ๒๙๐–๒๙๑ พระติวัณฏิปุปผิยเถระ (จบวรรคที่ ๑๙ กุฎชปุปผิยวรรค) เมื่อผู้คนมาชุมนุมเพ่งดูพระอภิภูเถระจนเกิดความเร่าร้อนใจ พระสาวกนามสุนันทะของพระธรรมทัสสีพุทธเจ้าได้มาช่วย และสหายของท่านได้มอบดอกไม้ให้ ท่านจึงนำดอกไม้นั้นไปถวายบูชาแก่พระสาวกทั้งหลาย ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกอบายหนึ่งพันแปดร้อยกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงแปดครั้งในหนึ่งพันสามร้อยกัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปวรรคที่ ๑๙ ซึ่งจบบริบูรณ์
  198. หน้า ๒๙๑–๒๙๒ พระตมาลปุปผิยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๒๐ ตมาลปุปผิยวรรค) ท่านเคยมีวิมานเสาทองคำอันงดงามในสวรรค์ ก่อนหน้านั้นได้ถือดอกตมาละถวายบูชาแด่พระสิขีพุทธเจ้าด้วยจิตผ่องใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามจันทติตตะครั้งหนึ่งในยี่สิบกัป
  199. หน้า ๒๙๒ พระติณสันถารทายกเถระ ท่านเป็นดาบสอยู่ป่า เกี่ยวหญ้าถวายพระศาสดา (พระสิทธัตถพุทธเจ้า) ปูลาดเป็นที่ประทับ และนำใบตาลสามใบมามุงเป็นหลังคากันแดดกันฝนถวาย เทวดาและมนุษย์พากันถือหลังคานั้นไว้ตลอดเจ็ดวัน ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสี่ครั้งในหกสิบห้ากัป
  200. หน้า ๒๙๓ พระขัณฑผุลลิยเถระ พระสถูปของพระผุสสพุทธเจ้าในป่าใหญ่ถูกโขลงช้างทำลายแตก ท่านได้ซ่อมแซมส่วนที่ขรุขระให้เรียบและถวายปูนโบกซ่อมสถูปด้วยความเลื่อมใสในพระคุณของพระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสิบหกครั้งในเจ็ดสิบเจ็ดกัป
  201. หน้า ๒๙๓–๒๙๔ พระอโศกปูชกเถระ ท่านเป็นคนเฝ้าสวนหลวงในนครติปุระ เมื่อพระปทุมพุทธเจ้าประทับนั่งใต้ต้นบัวโดยที่ร่มเงาไม่คลาดจากพระองค์ ท่านเห็นดอกอโศกบานสะพรั่งเป็นพวงจึงเก็บมาถวายบูชา ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสิบหกครั้งในเจ็ดสิบกัป
  202. หน้า ๒๙๔–๒๙๕ พระอังโกลกเถระ ท่านเห็นต้นอังโกละบานสะพรั่งจึงเก็บดอกไม้ไปเฝ้าพระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้กำลังหลีกเร้นอยู่ในถ้ำ รอจนพระองค์ออกจากฌานครู่หนึ่งแล้วโปรยดอกไม้บูชาในถ้ำนั้น ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอาเสกะในสามสิบหกกัป
  203. หน้า ๒๙๕–๒๙๖ พระกิสลยปูชกเถระ ในนครทวารวดี ท่านมีสวนดอกไม้และบ่อน้ำ เมื่อพระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้ไม่มีผู้เอาชนะเสด็จผ่าน ท่านไม่พบสิ่งใดควรบูชาจึงใช้ยอดอ่อนของต้นอโศกโยนขึ้นบูชากลางอากาศ ยอดใบนั้นลอยตามพระองค์ไปข้างหลังอย่างอัศจรรย์ ทำให้ท่านสลดใจในพระพุทธานุภาพยิ่งนัก ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามเอกิสสระ
  204. หน้า ๒๙๖–๒๙๗ พระตินทุกทายกเถระ ท่านเคยเป็นลิงอาศัยอยู่ตามซอกเขา เห็นผลมะพลับ (ตินทุกะ) สุกจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าและออกเสาะหาพระองค์อยู่หลายวัน เมื่อพบพระสิทธัตถพุทธเจ้าพร้อมพระขีณาสพพันรูป ท่านมีใจปีติถือผลไม้เข้าไปถวายและพระองค์ทรงรับ ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอุปนันทะ
  205. หน้า ๒๙๗–๒๙๘ พระคิริเนลมุฏฐิปูชกเถระ ขณะพระสุเมธพุทธเจ้าบำเพ็ญเพียรครั้งสุดท้ายเสด็จจงกรมอยู่ ท่านได้ถวายดอกคิริเนละกำมือหนึ่งบูชาแด่พระองค์ ด้วยกุศลจิตนี้ท่านไม่ตกทุคติสามหมื่นกัป และได้เป็นกษัตริย์พระนามสุเนละ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิครั้งหนึ่งในสองพันสามร้อยกัป
  206. หน้า ๒๙๘–๒๙๙ พระติกัณฑิปุปผิยเถระ พระสุมังคลพุทธเจ้า (ผู้ตรัสรู้เอง) เสด็จออกบิณฑบาตในเมืองแล้วกลับมาประทับในป่า ท่านได้ถือดอกติกัณฑิไปถวายบูชาแด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอปเสละในแปดสิบหกกัป
  207. หน้า ๒๙๙–๓๐๐ พระยูถิกปุปผิยเถระ (จบวรรคที่ ๒๐ ตมาลปุปผิยวรรค) เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จออกจากป่าไปยังวิหาร ท่านถือดอกมะลิ (ยูถิกะ) ด้วยมือทั้งสองถวายบูชาแด่พระองค์ผู้มีเมตตาจิต ด้วยผลบุญนี้ไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสมิตนันทนะในห้าสิบกัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปวรรคที่ ๒๐ และคำสรุปว่าจบภิกขุวรรคทสกะ (หมวดที่สอง) บริบูรณ์
  208. หน้า ๓๐๑ พระกณิการปุปผิยเถระ (เริ่มวรรคที่ ๒๑ กณิการปุปผิยวรรค) ท่านเห็นดอกกรรณิการ์บานสะพรั่งจึงเก็บมาถวายบูชาแด่พระติสสพุทธเจ้าผู้ข้ามพ้นห้วงกิเลสแล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอรุณปาละในสามสิบห้ากัป
  209. หน้า ๓๐๑–๓๐๒ พระมิเนลปุปผิยเถระ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้มีวรรณะทองคำเสด็จจงกรมด้วยเมตตาจิต ท่านสรรเสริญพระญาณอันประเสริฐแล้วถือดอกมิเนละถวายบูชา ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสุเมฆฆนะในยี่สิบเก้ากัป
  210. หน้า ๓๐๒–๓๐๓ พระกึกณิกปุปผิยเถระ เมื่อพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จลงสรงน้ำในสระ พระวรกายงามดุจทองคำ ท่านถือดอกกึกณิถวายบูชาด้วยจิตเบิกบาน ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามภีมรถะในยี่สิบเจ็ดกัป
  211. หน้า ๓๐๓ พระตรณิยเถระ เมื่อพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าพร้อมสาวกเสด็จถึงฝั่งแม่น้ำคงคาที่น้ำเต็มเปี่ยมยากจะข้าม ท่านได้ช่วยนำพระภิกษุสงฆ์และพระพุทธเจ้าข้ามฟากไปได้ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติหนึ่งพันแปดร้อยกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงห้าครั้งในสิบสามร้อยกัป
  212. หน้า ๓๐๔ พระนิคคุณฑิปุปผิยเถระ ท่านเป็นคนเฝ้าอารามของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ได้ถือดอกนิคคุณฑิถวายบูชาแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหาปตาปะในสามสิบห้ากัป
  213. หน้า ๓๐๔–๓๐๕ พระอุทกทายกเถระ ท่านเห็นสมณะรูปหนึ่งกำลังฉันภัตตาหารด้วยใจผ่องใสไม่ขุ่นมัว จึงนำน้ำในหม้อไปถวายแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านเป็นผู้ไร้มลทินสิ้นความสงสัย ไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามวิมละในหกสิบเอ็ดกัป
  214. หน้า ๓๐๕–๓๐๖ พระสลฬมาลิยเถระ ท่านเห็นพระสิทธัตถพุทธเจ้าประทับนั่งในซอกเขารุ่งเรืองดุจดอกกรรณิการ์ จึงเลิกเจตนาจะยิงธนูแล้วตัดดอกไม้พร้อมก้านไปถวายบูชาแด่พระองค์แทน ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามชุตินธระในห้าสิบเอ็ดกัป
  215. หน้า ๓๐๖ พระโกรัณฑปุปผิยเถระ ท่านเห็นรอยพระบาทประดับลายจักรของพระวิปัสสีพุทธเจ้าจึงเดินตามรอยนั้นไป เมื่อเห็นดอกโกรัณฑ์บานสะพรั่งพร้อมราก จึงนำมาบูชาและกราบไหว้รอยพระบาทด้วยใจเบิกบาน ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามวีตมละในห้าสิบเจ็ดกัป
  216. หน้า ๓๐๗ พระอาธารทายกเถระ ท่านได้ถวายเครื่องรองรับ (อาธาระ) แด่พระสิขีพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านทรงไว้ซึ่งความเป็นใหญ่ในแผ่นดินทั้งสิ้น และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสี่ครั้งพระนามสมันตวรุณาในยี่สิบเจ็ดกัป ก่อนสิ้นกิเลสบรรลุอรหัตตผล
  217. หน้า ๓๐๗–๓๐๘ พระปาปนิวาริยเถระ (จบวรรคที่ ๒๑ กณิการปุปผิยวรรค) ท่านได้ถวายฉัตรกั้นแด่พระติสสพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส บุญนี้ช่วยกั้นบาปกรรมและเสริมกุศลให้ท่าน มีฉัตรลอยกั้นในอากาศให้เป็นผลแห่งบุญเก่า ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหานิทานถึงยี่สิบแปดครั้งในเจ็ดสิบสองกัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปวรรคที่ ๒๑ ซึ่งจบบริบูรณ์
  218. หน้า ๓๐๙ พระหัตถิทายกเถระ (เริ่มวรรคที่ ๒๒ หัตถิวรรค) ท่านได้ถวายพญาช้างงาดุจงอนไถแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสิบหกครั้งพระนามสมันตปาสาทิกาในเจ็ดสิบแปดกัป
  219. หน้า ๓๐๙–๓๑๐ พระปานธิทายกเถระ ท่านได้ถวายรองเท้าแด่ฤๅษีผู้บำเพ็ญตบะอยู่ในป่า มีจิตเจริญเมตตา ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เสวยยานทิพย์ ไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงแปดครั้งพระนามสุยานาในเจ็ดสิบเจ็ดกัป
  220. หน้า ๓๑๐–๓๑๑ พระสัจจสัญญกเถระ ท่านได้ฟังพระเวสสภูพุทธเจ้าทรงแสดงอริยสัจแก่มหาชนด้วยความกรุณาอย่างยิ่ง ท่านนั่งฟังธรรมแล้วเกิดสัญญาในสัจธรรมนั้น จึงได้ไปเกิดในเทวโลกอยู่สามสิบกัป ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามเอกผุสสิตะในยี่สิบหกกัป
  221. หน้า ๓๑๑–๓๑๒ พระเอกสัญญกเถระ ท่านเห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาติดอยู่ที่กิ่งไม้ริมทาง จึงประคองอัญชลีกราบไหว้ผ้าบังสุกุลนั้นด้วยความเลื่อมใส ด้วยสัญญาเดียวนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอมิตาภะในยี่สิบห้ากัป
  222. หน้า ๓๑๒ พระรังสิสัญญกเถระ ท่านเห็นพระรัศมีของพระพุทธเจ้าส่องสว่างไสวดุจพระอาทิตย์อุทัยที่ซอกเขา จึงเกิดความเลื่อมใสในพระรัศมีนั้นและได้ไปเสวยสุขในสวรรค์หนึ่งกัป ด้วยกุศลจิตที่ระลึกถึงพระพุทธคุณต่อมาอีกในสามหมื่นกัป ท่านไม่ตกทุคติเลย และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสุชาตะในห้าสิบเจ็ดกัป
  223. หน้า ๓๑๓ พระสันธิตเถระ ที่ต้นอัสสัตถะอันมีใบเขียวสด ท่านได้สัญญาระลึกถึงพระพุทธเจ้าเพียงครั้งเดียวอย่างมีสติ ด้วยกำลังแห่งสัญญานั้นทำให้ท่านสิ้นอาสวะ และก่อนหน้านั้นได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามวนินธะในสิบสามกัป
  224. หน้า ๓๑๓–๓๑๔ พระตาลวัณฏทายกเถระ ท่านได้ถวายพัดใบตาลแด่พระติสสพุทธเจ้าผู้มีทิพยจักษุ เพื่อดับความร้อนในฤดูร้อน อันเป็นเหตุให้ดับไฟราคะ โทสะ และโมหะได้ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสองกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหารามะในหกสิบสามกัป
  225. หน้า ๓๑๔–๓๑๕ พระอักกันตสัญญกเถระ ท่านถือเสื่อหญ้ากุสะคลุมกายศึกษามนตร์อยู่กับอาจารย์ เมื่อเห็นพระติสสพุทธเจ้าผู้ปราศจากมลทินเสด็จมา จึงปูลาดเสื่อกุสะให้พระองค์ทรงเหยียบแล้วกราบพระบาทด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสุนันทะในสามสิบเจ็ดกัป
  226. หน้า ๓๑๕–๓๑๖ พระสัปปิทายกเถระ ท่านนั่งอยู่บนปราสาทท่ามกลางหมู่นารี เมื่อเห็นสมณะรูปหนึ่งเจ็บป่วยจึงถวายเนยใสและน้ำมันแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้า เมื่อเห็นพระองค์หายจากความกระวนกระวายมีสีหน้าผ่องใสก็กราบไหว้ พระองค์ทรงเหาะขึ้นสู่นภากาศดุจพญาหงส์เพื่อแสดงอานุภาพให้ท่านเห็น ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามทุติเทวะในสิบเจ็ดกัป
  227. หน้า ๓๑๖–๓๑๗ พระปาปนิวาริยเถระ (องค์ที่ ๒๒๐, จบวรรคที่ ๒๒ หัตถิวรรค) ท่านได้ซ่อมทางจงกรมของพระปิยทัสสีพุทธเจ้าโดยมุงกำบังด้วยไม้อ้อกันลมกันแดด เพื่อหลีกเว้นบาปและบำเพ็ญกุศล ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอัคคิเตชะในสิบเอ็ดกัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปวรรคที่ ๒๒ หัตถิวรรค ซึ่งจบบริบูรณ์
  228. หน้า ๓๑๘ พระอาลัมพนทายกเถระ (เริ่มวรรคที่ ๒๓ อาลัมพนทายกวรรค) ท่านได้ถวายราวยึด (อาลัมพนะ) แด่พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านมีความเป็นใหญ่แผ่ไพศาลดุจมหาสมุทร และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึงสามครั้งพระนามเอกาทัสสิตะในหกสิบสองกัป ก่อนสิ้นกิเลสบรรลุอรหัตตผล
  229. หน้า ๓๑๘–๓๑๙ พระอชินทายกเถระ ท่านเคยเป็นผู้ปูลาดหนังสัตว์เป็นอาสนะ เมื่อเห็นพระสิขีพุทธเจ้าผู้ปราศจากมลทิน จึงถวายชิ้นหนังสัตว์แด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นทานบดีในห้าสิบกัป
  230. หน้า ๓๑๙–๓๒๐ พระเทวรตนิยเถระ ท่านเคยเป็นพรานล่าสัตว์ในป่า เมื่อพบพระวิปัสสีพุทธเจ้าผู้ปราศจากมลทิน จึงถวายชิ้นเนื้อแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านได้แก้วสองประการประจำตัว คือกายอันอ่อนนุ่มและปัญญาอันแหลมคม เป็นผู้เลิศกว่าคนทั้งปวง ไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหาโรหิตะในสี่กัป
  231. หน้า ๓๒๐–๓๒๑ พระอารักขทายกเถระ ท่านได้สร้างแท่นบูชาและถวายการอารักขาแด่พระสิทธัตถพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยพบภัยหรือความน่ากลัวในภพใดเลย และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอปัสเสนะในหกกัป
  232. หน้า ๓๒๑–๓๒๒ พระอัพยาธิกเถระ ท่านได้ถวายโรงไฟ (สำหรับให้ความอบอุ่นแก่ผู้ป่วย) พร้อมน้ำอุ่นแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า สำหรับเป็นที่พักของคนไข้ ด้วยผลบุญนี้ท่านมีร่างกายที่สร้างมาดีไม่เคยเจ็บป่วยเลย ไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระราชาผู้ไม่มีผู้เอาชนะได้ในเจ็ดกัป
  233. หน้า ๓๒๒ พระวกุลปุปผิยเถระ ท่านมีนามว่านารทะหรือกัสสปะ เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสมณะทั้งปวงอันเทวดาสักการะ จึงถือดอกวกุละถวายบูชาแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นกษัตริย์พระนามโรมสะ ผู้สวมมาลัยประดับกาย มีกองทัพและพาหนะพรั่งพร้อมในเจ็ดสิบสี่กัป
  234. หน้า ๓๒๓ พระโสวัณณวฏังสกิยเถระ ขณะออกไปยังภูมิสวน ท่านเห็นพระสิขีพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลก จึงรีบขี่ช้างนำมาลัยทองคำอันงามไปถวายบูชาแด่พระองค์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามมหาปตาปะในยี่สิบเจ็ดกัป
  235. หน้า ๓๒๓–๓๒๔ พระมิญชวฏังสกิยเถระ เมื่อพระสิขีพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ท่านได้ทำการบูชาต้นโพธิ์ด้วยมาลัยดอกไม้ปกคลุมทั่ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามเมฆัพภะในยี่สิบหกกัป
  236. หน้า ๓๒๔–๓๒๕ พระสุกตาเวฬิยเถระ ท่านเป็นช่างทำมาลัยชื่อว่าอสิตะ กำลังนำพวงมาลัยที่ทำอย่างประณีตไปถวายพระราชา แต่ยังไม่ทันถึงก็พบพระสิขีพุทธเจ้าเสียก่อน จึงมีจิตเบิกบานถวายพวงมาลัยนั้นแด่พระองค์แทน ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามเวภาระในยี่สิบห้ากัป
  237. หน้า ๓๒๕–๓๒๖ พระเอกวันทนิยเถระ (จบวรรคที่ ๒๓ อาลัมพนทายกวรรค) ท่านได้กราบไหว้พระเวสสภูพุทธเจ้าผู้ประเสริฐและมีชัยเพียงครั้งเดียวด้วยจิตเบิกบานเลื่อมใส ด้วยผลบุญแห่งการกราบไหว้นี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามวิคตานันทะในยี่สิบสี่กัป ท้ายหน้ามีอุทานสรุปวรรคที่ ๒๓ ซึ่งจบบริบูรณ์
  238. หน้า ๓๒๖ พระอุทกาสนทายกเถระ (เริ่มวรรคที่ ๒๔ อุทกาสนทายิวรรค) ท่านออกจากประตูอาราม ปูลาดแผ่นกระดานเป็นที่นั่งและจัดหาน้ำถวายเพื่อประโยชน์อันสูงสุด ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอภิสามสมะในสิบห้ากัป
  239. หน้า ๓๒๗ พระภาชนทายกเถระ ในเมืองพันธุมดี ท่านเป็นช่างหม้อ (กุมภการ) ผู้คอยดูแลจัดหาภาชนะถวายแด่หมู่ภิกษุสงฆ์เสมอ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอนันตชลีในห้าสิบสามกัป
  240. หน้า ๓๒๗–๓๒๘ พระสาลปุปผิยเถระ ในนครอรุณวดี ท่านเป็นคนขายขนม (ปูวิกะ) เมื่อพระสิขีพุทธเจ้าเสด็จผ่านหน้าบ้าน ท่านรับบาตรแล้วถวายดอกสาละด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามอมิตัญชละในสิบสี่กัป
  241. หน้า ๓๒๘–๓๒๙ พระกิลัญชทายกเถระ ท่านเป็นช่างสานเสื่อกก (นฬการ) ในนครติวรา สมัยพระสิทธัตถพุทธเจ้า เมื่อชาวเมืองผู้เลื่อมใสต้องการเสื่อกกไปทำเครื่องบูชา ท่านได้มอบเสื่อกกให้แก่ผู้ที่กำลังบูชาพระพุทธเจ้าเหล่านั้น ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบสี่กัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามชลันธระในเจ็ดสิบเจ็ดกัป
  242. หน้า ๓๒๙ พระเวทิทายกเถระ ท่านได้สร้างแท่นบูชา (เวทิกา) ถวายที่ต้นโพธิ์ของพระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติเก้าสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามสุริยัสสมะในสิบเอ็ดกัป
  243. หน้า ๓๓๐ พระวัณณการกเถระ ในนครอรุณวดี ท่านเป็นช่างย้อมสี ได้ย้อมผ้าหลากสีถวายเพื่อประดับเจดีย์ ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่ตกทุคติสามสิบเอ็ดกัป และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามจันทสมะในยี่สิบสามกัป
  244. หน้า ๓๓๐ พระปิยาลปุปผิยเถระ (ยังไม่จบในตอนท้ายไฟล์) เรื่องนี้เริ่มต้นที่หน้า ๓๓๐ และยังไม่จบเมื่อสิ้นสุดไฟล์นี้ ท่านเล่าว่าเคยเป็นพรานป่า เห็นต้นปิยาละบานสะพรั่งจึงเก็บดอกไม้โปรยลงบนทางเดิน แล้วรับบาตรของพระพุทธเจ้าถวายดอกปิยาละแด่พระองค์ผู้กำลังเสด็จดำเนินด้วยจิตเลื่อมใส เนื้อความยังไม่ปรากฏผลบุญและคำลงท้ายในตอนที่ตัดมา
  245. หน้า ๓๓๑ ปิยาลปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (ตอนจบ ต่อจากหน้าก่อน) อปทานนี้เริ่มต้นมาก่อนหน้าช่วงหน้าที่ตัดตอนนี้ และจบลงที่ต้นหน้า ๓๓๑ กล่าวถึงผลบุญจากการบูชาดอกไม้แด่พระพุทธเจ้าเมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติเลย และบรรลุปฏิสัมภิทา วิโมกข์ และอภิญญาในที่สุด
  246. หน้า ๓๓๑ อมฺพยาคทายกตฺเถราปทานํ ในอดีตชาติท่านไม่มั่นใจในศิลปวิชาของตน จึงเข้าไปในป่า พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังเสด็จผ่าน จึงถวายข้าวต้มมะม่วง (อมฺพยาคุ) แด่พระองค์ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
  247. หน้า ๓๓๒ ชคติการกตฺเถราปทานํ หลังพระพุทธเจ้าอัตถทัสสีเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่านได้สร้างลานหรือฐาน (ชคตี) ถวายแด่พระสถูปอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า เมื่อ ๑,๘๐๐ กัปที่แล้ว ด้วยกุศลกรรมนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุอภิญญาทั้งหกในที่สุด
  248. หน้า ๓๓๒–๓๓๓ วาสิทายกตฺเถราปทานํ ในอดีตชาติท่านเป็นช่างเหล็กอยู่ในเมืองติวรา ได้ถวายมีดหรือขวานเล่มหนึ่งแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ไม่มีผู้ใดเอาชนะได้ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๔ อุทกาสนทายิวรรค พร้อมอุทานสรุปรายชื่อ ๑๐ อปทานในหน้า ๓๓๓
  249. หน้า ๓๓๔ ตุวรฏฺฐิทายกตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๒๕ ตุวรทายิวรรค) ในอดีตชาติท่านเป็นพรานล่าเนื้อในป่าใหญ่ ครั้งหนึ่งได้ถวายเมล็ดถั่วตุวระ (ถั่วมะแฮะ) แด่พระสงฆ์ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
  250. หน้า ๓๓๔–๓๓๕ นาคเกสริยตฺเถราปทานํ ท่านเข้าไปในป่าและเห็นเกสรดอกบุนนาคหล่นอยู่ตามทาง จึงประคองด้วยสองมือ ประนมมือเหนือศีรษะ แล้วนำขึ้นบูชาพระพุทธเจ้าติสสะ เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๗๗ ก่อนจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  251. หน้า ๓๓๕–๓๓๖ นฬินเกสริยตฺเถราปทานํ ในอดีตชาติท่านเป็นนกกุกกุฏน้ำ (ไก่น้ำ) อาศัยอยู่กลางสระบัว เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านทางอากาศ จึงใช้ปากคาบเกสรบัวด้วยจิตเลื่อมใสขึ้นบูชาพระพุทธเจ้าติสสะ เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิในกัปที่ ๗๓ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  252. หน้า ๓๓๖ วิรวิปุปฺผิยตฺเถราปทานํ เมื่อพระโลกนายกเสด็จออกพร้อมพระขีณาสพนับพันองค์ ท่านได้ถือดอกวิรวิขึ้นบูชาแด่พระพุทธเจ้า เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
  253. หน้า ๓๓๖–๓๓๗ กุฏิธูปกตฺเถราปทานํ ท่านเคยเป็นผู้ดูแลกุฏิของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ได้อบกลิ่นกุฏิด้วยมือของตนเป็นประจำด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  254. หน้า ๓๓๗ ปตฺตทายกตฺเถราปทานํ ด้วยความสำรวมอย่างยิ่ง ท่านได้ถวายบาตรแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะผู้ซื่อตรงและคงที่ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในที่สุด
  255. หน้า ๓๓๗–๓๓๘ ธาตุปูชกตฺเถราปทานํ หลังพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่านได้รับพระธาตุองค์หนึ่งมาบูชาดูแลเป็นเวลาห้าปี เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญจากการปฏิบัติบูชาพระธาตุนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  256. หน้า ๓๓๘ สตฺตสตฺตลิปุปฺผปูชกตฺเถราปทานํ ท่านนำดอกสัตตลิ (หรือปาฏลิ) เจ็ดดอกวางไว้บนศีรษะ แล้วนำขึ้นบูชาแด่พระพุทธเจ้าเวสสภู เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  257. หน้า ๓๓๙ พิมฺพิชาลปุปฺผิยตฺเถราปทานํ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระทรงแสดงอริยสัจสี่ ท่านได้เก็บดอกพิมพิชาละจำนวนมากนำขึ้นบูชาแด่พระองค์ เมื่อ ๖๘ กัปที่แล้วท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  258. หน้า ๓๓๙–๓๔๐ อุทฺทาลทายกตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๒๕) ท่านพบพระปัจเจกพุทธเจ้านามกุกกุธะเสด็จออกจากป่ามาถึงแม่น้ำใหญ่ จึงถวายดอกอุททาละแด่ท่านด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๕ ตุวรทายิวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๔๐
  259. หน้า ๓๔๑ โถมกตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๒๖ โถมกวรรค) ขณะอยู่ในเทวโลก ท่านได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าวิปัสสี เกิดปีติยินดี จึงกล่าวคำสรรเสริญถวายพระเกียรติแด่พระองค์ผู้ทรงช่วยขนสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้น เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลแห่งคำสรรเสริญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  260. หน้า ๓๔๑–๓๔๒ เอกาสนทายกตฺเถราปทานํ ท่านสละร่างเทวดาพร้อมภรรยาลงมาเกิดเพื่อสร้างกุศลในศาสนาของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ได้ถวายอาหารแก่พระสาวกนามเทวละด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อแสนกัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  261. หน้า ๓๔๒ จิตกปูชกตฺเถราปทานํ (พระสัมพุทธเจ้าอานันทะ) เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าอานันทะเสด็จดับขันธปรินิพพานในป่า ท่านได้ลงมาจากเทวโลกช่วยจัดการเชิงตะกอน เผาพระสรีระ และทำการบูชาถวายเกียรติ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  262. หน้า ๓๔๓ จมฺปกปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ใกล้เชิงเขาหิมพานต์บนภูเขาวิกนะ มีสมณะผู้สงบเสงี่ยมพักอาศัยอยู่ ท่านเห็นความสงบของท่านผู้นั้นแล้วเกิดจิตเลื่อมใส จึงนำดอกจำปาสามดอกไปโปรยบูชา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  263. หน้า ๓๔๓–๓๔๔ สตฺตปาฏลิยตฺเถราปทานํ ท่านเห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งในหุบเขา รุ่งโรจน์ดุจต้นกรรณิการ์ จึงนำดอกปาฏลิเจ็ดดอกขึ้นบูชาแด่พระองค์ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  264. หน้า ๓๔๔ อุปาหนทายกตฺเถราปทานํ ท่านเป็นบุตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านามจันทนะ ได้ถวายรองเท้าคู่หนึ่งแด่พระองค์ด้วยความปรารถนาการตรัสรู้ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  265. หน้า ๓๔๔–๓๔๕ มญฺชริปูชกตฺเถราปทานํ ท่านทำช่อดอกไม้ขณะเดินไปตามถนน เห็นพระสมณะเลิศพร้อมด้วยหมู่สงฆ์แวดล้อม เกิดจิตเลื่อมใสยินดี จึงถวายช่อดอกไม้นั้นด้วยสองมือแด่พระพุทธเจ้า เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ต่อมาในกัปที่ ๗๓ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามโชติยะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  266. หน้า ๓๔๕–๓๔๖ ปณฺณทายกตฺเถราปทานํ ท่านเคยอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ นุ่งห่มเปลือกไม้ กินแต่ใบไม้ไม่ปรุงเกลือด้วยความสำรวม เมื่อพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาในเวลาเช้า ท่านได้ถวายใบไม้แด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๒๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  267. หน้า ๓๔๖ กุฏิทายกตฺเถราปทานํ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจาริกไปประทับที่โคนต้นไม้ ท่านได้สร้างกุฏิใบไม้ (ปณฺณสาลา) ถวายแด่พระองค์ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๓๘ มีพระเจ้าจักรพรรดิสิบหกพระองค์เกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนท่านจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  268. หน้า ๓๔๗–๓๔๘ อคฺคปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๒๖) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าผู้มีวรรณะดุจทองประทับนั่งบนภูเขา แผ่รัศมีดุจดวงอาทิตย์ จึงนำดอกไม้ที่ดีที่สุดขึ้นถวายบูชาด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๖ โถมกวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๔๗-๓๔๘
  269. หน้า ๓๔๘ อากาสุกฺขิปิยตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๒๗ ปทุมุกฺเขปวรรค) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดำเนินในตลาด จึงถือดอกไม้สองดอกเข้าไปเฝ้า วางดอกหนึ่งที่พระบาท และโยนอีกดอกหนึ่งขึ้นไปในอากาศเป็นการบูชา เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๓๒ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอันตลิกขกร ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  270. หน้า ๓๔๙ เตลมกฺขิยตฺเถราปทานํ หลังพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ท่านได้ทาน้ำมันที่ราวรั้ว (เวทิกา) รอบต้นโพธิ์ของพระองค์ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  271. หน้า ๓๔๙–๓๕๐ อฑฺฒจนฺทิยตฺเถราปทานํ ที่ต้นโพธิ์ของพระพุทธเจ้าติสสะ ท่านได้ถวายเครื่องประดับรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (อัฑฒจันท์) แด่ต้นโพธิ์ เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  272. หน้า ๓๕๐ ทีปทายกตฺเถราปทานํ ขณะเป็นเทวดา ท่านได้ลงมายังโลกมนุษย์และถวายประทีปห้าดวงด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๕๕ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตจักขุ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  273. หน้า ๓๕๑ วิฬาลิทายกตฺเถราปทานํ ใกล้เชิงเขาหิมพานต์บนภูเขาโรมสะ ท่านได้ถวายหัวมันหรือหัวเผือก (วิฬาลิ) แด่สมณะผู้บำเพ็ญอินทรีย์ ผู้เป็นมหาวีระอนุโมทนาให้ผลเกิดแก่ท่าน เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  274. หน้า ๓๕๑–๓๕๒ มจฺฉทายกตฺเถราปทานํ ในอดีตชาติท่านเป็นเหยี่ยวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้คาบปลาตัวใหญ่มาถวายแด่พระมุนีสิทธัตถะ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  275. หน้า ๓๕๒ ชวหํสกตฺเถราปทานํ ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ท่านเป็นชาวป่าที่ได้เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จผ่านทางอากาศ จึงประนมมือด้วยจิตเลื่อมใสถวายอภิวาทแด่พระโลกนายก เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  276. หน้า ๓๕๓ สลฬปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ท่านเป็นกินนรที่เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีรุ่งเรืองด้วยข่ายรัศมี จึงถือดอกสาละโปรยบูชาด้วยจิตเลื่อมใสและปีติยินดี เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  277. หน้า ๓๕๓–๓๕๔ อุปาคตหาสนิยตฺเถราปทานํ กลางป่าหิมพานต์มีสระน้ำที่สร้างไว้ดี ท่านเคยเป็นรากษสน่าสะพรึงกลัวอาศัยอยู่ที่นั่น พระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้ทรงพระกรุณาปรารถนาช่วยเหลือท่านจึงเสด็จเข้ามาใกล้ ท่านออกจากที่อยู่มาถวายอภิวาทพระศาสดา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  278. หน้า ๓๕๔–๓๕๕ ตรณิยตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๒๗) พระพุทธเจ้าวิปัสสีประทับยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำพร้อมหมู่สงฆ์ แต่ไม่มีเรือข้ามฝั่ง ท่านจึงออกจากแม่น้ำช่วยนำพระโลกนายกข้ามไป เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๗ ปทุมุกเขปวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๕๕
  279. หน้า ๓๕๖ สุวณฺณพิพฺโพหนิยตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๒๘ สุวณฺณพิพฺโพหนวรรค) ท่านได้ถวายที่นั่งและหมอนทองคำ (พิพฺโพหน) แด่พระศาสดาด้วยจิตเลื่อมใส เพื่อมุ่งหวังบรรลุอรรถอันสูงสุด เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๖๓ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอสมะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  280. หน้า ๓๕๖–๓๕๗ ติลมุฏฺฐิยตฺเถราปทานํ พระศาสดาผู้ทรงรู้ความปรารถนาของท่าน ได้เสด็จมาหาด้วยกายที่นิรมิตโดยฤทธิ์ ท่านถวายกำมืองาแด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใสยินดี เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๑๖ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  281. หน้า ๓๕๗–๓๕๘ จงฺโกฏกิยตฺเถราปทานํ ท่านอาศัยอยู่ในหุบเขาใกล้มหาสมุทร ได้ออกไปต้อนรับและถวายกระเช้าดอกไม้แด่พระปัจเจกพุทธเจ้าสิทธัตถะผู้ทรงพระกรุณา แล้วเสวยสุขในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  282. หน้า ๓๕๘ อพฺภญฺชนทายกตฺเถราปทานํ ท่านได้ถวายน้ำมันทาแด่พระพุทธเจ้าโกณฑัญญะผู้ปราศจากราคะและมีจิตมั่นคง เมื่อครั้งอสงไขยกัปที่แล้ว (อปริเมยฺเย) ในกัปที่ ๑๕ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  283. หน้า ๓๕๙ เอกญฺชลิยตฺเถราปทานํ ท่านอาศัยอยู่ใต้ต้นมะเดื่อบนที่ปูใบไม้ ได้ถวายที่พักแก่สมณะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ และปูลาดดอกไม้พร้อมประนมมือถวายแด่พระพุทธเจ้าติสสะ เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๑๔ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเอกอัญชลิกะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  284. หน้า ๓๕๙–๓๖๐ โปตฺถทายกตฺเถราปทานํ ด้วยความเลื่อมใสในพระธรรมของพระศาสดาและพระสงฆ์ผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ ท่านได้ถวายผ้าโปตถะ (ผ้าหรือแผ่นเปลือกไม้เขียนหนังสือ) แด่ท่านผู้ควรรับทักษิณาอันยอดเยี่ยม เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  285. หน้า ๓๖๐ จิตกปูชกตฺเถราปทานํ ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ท่านเดินไปตามกระแสน้ำ ได้นำดอกมาลุวะเจ็ดดอกวางบูชาบนเชิงตะกอน เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๖๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปฏิชัคคสะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  286. หน้า ๓๖๑ อาลุวทายกตฺเถราปทานํ ในป่าหิมพานต์ ท่านเห็นผู้ปราศจากราคะรุ่งเรืองผ่องใสสงบระงับ จึงถวายหัวมัน (อาลุวะ) แด่ท่านผู้นั้นด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  287. หน้า ๓๖๑–๓๖๒ ปุณฺฑรีกตฺเถราปทานํ พระปัจเจกพุทธเจ้านามโรมสะ ผู้มีสิริรุ่งเรือง ได้รับดอกบัวขาว (ปุณฑรีก) จากท่านด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  288. หน้า ๓๖๒–๓๖๓ ตรณิยตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๒๘) ท่านได้สร้างสะพานข้ามทางที่ขรุขระบนถนนใหญ่เพื่อให้ผู้คนใช้ข้ามด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๕๕ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๘ สุวรรณพิพโพหนวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๖๓ และมีเครื่องหมายภาณวารที่ ๑๑
  289. หน้า ๓๖๓ ปณฺณทายกตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๒๙ ปณฺณทายกวรรค) ขณะนั่งอยู่ในกุฏิใบไม้กินอาหารเป็นใบไม้ พระมหาฤๅษีสิทธัตถะผู้เยียวยาโลกทั้งปวงได้เสด็จมาหาท่าน ท่านจึงถวายใบไม้แด่พระองค์ผู้ประทับบนที่ปูใบไม้ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  290. หน้า ๓๖๔ ผลทายกตฺเถราปทานํ ท่านผู้มั่นคงดุจเขาสิเนรุ ออกจากสมาธิเพื่อรับบิณฑบาต ได้ถวายผลไม้นานาชนิด เช่น สมอไทย มะขามป้อม มะม่วง หว้า สมอพิเภก พุทรา ผลกระเบา และมะปราง แด่พระมหาฤๅษีสิทธัตถะผู้ทรงพระกรุณาต่อโลกทั้งปวง เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๕๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามเอกัชฌะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  291. หน้า ๓๖๔–๓๖๕ ปจฺจุคฺคมนิยตฺเถราปทานํ ดุจราชสีห์หรือช้างพลาย ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะผู้เยียวยาโลกเสด็จมา จึงออกไปต้อนรับด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๒๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามปริวาโร ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  292. หน้า ๓๖๕–๓๖๖ เอกปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ท่านเป็นปีศาจ (ปิสาโจ) อยู่ที่ประตูทิศใต้ ได้เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้ปราศจากมลทินรุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ จึงถวายดอกไม้ดอกหนึ่งแด่พระองค์ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  293. หน้า ๓๖๖ มฆวปุปฺผิยตฺเถราปทานํ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ไม่มีผู้ใดเอาชนะได้ทรงเข้าสมาธิสงบผ่องใส ท่านเห็นแล้วเกิดจิตเลื่อมใส จึงบูชาด้วยดอกมฆวะ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  294. หน้า ๓๖๗ อุปฏฺฐายิกตฺเถราปทานํ ท่านเห็นพระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเสด็จดำเนินตามถนน จึงได้รับเรียกให้เป็นผู้อุปัฏฐากรับใช้พระมหาฤๅษีสิทธัตถะ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๕๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามพลเสนสะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  295. หน้า ๓๖๗–๓๖๘ อปทานิยตฺเถราปทานํ ท่านได้กล่าวสรรเสริญประกาศเรื่องราวคุณงามความดี (อปทาน) ของพระมหาฤๅษีทั้งหลาย และถวายอภิวาทด้วยเศียรเกล้าที่พระบาทด้วยจิตเลื่อมใส เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  296. หน้า ๓๖๘–๓๖๙ สตฺตาหปพฺพชิตตฺเถราปทานํ ในศาสนาของพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านประสบเคราะห์กรรมจากการแตกแยกกับญาติ จึงออกบวชเพื่อระงับความทุกข์นั้น และมีความยินดีในการบวชตลอดเจ็ดวันด้วยความปรารถนาคำสอนของพระศาสดา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๖๗ มีพระเจ้าจักรพรรดิเจ็ดพระองค์นามสุเนกขัมมะเกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนท่านจะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  297. หน้า ๓๖๙ พุทฺธุปฏฺฐายิกตฺเถราปทานํ ท่านมีชื่อว่าเวธัมภินี เมื่อครั้งยังเป็นเด็กบิดาได้จูงมือไปเฝ้าพระมหามุนี พร้อมบอกว่าท่านเหล่านี้คือพระพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่แห่งโลก ท่านจึงอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าทั้งหลายด้วยความเคารพ เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๒๓ มีพระเจ้าจักรพรรดิสี่พระองค์นามสมณุปัฏฐกะเกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  298. หน้า ๓๗๐–๓๗๑ ปุพฺพงฺคมนิยตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๒๙) ท่านเป็นผู้นำหมู่บรรพชิตแปดหมื่นสี่พันรูปผู้ไม่มีเครื่องกังวล เพื่อมุ่งบรรลุอรรถอันสูงสุด ผู้ปราศจากราคะเหล่านั้นได้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ เมื่อสิ้นชีวิตแล้วไปเกิดเป็นเทวดา เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลแห่งศีลที่รักษามาท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๒๙ ปัณณทายกวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๗๐-๓๗๑
  299. หน้า ๓๗๑–๓๗๒ จิตกปูชกตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๓๐ จิตกปูชกวรรค) ท่านชื่ออชิตะ เป็นพราหมณ์ปรารถนาจะบูชายัญด้วยไฟ ได้รวบรวมดอกไม้นานาชนิด เมื่อเห็นเชิงตะกอนที่ลุกโพลงของพระพุทธเจ้าสิขี จึงนำดอกไม้ที่รวบรวมมาโปรยบนเชิงตะกอนนั้น เมื่อ ๓๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๒๗ มีพระเจ้าจักรพรรดิเจ็ดพระองค์นามสุปัชชลิตะเกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  300. หน้า ๓๗๒ ปุปฺผธารกตฺเถราปทานํ ท่านนุ่งห่มเปลือกไม้และหนังเสือ ได้อภิญญาห้าประการ เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จมาหา จึงทูนดอกปาริฉัตรถวายแด่พระศาสดา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๘๗ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตธรณะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  301. หน้า ๓๗๒–๓๗๓ ฉตฺตทายกตฺเถราปทานํ บุตรของท่านได้บวชนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์และบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้า เมื่อบุตรนั้นดับขันธปรินิพพานแล้ว ท่านตามหาบุตรจนพบเชิงตะกอน จึงประนมมือกราบไหว้และถวายฉัตรขาวเหนือเชิงตะกอนนั้น เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๒๕ มีพระเจ้าจักรพรรดิเจ็ดพระองค์นามมหารหสะเกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  302. หน้า ๓๗๓–๓๗๔ สทฺทสญฺญกตฺเถราปทานํ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เกิดความศรัทธาอย่างยิ่งใหญ่เมื่อพระพุทธเจ้าปรากฏขึ้นในโลก ท่านได้ยินเพียงเสียงแต่ไม่เห็นพระพุทธเจ้า เมื่อสิ้นชีวิตยังระลึกถึงสัญญาในพระพุทธเจ้าจากเสียงนั้นได้ เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  303. หน้า ๓๗๔–๓๗๕ โคสีสนิกฺเขปกตฺเถราปทานํ ท่านออกจากประตูวัดไปปูลาดไม้จันทน์โคสีสะเป็นเครื่องบูชา และได้เสวยผลแห่งกรรมนั้นด้วยม้าอาชาไนยที่รวดเร็ว ท่านกล่าวว่าการกระทำในนาบุญคือพระสงฆ์นั้นประเสริฐยิ่งไม่มีการกระทำใดเทียบเท่า เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๗๕ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุปติฏฐิตะ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  304. หน้า ๓๗๕ ปทปูชกตฺเถราปทานํ ในป่าหิมพานต์ ท่านเป็นกินนรที่เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้ปราศจากมลทินรุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ จึงเข้าไปพรมจันทน์และกฤษณาลงที่พระบาทของพระองค์เป็นการบูชา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  305. หน้า ๓๗๖ เทสกิตฺติกตฺเถราปทานํ ท่านชื่ออุปสาฬหะ เป็นพราหมณ์ เข้าไปในป่าและเห็นพระโลกนาถ กราบไหว้แทบพระบาท เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบความเลื่อมใสของท่านก็เสด็จหายไป ท่านออกจากป่ามาแล้วยังระลึกถึงและกล่าวสรรเสริญสถานที่นั้น เมื่อ ๙๒ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  306. หน้า ๓๗๖–๓๗๗ สรณคมนิยตฺเถราปทานํ ในป่าหิมพานต์ ท่านเคยเป็นพรานล่าสัตว์ ได้พบพระพุทธเจ้าวิปัสสี จึงเข้าไปอุปัฏฐากรับใช้พระองค์ และถึงพระองค์เป็นที่พึ่ง (สรณคมน์) เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  307. หน้า ๓๗๗ อมฺพปิณฺฑิยตฺเถราปทานํ ท่านชื่อโรมสะ เป็นทานพผู้มีชื่อเสียง ได้ถวายพวงมะม่วง (อัมพปิณฑะ) แด่พระมหาฤๅษีวิปัสสี เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  308. หน้า ๓๗๘ อนุสํสาวกตฺเถราปทานํ (ปิดวรรคที่ ๓๐ และครบสามร้อยอปทาน) ขณะเที่ยวบิณฑบาต ท่านเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสี จึงถวายภิกษาทัพพีหนึ่งด้วยจิตเลื่อมใส กราบไหว้ และประกาศสรรเสริญการถวายทานนั้นเพื่อมุ่งบรรลุอรรถอันสูงสุด เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้ปิดท้ายวรรคที่ ๓๐ จิตกปูชกวรรค พร้อมอุทานสรุปในหน้า ๓๗๘ ตามด้วยวัคคุทานสรุปวรรคทั้งหมดและข้อความ 'ตติยํ สตกํ สมตฺตํ' แสดงว่าอปทานชุดที่สาม (๒๐๑-๓๐๐) จบบริบูรณ์ในหน้า ๓๗๙
  309. หน้า ๓๗๙–๓๘๐ ปทุมเกสริยตฺเถราปทานํ (เปิดวรรคที่ ๓๑ ปทุมเกสริยวรรค) ในอดีตชาติท่านเคยเป็นช้างพลายอยู่ท่ามกลางหมู่ฤๅษี ด้วยศรัทธาต่อพระมหาฤๅษีทั้งหลาย ท่านได้โปรยเกสรดอกบัวบูชา และมีจิตเลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ปราศจากราคะ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  310. หน้า ๓๘๐ สพฺพคนฺธิยตฺเถราปทานํ ท่านได้ถวายพวงมาลัยหอมและผ้าโกไสยอันประเสริฐแด่พระมหาฤๅษีวิปัสสีผู้ซื่อตรง เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๑๕ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุเวละ ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  311. หน้า ๓๘๐–๓๘๑ ปรมนฺนทายกตฺเถราปทานํ ท่านเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีรุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์ขึ้น จึงประนมมือนิมนต์พระองค์ไปยังบ้านของตน และถวายอาหารเลิศรส (ปรมันนะ) แด่พระองค์ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  312. หน้า ๓๘๑–๓๘๒ ธมฺมสญฺญกตฺเถราปทานํ ณ มหาโพธิมัณฑ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี พระองค์พร้อมหมู่สงฆ์ทรงแสดงอริยสัจสี่ทั้งโดยย่อและโดยพิสดาร ขจัดความมืดปลดปล่อยมหาชน ท่านได้ฟังธรรมนั้นแล้วกราบพระบาทและจากไปทางทิศเหนือ เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๓๓ ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุตวา ก่อนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  313. หน้า ๓๘๒–๓๘๓ ผลทายกตฺเถราปทานํ ริมฝั่งแม่น้ำภาคีรถี มีอาศรมแห่งหนึ่ง ท่านมาถึงอาศรมนั้นพร้อมผลไม้ในมือ พบพระพุทธเจ้าวิปัสสีที่นั่น จึงถวายผลไม้ทั้งหมดที่มีแด่พระศาสดา เมื่อ ๙๑ กัปที่แล้ว ด้วยผลทานนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  314. หน้า ๓๘๓–๓๘๔ สมฺปสาทิกตฺเถราปทานํ ท่านทูลขอความเป็นที่พึ่งเมื่อประสบเคราะห์กรรม พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้ตั้งจิตเลื่อมใสหว่านพืชแห่งกุศลไว้ในนาบุญคือพระสงฆ์ผู้ไม่มีประมาณเทียบเท่ามหาสมุทร ตรัสสอนแล้วเสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ ไม่นานหลังจากนั้นท่านสิ้นชีวิตไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ด้วยผลแห่งความเลื่อมใสนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  315. หน้า ๓๘๔–๓๘๕ อารามทายกตฺเถราปทานํ ท่านได้ปลูกสวนถวายแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะ มีร่มเงาเย็นสบายให้นกพักผ่อน เมื่อเห็นพระองค์ผู้ปราศจากมลทินเสด็จมา ท่านได้ถวายสวนนั้นพร้อมทั้งผลไม้และดอกไม้ด้วยจิตเบิกบานและศรัทธาที่เกิดขึ้น เมื่อ ๙๔ กัปที่แล้ว ในกัปที่ ๓๗ มีพระเจ้าจักรพรรดิเจ็ดพระองค์เกิดขึ้นด้วยผลบุญนี้ ก่อนท่านบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
  316. หน้า ๓๘๕ อนุเลปทายกตฺเถราปทานํ ท่านเห็นพระสาวกของพระมุนีอัตถทัสสีกำลังก่อสร้างงานใหม่ที่เขตแดน (สีมา) จึงเข้าไปช่วย เมื่องานก่อสร้างเสร็จแล้ว ท่านได้ถวายปูนหรือเครื่องฉาบทา (อนุเลป) ด้วยจิตเลื่อมใสในนาบุญอันประเสริฐ เมื่อ ๑,๘๐๐ กัปที่แล้ว ด้วยผลบุญนี้ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติ และบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ อปทานนี้จบในหน้า ๓๘๕ แต่วรรคที่ ๓๑ ปทุมเกสริยวรรคยังไม่ปิดวรรค (ยังไม่มีอุทานสรุป) จึงยังดำเนินต่อไปในช่วงหน้าถัดไป
  317. หน้า ๓๘๖ พุทธสัญญิกเถราปทาน (๓๐๙) ในความฝัน ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จอยู่กลางป่า เกิดจิตเลื่อมใสในพระองค์ ทำให้ไปเกิดในสุคติหลังตาย ผลจากการระลึกถึงพระพุทธเจ้า (พุทธสัญญา) ครั้งนั้นทำให้ไม่เคยตกไปสู่ทุคติเลยตลอด 94 กัป จนบรรลุอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทาและอภิญญา 6 ในชาติสุดท้าย
  318. หน้า ๓๘๖–๓๘๗ ปัพภารทายกเถราปทาน (๓๑๐) ท่านชำระที่พักหิน (ปัพภาระ) และจัดหาน้ำถวายพระพุทธเจ้าปิยทัสสีเพื่อทรงใช้สอย ผลบุญทำให้ได้เกิดเป็นเสาทองอันงดงามในสวรรค์ และภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสุพุทธะ หน้านี้จบวรรคที่ 31 (ปทุมเกสริยวรรค) พร้อมอุทานสรุปว่ามีคาถารวม 51 คาถา
  319. หน้า ๓๘๘ อารักขทายกเถราปทาน (๓๑๑) — เริ่มวรรคที่ 32 อารักขทายกวรรค ท่านสร้างรั้วล้อมและถวายการอารักขา (การคุ้มกัน) แด่พระพุทธเจ้าธรรมทัสสีเมื่อ 1,800 กัปก่อน ผลบุญที่เหลือจากการกระทำนั้นส่งผลให้ท่านบรรลุความสิ้นอาสวะ (อรหัตผล) ในชาติปัจจุบัน
  320. หน้า ๓๘๘–๓๘๙ โภชนทายกเถราปทาน (๓๑๒) ท่านถวายภัตตาหารแด่พระพุทธเจ้าเวสสภูด้วยจิตผ่องใส พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนา ผลทำให้ไม่เคยตกทุคติเลยตลอด 31 กัป และเคยได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีอำนาจมาก
  321. หน้า ๓๘๙–๓๙๐ คตสัญญกเถราปทาน (๓๑๓) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะทรงเหาะข้ามฟากฟ้าไป เกิดความปีติยินดีเมื่อเห็นจีวรพระองค์ถูกลมพัดสะบัดขณะเสด็จไป การได้ระลึกถึงภาพนั้น (คตสัญญา) ส่งผลให้ไม่เคยตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  322. หน้า ๓๙๐ สัตตปทุมิยเถราปทาน (๓๑๔) พราหมณ์นายพรานผู้อาศัยริมแม่น้ำ กวาดอาศรมด้วยดอกบัวเจ็ดกลีบเป็นกิจวัตร เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จผ่านทางอากาศ ก็ออกไปต้อนรับและโปรยดอกไม้บูชา ผลทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง 7 กัปหลังจากนั้น
  323. หน้า ๓๙๑ บุปผาสนทายกเถราปทาน (๓๑๕) ท่านจัดอาสนะดอกไม้ถวายพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ พาเสด็จเข้าสู่อาศรมด้วยจิตเลื่อมใสและปีติ ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  324. หน้า ๓๙๑–๓๙๒ อาสนัตถวิกเถราปทาน (๓๑๖) ขณะเดินป่า ท่านพบราชอาสน์ (สีหาสน์) ของพระพุทธเจ้าสิขีที่ว่างเปล่า แม้ไม่พบพระองค์ ก็ประนมมือกราบไหว้และกล่าวสรรเสริญอาสน์นั้นตลอดทั้งวันก่อนจากไป ผลทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง
  325. หน้า ๓๙๒–๓๙๓ สัททสัญญกเถราปทาน (๓๑๗) ท่านได้ยินพระสุรเสียงอันไพเราะของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะแต่ไกลขณะทรงเทศนา แม้ไม่เห็นพระองค์โดยตรงก็เกิดจิตเลื่อมใสในเสียงนั้นและน้อมกราบ ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  326. หน้า ๓๙๓–๓๙๔ ติรังสิยเถราปทาน (๓๑๘) ท่านเห็นแสงรัศมีของพระพุทธเจ้าสิทธัตถะท่ามกลางภูเขา เปรียบกับแสงพระอาทิตย์และพระจันทร์ จึงกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าด้วยอุปมาว่าทรงเป็นแสงสว่างที่สามควบคู่กับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ผลทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีปัญญาเลิศ
  327. หน้า ๓๙๔–๓๙๕ นาลิบุปผิยเถราปทาน (๓๑๙) ชาวนาริมแม่น้ำสินธุผู้รับจ้างทำนา เห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับนั่งสมาธิดุจดอกบัวเจ็ดกลีบบาน จึงเก็บดอกจอกเจ็ดดอกวางบูชาบนพระเศียร ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  328. หน้า ๓๙๕–๓๙๖ กุมุทมาลิยเถราปทาน (๓๒๐) — จบวรรคที่ 32 อารักขทายกวรรค ท่านเห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีเสด็จดำเนินไปตามถนน จึงนำพวงมาลัยดอกโกมุท (บัวขาว) โปรยบูชาถวาย ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 91 กัป หน้านี้จบวรรคที่ 32 (อารักขทายกวรรค) รวม 10 เรื่อง 57 คาถา
  329. หน้า ๓๙๗ อุมมาปุปผิยเถราปทาน (๓๒๑) — เริ่มวรรคที่ 33 อุมมาปุปผิยวรรค ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะประทับสมาธิ จึงนำดอกเทียน (อุมมาปุปผะ) ไปโปรยบูชา ดอกไม้ลอยตั้งเรียงเป็นระเบียบสวยงามกลางอากาศ ผลทำให้ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต และภายหลังเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสมันตฉทนะ
  330. หน้า ๓๙๘ ปุลินปูชกเถราปทาน (๓๒๒) ท่านสรรเสริญพระพุทธเจ้าวิปัสสีด้วยวาจา แล้วนำทรายขาวสะอาดไปโปรยปูทั้งบนทางเสด็จและที่ประทับพักกลางวันถวายเป็นพุทธบูชา ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 91 กัป
  331. หน้า ๓๙๘–๓๙๙ หาสชนกเถราปทาน (๓๒๓) ท่านเห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาห้อยอยู่บนกิ่งไม้แต่ไกล เกิดความปีติยินดี จึงประนมมือน้อมไหว้ด้วยจิตเลื่อมใสยิ่งขึ้น ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 91 กัป
  332. หน้า ๓๙๙–๔๐๐ ยัญญสามิกเถราปทาน (๓๒๔) เด็กพราหมณ์วัย 7 ขวบผู้เชี่ยวชาญมนตร์ เตรียมประกอบพิธีบูชายัญโดยจะฆ่าสัตว์ถึง 84,000 ตัวตามธรรมเนียมตระกูล พระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จมาตรัสสอนเรื่องอหิงสาและศีลธรรม ทำให้เด็กน้อยเลิกล้มพิธีบูชายัญและเกิดศรัทธาในพระธรรม หลังสิ้นชีวิตได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
  333. หน้า ๔๐๐–๔๐๑ นิมิตตสัญญกเถราปทาน (๓๒๕) ท่านอาศัยอยู่ริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นกวางทองคำเดินอยู่ในป่า เกิดจิตเลื่อมใสในกวางนั้นแล้วน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยเปรียบเสมือนราชสีห์สามตัวที่ต่างส่องแสงรุ่งเรือง ผลทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามอรัญญสัตตะ
  334. หน้า ๔๐๑–๔๐๒ อันนสังสาวกเถราปทาน (๓๒๖) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าสิทธัตถะเสด็จผ่านตลาด จึงนิมนต์และถวายภัตตาหารแด่พระองค์ ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  335. หน้า ๔๐๒–๔๐๕ นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗) เรื่องยาวข้ามหลายชาติ: เทวดาองค์หนึ่งใกล้จุติเกิดความหวาดกลัวว่าจะไปเกิดในภพใด พระสาวกนามสุมนะแห่งพระพุทธเจ้าปทุมุตตระแสดงธรรมปลอบโยนจนเกิดศรัทธา หลังจุติแล้วท่องเที่ยวในสุคติภพต่างๆ จนมาเกิดเป็นมนุษย์ในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม บวชเป็นสามเณรวัย 7 ขวบ เมื่อเห็นพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จมาบนราชรถเทียมช้าง ก็ระลึกถึงบุญเดิมคือการนำดอกไม้นิคคุณฑิไปวางบูชาที่สีหาสน์ของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระได้ และบรรลุพระอรหัตทันที
  336. หน้า ๔๐๕–๔๐๖ สุมนาเวฬิยเถราปทาน (๓๒๘) ในสมัยพระพุทธเจ้าเวสสภู ขณะประชาชนร่วมกันทำมหาบูชา ท่านได้ปั้นพวงมาลัยดอกมะลิด้วยปูนขาวไปวางไว้หน้าบัลลังก์เป็นพุทธบูชา ผลทำให้ได้เป็นเทพนิรมิต และภายหลังได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสาระ
  337. หน้า ๔๐๖–๔๐๗ บุปผฉัตติยเถราปทาน (๓๒๙) ในสมัยพระพุทธเจ้าสิทธัตถะ ท่านนำดอกบัวมาประดิษฐ์เป็นฉัตรดอกไม้ถวายเหนือพระเศียร พระพุทธเจ้าตรัสอนุโมทนาด้วยพระคาถาว่าผู้ถวายฉัตรดอกไม้ด้วยจิตเลื่อมใสจะไม่ตกทุคติ ผลทำให้ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามชลสิขาถึง 8 ครั้ง
  338. หน้า ๔๐๗–๔๑๐ สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน (๓๓๐) — จบวรรคที่ 33 อุมมาปุปผิยวรรค เรื่องยาว: ท่านเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระทรงแสดงธรรม จึงนำร่มประดับตกแต่งไปถวาย ร่มลอยขึ้นไปเองและตั้งอยู่เหนือพระเศียรพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงพยากรณ์ว่าจะได้เป็นท้าวเทวราช 7 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 32 ครั้ง และจะบรรลุนิพพานเป็นสาวกในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม เมื่อเกิดเป็นมนุษย์และบวชแต่เด็ก ท่านได้ยินพราหมณ์สุนันทะถวายร่มแก้วแด่พระสารีบุตรและฟังคำอนุโมทนา จึงระลึกบุญเดิมได้และบรรลุอรหัตผล หน้านี้จบวรรคที่ 33 (อุมมาปุปผิยวรรค) รวม 107 คาถา
  339. หน้า ๔๑๑ คันธธูปิยเถราปทาน (๓๓๑) — เริ่มวรรคที่ 34 คันโธทกวรรค ท่านถวายเครื่องหอมและธูปห่อด้วยดอกมะลิแด่พระพุทธเจ้าสิทธัตถะซึ่งประทับท่ามกลางหมู่สงฆ์ กราบไหว้แล้วจากไป ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป
  340. หน้า ๔๑๒ อุทกปูชกเถราปทาน (๓๓๒) ท่านเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จเหาะข้ามฟ้า จึงวักน้ำด้วยฝ่ามือสาดขึ้นไปบูชา พระพุทธเจ้าซึ่งทรงหยุดอยู่กลางอากาศทรงรับไว้และประทานพรว่าจะไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป ผลทำให้ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามสหัสสราชถึง 3 ครั้ง
  341. หน้า ๔๑๓ ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน (๓๓๓) นายพรานป่าเห็นดอกบุนนาคบาน ระลึกถึงพระพุทธเจ้า จึงเก็บดอกไม้หอมนั้นไปก่อเป็นเจดีย์ทรายบูชา ผลทำให้ไม่ตกทุคติและได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
  342. หน้า ๔๑๓–๔๑๖ เอกทุสสทายกเถราปทาน (๓๓๔) ชายเก็บหญ้าขายเลี้ยงลูกในเมืองหังสวดี เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระอุบัติขึ้น คิดว่าตนไม่มีสิ่งใดถวายนอกจากผ้าห่มผืนเดียวที่มีอยู่ จึงตัดสินใจถวายผ้าผืนนั้นแม้เป็นสมบัติชิ้นเดียวของตน พระพุทธเจ้าทรงรับด้วยพระหัตถ์เองและทรงพยากรณ์ว่าจะไม่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มไปอีกแสนกัป จะได้เป็นท้าวเทวราช 36 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 33 ครั้ง และท้ายที่สุดบรรลุอรหัตผลในชาตินี้
  343. หน้า ๔๑๖–๔๑๗ ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน (๓๓๕) ในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสี ท่านเป็นดาบสนุ่งหนังสัตว์และเปลือกไม้ นำน้ำหอมไปพรมถวายพระพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใส ผลทำให้ได้เป็นท้าวเทวราชและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งโดยมีนามว่า ผุสสิตะ ทุกภพ กายมีกลิ่นหอมดุจแก่นจันทน์ตลอดมา จนบรรลุอรหัตผล
  344. หน้า ๔๑๗–๔๒๐ ปภังกรเถราปทาน (๓๓๖) ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ มีเจดีย์ในป่าที่รกร้างเถาวัลย์ปกคลุมจนไม่มีใครกล้าเข้าไปเพราะสัตว์ร้าย ท่านเป็นคนงานป่าไม้พบเจดีย์นั้น จึงถางหญ้าเถาวัลย์ ซ่อมแซม และกราบไหว้ถึง 8 ครั้ง ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์มีวิมานทองใหญ่โต เป็นท้าวเทวราช 300 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 25 ครั้ง ปลอดภัยจากอันตรายและโรคภัย ผิวพรรณงามผ่องใสตลอดมา จนบรรลุอรหัตผล
  345. หน้า ๔๒๐–๔๒๒ ติณกุฏิทายกเถราปทาน (๓๓๗) ลูกจ้างแรงงานในเมืองพันธุมดี เมื่อรู้ว่าพระพุทธเจ้าอุบัติแต่ตนไม่มีสิ่งใดถวาย จึงลาหยุดงานหนึ่งวันไปสร้างกุฏิหญ้าถวายสงฆ์ในป่า แล้วกลับไปทำงานตามเดิมในวันเดียวกัน ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์มีวิมานใหญ่ ปลอดภัยจากสัตว์ร้ายและงูพิษตลอดมา จนได้บรรลุธรรมในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม
  346. หน้า ๔๒๒–๔๒๔ อุตตเรยยทายกเถราปทาน (๓๓๘) พราหมณ์ผู้คงแก่เรียนในเมืองหังสวดี ขณะนำศิษย์ไปประกอบพิธีอาบน้ำล้างบาป พบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระพร้อมพระอรหันต์บริวารเสด็จเข้าเมือง จึงถวายผ้าคลุมบ่าของตนกางเป็นร่มเงาให้แก่คณะสงฆ์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะเป็นท้าวเทวราช 50 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 36 ครั้ง มีผ้าปกคลุมป้องกันตัวเองไปตลอด และท้ายสุดจะบวชบรรลุธรรมในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม
  347. หน้า ๔๒๔–๔๒๖ ธรรมัสสวนิยเถราปทาน (๓๓๙) เดิมเป็นชฎิลผู้มีฤทธิ์เหาะได้ แต่ไม่อาจเหาะข้ามพระพุทธเจ้าปทุมุตตระไปได้ จึงลงมาฟังธรรมเทศนาเรื่องอนิจจังจากพระองค์ จดจำความรู้สึกนั้นไว้จนตาย ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์ เป็นท้าวเทวราช 51 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 71 ครั้ง ในชาติสุดท้ายเป็นเด็กวัย 7 ขวบได้ฟังคาถาเรื่องอนิจจังจากพระภิกษุ จึงระลึกบุญเดิมได้และบรรลุอรหัตผลทันที
  348. หน้า ๔๒๖–๔๒๘ อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน (๓๔๐) — จบวรรคที่ 34 คันโธทกวรรค ช่างร้อยมาลัยในเมืองหังสวดี ดำน้ำเก็บดอกบัวเจ็ดกลีบในสระ เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมา จึงตัดดอกบัวโยนขึ้นไปบูชากลางอากาศ พระพุทธเจ้าทรงบันดาลให้ดอกบัวไปตั้งอยู่บนพระเศียรของพระองค์เอง ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์มีวิมานชื่อสัตตปัตตะ เป็นท้าวเทวราชนับพันครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 175 ครั้ง จนบรรลุอรหัตผลในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม หน้านี้จบวรรคที่ 34 (คันโธทกวรรค) รวม 144 คาถา
  349. หน้า ๔๒๙–๔๓๐ เอกปทุมิยเถราปทาน (๓๔๑) — เริ่มวรรคที่ 35 เอกปทุมวรรค เคยเป็นพญาหงส์เล่นน้ำอยู่ในสระบัว เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาเหนือสระ จึงใช้ปากคาบดอกบัวเจ็ดกลีบชูขึ้นถวายกลางอากาศ พระพุทธเจ้าทรงรับไว้ขณะเสด็จลอยอยู่กลางอากาศและประทานพรว่าจะไม่ตกอบายตลอดแสนกัป
  350. หน้า ๔๓๐–๔๓๑ ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน (๓๔๒) เคยเป็นวานรอาศัยริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีผู้ปราศจากมลทินประทับบนภูเขา ดีใจนำดอกอุบล 3 ดอกวางบูชาบนพระเศียร แล้วพลัดตกหน้าผาเสียชีวิตระหว่างเดินกลับด้วยจิตเลื่อมใส ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์ เป็นท้าวเทวราช 300 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 500 ครั้ง
  351. หน้า ๔๓๑–๔๓๒ ธชทายกเถราปทาน (๓๔๓) ในสมัยพระพุทธเจ้าติสสะ ท่านได้ยกธงถวายเป็นพุทธบูชา ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 92 กัป ได้เป็นท้าวเทวราช 300 ครั้ง และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 500 ครั้ง
  352. หน้า ๔๓๒–๔๓๓ ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน (๓๔๔) ที่ภูเขาภูตคณะใกล้หิมพานต์ ท่านพบผ้าบังสุกุลติดอยู่บนกิ่งไม้ จึงเก็บดอกกิงกณี 3 ดอกไปวางบูชาด้วยจิตเบิกบาน ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 31 กัป
  353. หน้า ๔๓๓–๔๓๔ นฬาคาริกเถราปทาน (๓๔๕) ที่ภูเขาหาริกะใกล้หิมพานต์ ท่านสร้างกุฏิไม้อ้อมุงหญ้าและทำทางจงกรมถวายพระพุทธเจ้า (สยัมภู) ผลทำให้ได้เกิดในสวรรค์นาน 14 กัป เป็นท้าวเทวราช 74 ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ 77 ครั้ง จนได้บวชบรรลุอรหัตผลในสมัยพระพุทธเจ้าโคดม
  354. หน้า ๔๓๔–๔๓๕ จัมปกปุปผิยเถราปทาน (๓๔๖) ที่ภูเขาฉาปละใกล้หิมพานต์ ท่านพบพระพุทธเจ้าสุทัสสนะผู้ปราศจากมลทิน จึงนำดอกจำปาสีทอง 7 ดอกวางบูชาบนพระเศียร ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 31 กัป
  355. หน้า ๔๓๕ ปทุมปูชกเถราปทาน (๓๔๗) ที่ภูเขาโรมสะใกล้หิมพานต์ ท่านพบพระพุทธเจ้าโสภิตะประทับอยู่กลางแจ้ง จึงถือดอกบัวกางกั้นถวายเป็นร่มบังแดดตลอดหนึ่งวัน ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 91 กัป
  356. หน้า ๔๓๕–๔๓๗ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน (๓๔๘) เคยเป็นนายพรานเนื้อในป่า เมื่อเห็นพระพุทธเจ้า (อุปติสสะ) จึงถวายกำหญ้าเป็นอาสนะให้ประทับนั่งด้วยจิตเลื่อมใส แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นก็ถูกราชสีห์ทำร้ายจนเสียชีวิต เพราะบุญที่ทำใกล้เวลาตายจึงไปเกิดในสวรรค์ทันทีมีวิมานทองงดงาม ภายหลังเกิดเป็นมนุษย์และบรรลุความสิ้นอาสวะ
  357. หน้า ๔๓๗ ตินทุกผลทายกเถราปทาน (๓๔๙) ท่านพบพระพุทธเจ้าเวสสภูผู้ปราศจากมลทินประทับบนภูเขา จึงเก็บผลมะพลับ (ตินทุกะ) หักพร้อมขั้วถวายด้วยจิตเบิกบาน ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 91 กัป
  358. หน้า ๔๓๗–๔๓๘ เอกัญชลิยเถราปทาน (๓๕๐) — จบวรรคที่ 35 เอกปทุมวรรค ในสมัยพระพุทธเจ้าเรวตะซึ่งประทับริมฝั่งแม่น้ำ ท่านเห็นพระองค์เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์ จึงประนมมือไหว้เพียงครั้งเดียว ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป หน้านี้จบวรรคที่ 35 (เอกปทุมวรรค) รวม 10 เรื่อง 66 คาถา
  359. หน้า ๔๓๙ สัททสัญญิกเถราปทาน (๓๕๑) — เริ่มวรรคที่ 36 สัททสัญญิกวรรค เคยเป็นนายพรานเนื้อในป่า พบพระพุทธเจ้า (สิขี) พร้อมหมู่สงฆ์สองคณะกำลังทรงแสดงอริยสัจสี่โปรดมหาชน ได้ยินพระสุรเสียงไพเราะดุจนกการเวก เกิดจิตเลื่อมใสในเสียงนั้นจนบรรลุความสิ้นอาสวะ
  360. หน้า ๔๓๙–๔๔๐ ยวกลาปิยเถราปทาน (๓๕๒) คนเก็บข้าวเปลือกในเมืองอรุณวดี พบพระพุทธเจ้าสิขีเสด็จมาตามทาง จึงปูฟ่อนข้าวลีบ (ยวกลาป) ถวายเป็นที่ประทับ พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระกรุณาประทับนั่งบนนั้นตามใจปรารถนาของเขา เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เสียชีวิตด้วยจิตเบิกบานยินดี ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 31 กัป
  361. หน้า ๔๔๐ กิงสุกปูชกเถราปทาน (๓๕๓) — เนื้อหายังไม่จบเมื่อไฟล์ตัดจบ ท่านเห็นดอกทองกวาว (กิงสุกะ) บาน จึงประนมมือระลึกถึงพระพุทธเจ้าสิทธัตถะแล้วบูชาลอยขึ้นกลางอากาศ ผลทำให้ไม่ตกทุคติเลยตลอด 94 กัป ข้อความคาถาปฏิสัมภิทาปิดท้ายปรากฏแล้ว แต่บทสรุปมาตรฐาน (อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา...) ยังไม่ปรากฏ เนื้อหาของอปทานนี้ยังตัดจบไม่สมบูรณ์ที่หน้า 440 ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายของช่วงนี้
  362. หน้า ๔๔๑ กึสุกปูชกเถระ (ท้ายเรื่อง ต่อจากช่วงก่อนหน้า) ส่วนท้ายของอปทานพระกึสุกปูชกเถระที่เริ่มเล่าเรื่องไว้ก่อนหน้าช่วงเนื้อหานี้ ปรากฏเพียงบทสรุปปิดท้ายในหน้า ๔๔๑ ก่อนจะขึ้นเรื่องใหม่ทันที
  363. หน้า ๔๔๑–๔๔๒ สโกฏกโกรณฑทายกเถระ (๓๕๔) ในสมัยพระสิขีพุทธเจ้า ท่านนอบน้อมกราบรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่าน แล้วเก็บดอกโกรณฑ์ (ทองกวาว) พร้อมกิ่งมาบูชารอยพระบาทนั้น ด้วยผลบุญนี้ไม่เคยตกไปเกิดในทุคติเลยตลอด ๓๑ กัป จนบรรลุพระอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทาและอภิญญา ๖
  364. หน้า ๔๔๒ ทัณฑทายกเถระ (๓๕๕) ท่านเข้าไปในป่า ตัดไม้เวฬุทำเป็นไม้เท้า/ไม้ค้ำถวายแด่พระสงฆ์ด้วยจิตเลื่อมใส แล้วกราบลาจากไป ด้วยผลแห่งการถวายไม้เท้านี้ไม่เคยตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  365. หน้า ๔๔๒–๔๔๓ อัมพยาคุทายกเถระ (๓๕๖) พบพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามสตรังสีผู้เพิ่งออกจากสมาธิเสด็จออกบิณฑบาต ท่านถวายข้าวต้มมะม่วง (อัมพยาคุ) ด้วยจิตเลื่อมใสยิ่ง ผลบุญทำให้ไม่ตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  366. หน้า ๔๔๓ ปุฏกปูชกเถระ (๓๕๗) พบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต ท่านเกิดปีติถวายห่อเกลือ (โลณสุปุฏกะ) แด่พระองค์ ได้เสวยสุขในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง และไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  367. หน้า ๔๔๓–๔๔๔ วัจฉทายกเถระ (๓๕๘) ถวายลูกวัวตัวหนึ่ง (เอกวัจฉะ) แด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยจิตเลื่อมใสและมือที่ถือของถวายเอง ผลบุญทำให้ได้เสวยยานช้าง ยานม้า ยานทิพย์ต่างๆ จนบรรลุพระอรหัต ไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  368. หน้า ๔๔๔ สรณาคมนิยเถระ (๓๕๙) ขณะยังเป็นอาชีวก ท่านลงเรือลำเดียวกับภิกษุรูปหนึ่ง เมื่อเรือแตกกลางทะเล ภิกษุรูปนั้นได้ให้ท่านถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ด้วยผลแห่งการถึงสรณะนี้ไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  369. หน้า ๔๔๕ ปิณฑปาติกเถระ (๓๖๐) และปิดวรรคที่ ๓๖ ในสมัยพระติสสพุทธเจ้า ท่านเสด็จจากสวรรค์ชั้นดุสิตมาถวายบิณฑบาตแด่พระองค์ กราบไหว้ด้วยความเลื่อมใสแล้วกลับไปดุสิตอีกครั้ง ไม่ตกทุคติตลอด ๙๒ กัป จบด้วยอุทานสรุปรายชื่ออปทาน ๑๐ เรื่อง ปิดท้ายวรรคที่ ๓๖ สัททสัญญิกวรรค
  370. หน้า ๔๔๖ มัณฑาริยเถระ (๓๖๑) เปิดวรรคที่ ๓๗ เริ่มวรรคที่ ๓๗ มัณฑารวปุปผิยวรรค ท่านเคยเป็นมาณพชื่อมงคลในดาวดึงส์ ลงมากั้นดอกมณฑารพ (ดอกไม้ทิพย์) เหนือศีรษะพระวิปัสสีพุทธเจ้าขณะทรงเข้าสมาธิถึง ๗ วัน แล้วกลับสวรรค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  371. หน้า ๔๔๖–๔๔๗ กักการุปุปผิยเถระ (๓๖๒) เป็นเทพชั้นยามา นำดอกกักการุมาบูชาพระโคตมพุทธเจ้า (สิริวัจฉยะ) ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๒ กัป
  372. หน้า ๔๔๗ ภิสมุฬาลทายกเถระ (๓๖๓) พระผุสสพุทธเจ้าเสด็จมาใกล้ที่อยู่ท่านเพื่อหาความสงบ ท่านเลื่อมใสถวายเหง้าบัว (ภิสมุฬาล) แด่พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๒ กัป
  373. หน้า ๔๔๘ เกสรปุปผิยเถระ (๓๖๔) เป็นวิทยาธรบนเขาหิมพานต์ พบพระเวสสภูพุทธเจ้ากำลังจงกรม จึงนำเกสรดอกไม้ ๓ ดอกที่ทัดศีรษะไปบูชาพระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  374. หน้า ๔๔๘–๔๔๙ อังโกลปุปผิยเถระ (๓๖๕) พบพระปทุมพุทธเจ้าที่เขาจิตตกูฏ เก็บดอกอังโกละที่บานสะพรั่งมาบูชาพระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  375. หน้า ๔๔๙ กทัมพปุปผิยเถระ (๓๖๖) เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าพระวรกายดังทองเสด็จดำเนินในตรอกตลาด จึงถือดอกกทัมพะเข้าไปบูชา ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  376. หน้า ๔๕๐ อุททาลกปุปผิยเถระ (๓๖๗) ในสมัยพระสุชาตพุทธเจ้าซึ่งประทับที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา ท่านถวายดอกอุททาลกะบูชาพระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  377. หน้า ๔๕๐–๔๕๑ เอกจัมปกปุปผิยเถระ (๓๖๘) นำดอกจำปาดอกเดียวไปบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ในหุบเขาด้วยมือทั้งสองข้างและจิตเลื่อมใส ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  378. หน้า ๔๕๑ ติมิรปุปผิยเถระ (๓๖๙) พบพระปัจเจกพุทธเจ้าที่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา จึงเก็บดอกติมิระโปรยบูชาบนศีรษะท่าน ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  379. หน้า ๔๕๒–๔๕๓ สลฬปุปผิยเถระ (๓๗๐) และปิดวรรคที่ ๓๗ เดิมเกิดเป็นกินนรที่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา พบพระวิปัสสีพุทธเจ้ากำลังจงกรม จึงเก็บดอกสลฬะ (ไม้สน) น้อมถวาย พระองค์ทรงรับและสูดดม ท่านกราบไหว้ด้วยความเคารพแล้วกลับขึ้นเขา ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป จบด้วยอุทานปิดท้ายวรรคที่ ๓๗ มัณฑารวปุปผิยวรรค
  380. หน้า ๔๕๓ โพธิวันทกเถระ (๓๗๑) เปิดวรรคที่ ๓๘ เริ่มวรรคที่ ๓๘ โพธิวันทนวรรค ท่านเห็นต้นแคฝอย (ปาฏลี) กำลังผลิใบเขียวชอุ่ม จึงกราบไหว้ด้วยความเคารพประหนึ่งกราบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเอง ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  381. หน้า ๔๕๔ ปาฏลิปุปผิยเถระ (๓๗๒) ขณะจะไปสระผมที่แม่น้ำ ท่านพบพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จดำเนินพร้อมภิกษุสงฆ์ จึงนำดอกแคฝอย ๓ ดอกที่ถืออยู่มาบูชาพระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  382. หน้า ๔๕๕–๔๕๖ ตีณุปปลมาลิยเถระ (๓๗๓) เดิมเกิดเป็นลิงริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เห็นพระผุสสพุทธเจ้าประทับในหุบเขาจึงนำดอกอุบล ๓ ดอกวางบนศีรษะบูชา ระหว่างเดินกลับด้วยจิตเลื่อมใสพลัดตกเขาถึงแก่ชีวิต จึงไปเกิดในดาวดึงส์ ได้เป็นท้าวสักกะ ๓ ครั้ง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ ครั้ง ไม่ตกทุคติตลอด ๙๒ กัป
  383. หน้า ๔๕๖ ปัตติปุปผิยเถระ (๓๗๔) เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าปรินิพพานและประชาชนกำลังนำพระสรีระออกท่ามกลางเสียงกลอง ท่านเลื่อมใสถวายดอกปัตติบูชาพระสรีระ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
  384. หน้า ๔๕๗ สัตตปัณณิยเถระ (๓๗๕) ในสมัยพระสุมนพุทธเจ้า ท่านถวายดอกสัตตบรรณบูชาพระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
  385. หน้า ๔๕๗–๔๕๘ คันธมุฏฐิเถระ (๓๗๖) ขณะกำลังจัดเชิงตะกอนถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ มีของหอมนานาชนิดถูกนำมารวมกัน ท่านเลื่อมใสถวายกำมือของหอมบูชา ผลบุญไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
  386. หน้า ๔๕๘–๔๕๙ จิตกปูชกเถระ (๓๗๗) เมื่อพระชลชุตตมพุทธเจ้าปรินิพพานและถูกยกขึ้นเชิงตะกอน ท่านถวายดอกสาละบูชาเชิงตะกอนนั้น ผลบุญไม่ตกทุคติตลอดแสนกัป
  387. หน้า ๔๕๙–๔๖๐ สุมนตาลวัณฏิยเถระ (๓๗๘) ถวายพัดใบตาล (ตาลวัณฏะ) แด่พระสิทธัตถพุทธเจ้า พร้อมกางกั้นแดดให้พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  388. หน้า ๔๖๐ สุมนทามิยเถระ (๓๗๙) ทำพวงมาลัยดอกมะลิ (สุมนทาม) ถือยืนถวายอยู่เบื้องหน้าพระสิทธัตถพุทธเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์ที่สรงสนานแล้ว ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  389. หน้า ๔๖๑–๔๖๒ กาสุมาริผลทายกเถระ (๓๘๐) และปิดวรรคที่ ๓๘ เห็นพระพุทธเจ้าประทับบนภูเขารุ่งโรจน์ดังดอกกรรณิการ์ จึงประนมมือแล้วนำผลกาสุมาริ (ผลไม้ป่า) ไปถวาย ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป จบด้วยอุทานปิดท้ายวรรคที่ ๓๘ โพธิวันทนวรรค
  390. หน้า ๔๖๒–๔๖๓ อัมพัฏผลทายกเถระ (๓๘๑) เปิดวรรคที่ ๓๙ เริ่มวรรคที่ ๓๙ อัมพัฏผลวรรค ท่านถวายผลอัมพัฏ (มะม่วง) แด่พระสตรังสีพุทธเจ้าขณะเสด็จออกแสวงหาความสงบ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๔ กัป
  391. หน้า ๔๖๓–๔๖๔ ลพุชทายกเถระ (๓๘๒) เป็นคนสวนในเมืองพันธุมดี เห็นพระวิปัสสีพุทธเจ้าเสด็จผ่านทางอากาศ จึงถวายผลลพุช (ขนุนสำปะลอ) ซึ่งพระองค์ทรงรับขณะประทับยืนกลางอากาศ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  392. หน้า ๔๖๔–๔๖๕ อุทุมพรผลทายกเถระ (๓๘๓) พบพระพุทธเจ้าประทับนั่งด้วยจิตแน่วแน่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ท่านเลื่อมใสถวายผลมะเดื่อ (อุทุมพร) แด่พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  393. หน้า ๔๖๕ มิลักขุผลทายกเถระ (๓๘๔) พบพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าในป่า ท่านเลื่อมใสถวายผลมิลักขุแด่พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๑,๘๐๐ กัป
  394. หน้า ๔๖๖ ผารุสผลทายกเถระ (๓๘๕) พบพระพุทธเจ้าพระวรกายดังทองผู้ทรงเป็นเนื้อนาบุญเสด็จดำเนินตามถนน ท่านถวายผลผารุสะแด่พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  395. หน้า ๔๖๖–๔๖๗ วัลลิผลทายกเถระ (๓๘๖) เมื่อชาวบ้านพากันเข้าป่าแสวงหาผลไม้แต่ไม่พบ ท่านพบพระพุทธเจ้าจึงถวายผลวัลลี (ผลไม้เถา) แด่พระองค์แทน ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  396. หน้า ๔๖๗–๔๖๘ กทลิผลทายกเถระ (๓๘๗) พบพระพุทธเจ้ารุ่งโรจน์ดังพระจันทร์เพ็ญ ท่านถวายผลกล้วย (กทลิ) แด่พระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส แล้วกราบลาจากไป ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๓๑ กัป
  397. หน้า ๔๖๘–๔๖๙ ปนสผลทายกเถระ (๓๘๘) ในสมัยพระอัชชุนพุทธเจ้าผู้ประทับที่เขาหิมพานต์ ท่านถวายผลขนุน (ปนส) ขนาดใหญ่วางบนใบตาลแด่พระองค์ ผลบุญไม่ตกทุคติตลอด ๙๑ กัป
  398. หน้า ๔๖๙–๔๗๑ โสณโกฏิวิสเถระ (๓๘๙) ในสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้า ท่านสร้างที่พักอาศัย (เลณะ) ถวายแก่สงฆ์จตุรทิศที่เมืองพันธุมดี ปูลาดพื้นด้วยผ้าอย่างวิจิตร แล้วตั้งความปรารถนาขอให้ได้บวชและบรรลุพระนิพพานในศาสนาของพระพุทธเจ้าในอนาคต ด้วยผลบุญนี้ท่องเที่ยวในสุคติตลอด ๙๐ กัป จนมาเกิดเป็นบุตรคนเดียวของเศรษฐีใหญ่ในเมืองจัมปา มีขนละเอียดที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้างอันเป็นลักษณะแห่งบุญ เมื่อพบพระพุทธเจ้าจึงออกบวชและบรรลุพระอรหัตพร้อมอภิญญา ๖ ท่านคือพระโสณโกฏิวีสเถระผู้เคยตอบปัญหาที่สระอโนดาต
  399. หน้า ๔๗๑–๔๗๕ ปุพพกัมมปิโลติ นาม พุทธาปทานัง (๓๙๐) - บุพกรรมของพระพุทธเจ้า และปิดวรรคที่ ๓๙ พระพุทธเจ้าประทับที่สระอโนดาตท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงแสดงบุพกรรมของพระองค์เอง เริ่มจากการถวายผ้าเก่า (ปิโลติกะ) แก่ภิกษุป่ารูปหนึ่งพร้อมตั้งความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นทรงเล่าถึงกรรมชั่วในอดีตชาติต่างๆ ที่ยังส่งผลกระทบแม้ในภพสุดท้าย เช่น เคยห้ามแม่โคดื่มน้ำขุ่นจึงต้องกระหายน้ำ เคยใส่ร้ายพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระนันทเถระจึงถูกนางจิญจมาณวิกาใส่ร้าย เคยผลักน้องต่างมารดาตกเหวจึงถูกพระเทวทัตกลิ้งหินและปล่อยช้างนาฬาคีรีทำร้าย เคยฆ่าคนด้วยหอกจึงปวดพระบาท เคยกล่าวหยาบให้สาวกกินข้าวฟ่างจึงต้องเสวยข้าวฟ่
  400. หน้า ๔๗๖–๔๘๔ ปิลินทวัจฉเถระ (๓๙๑) ตอนที่ ๑ - เรื่องราวและคำพยากรณ์ เปิดวรรคที่ ๔๐ เริ่มวรรคที่ ๔๐ ปิลินทวรรค ท่านเป็นนายประตูผู้มั่งคั่งในเมืองหังสวดี คิดถวายทานที่ไม่เคยมีผู้ใดถวายมาก่อนแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าและสงฆ์ จึงจัดหาเครื่องบริขารครบครันจำนวนมหาศาลอย่างละแสน (ร่ม ผ้า บาตร มีดโกน เข็ม พัด ภาชนะ ยา รองเท้า ไม้เท้า ฯลฯ) สร้างมณฑปดอกไม้พร้อมอาสนะสำหรับภิกษุแสนรูปแล้วทูลนิมนต์พระพุทธเจ้า เมื่อพระเจ้าอานันทะประสงค์ถวายทานก่อน ท่านจึงทูลขอสิทธิ์ถวายก่อนโดยยอมพนันชีวิตของตนกับพระราชาต่อหน้าตุลาการ สุดท้ายชนะและได้ถวายมหาทานแด่พระพุทธเจ้าตลอด ๗ วันจนเกิดการตรัสรู้ธรรมของผู้ฟัง
  401. หน้า ๔๘๕–๔๙๕ ปิลินทวัจฉเถระ (๓๙๑) ตอนที่ ๒ - รายการอานิสงส์ทานแต่ละสิ่ง (ยังไม่จบ) ส่วนต่อของอปทานพระปิลินทวัจฉเถระ พรรณนาผลบุญ (อานิสงส์) ที่ได้รับจากการถวายเครื่องบริขารแต่ละอย่างแด่พระพุทธเจ้าและสงฆ์ในอดีตชาติ เรียงลำดับทีละสิ่งของ เช่น ร่ม ผ้า บาตร เข็ม กล่องยา รองเท้า ไม้เท้า พัด ที่นอน หมอน ตั่ง ยาหยอดตา กุญแจ กระบอกยา เนยใส น้ำมัน โดยแต่ละสิ่งให้ผลเฉพาะด้าน เช่น ผิวพรรณงาม ปราศจากโรค มีสติปัญญาแหลมคม อายุยืน ปลอดภัยจากศัตรู เนื้อหายังคงดำเนินการพรรณนาอานิสงส์ต่อไปเรื่อยๆ โดยยังไม่จบอปทานนี้เมื่อสิ้นสุดหน้า ๔๙๕ (อปทานพระปิลินทวัจฉเถระยังค้างอยู่ ณ จุดนี้)
  402. หน้า ๔๙๖–๔๙๗ พระปิลินทวัจฉเถระ (ส่วนท้ายของอปทาน) ช่วงต้นของไฟล์นี้เป็นตอนจบของอปทานพระปิลินทวัจฉเถระที่เริ่มมาก่อนหน้าแล้ว กล่าวถึงผลบุญจากการถวายไม้สีฟัน/น้ำล้างหน้า เนยใสน้ำมัน นมส้ม อาหารบิณฑบาต และธูปหอมแด่พระพุทธเจ้าและหมู่สงฆ์ในอดีตชาติ ส่งผลให้ท่านได้รับอานิสงส์ต่างๆ เช่น เสียงไพเราะปราศจากโรคไอหืด กลิ่นปากหอมดุจดอกอุบล มีอายุยืนและมีปัญญา ท่านเล่าว่าได้เกิดเป็นเทวราชหลายพันครั้งและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก่อนบรรลุวิชชา 3 ปฏิสัมภิทา 4 และอภิญญา 6 จบอปทานพระปิลินทวัจฉเถระในหน้า 497
  403. หน้า ๔๙๗–๕๐๗ พระเสลเถระ ในอดีตกาลที่นครหังสวดี ท่านเป็นหัวหน้าตระกูล ได้ชักชวนญาติพี่น้องและผู้คนต่างวรรณะ 300 คนร่วมกันสร้างศาลาที่พักถวายแด่ภิกษุสงฆ์ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าทั้งคณะจะได้เสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนบรรลุนิพพาน ต่อมาท่านเกิดเป็นเสลมาณพ บุตรพราหมณ์วาเสฏฐะผู้มั่งคั่ง พบฤๅษีเกณิยะกำลังจัดเตรียมภัตตาหารถวายพระพุทธเจ้า จึงกล่าวคำสรรเสริญพระพุทธคุณเป็นอุปมาต่างๆ มากมาย (เช่น เปรียบดังไฟบนยอดเขา ดวงจันทร์ ราชสีห์ พญาช้าง) แล้วพาศิษย์ 300 คนไปเข้าเฝ้า เมื่อเห็นมหาปุริสลักษณะไม่ครบ พ
  404. หน้า ๕๐๗–๕๑๐ พระสัพพกิตติกเถระ ท่านกล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยอุปมาสิบประการ เปรียบพระองค์ดังต้นกรรณิการ์ที่บานสะพรั่ง ต้นประทีปที่ลุกโพลง สายฟ้าแลบ ราชสีห์ พญาช้างที่ฝึกดีแล้ว เป็นต้น แล้วน้อมนมัสการเงียบอยู่ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญนี้ ท่านจะเสวยสุขในเทวโลก 60,000 กัป และจะได้บวชบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระโคดม ท่านไม่เคยไปเกิดในทุคติเลยนับแต่นั้น
  405. หน้า ๕๑๐–๕๑๒ พระมธุทายกเถระ ท่านเคยเป็นฤๅษีอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสินธุพร้อมศิษย์จำนวนมาก เมื่อพระพุทธเจ้าสุเมธะเสด็จมา ท่านได้ปูลาดหญ้าเป็นอาสนะและนำน้ำผึ้ง (มธุ) จากป่ามาถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยผลบุญนี้ท่านจะเสวยสุขในเทวโลก 30,000 กัป และฝนน้ำผึ้งจะตกลงมาในวาระสำคัญของชีวิตท่าน ก่อนจะได้บวชบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระโคดม เป็นที่มาของชื่อ "มธุทายก"
  406. หน้า ๕๑๓–๕๑๖ พระปทุมกูฏาคาริกเถระ ท่านเคยเป็นนายพรานเนื้อ เมื่อได้พบพระพุทธเจ้าปิยทัสสีประทับนั่งในป่า จึงไปเก็บดอกบัวมาสร้างเป็นเรือนกูฏาคารมุงด้วยกลีบบัวถวายเป็นที่ประทับ และคอยเปลี่ยนดอกบัวใหม่ทุกวันตลอด 7 วัน 7 คืนที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในนั้น ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นเทวราชพร้อมวิมานดอกบัวลอยตามตัวไปนาน 1,800 กัป ภายหลังได้พบและบวชในสำนักพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ก่อนมาบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระโคดม
  407. หน้า ๕๑๖–๕๒๐ พระพักกุลเถระ ท่านเคยเป็นฤๅษีสร้างอาศรมอยู่ใกล้ภูเขาโสภิตะในหิมวันต์ เมื่อพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีเสด็จมาและเกิดอาพาธด้วยลม (วาตาพาธ) ท่านรีบขึ้นเขาไปหายาสมุนไพรมาปรุงเป็นเครื่องดื่มถวาย ทำให้อาการอาพาธหายไปทันที พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยผลบุญนี้ท่านจะไม่มีโรคภัยตลอดไปในทุกภพ และในที่สุดจะได้เป็นพระสาวกชื่อพักกุละ ผู้เป็นเลิศด้านความไม่มีโรค (อัปปาพาธ) ในศาสนาพระโคดม
  408. หน้า ๕๒๐–๕๒๓ พระคิริมานนทเถระ ภรรยา บุตร มารดา บิดา และพี่ชายของท่านเสียชีวิตพร้อมกันจนถูกเผาบนเชิงตะกอนเดียวกัน ท่านเศร้าโศกจนผอมซูบและเสียสติ เร่ร่อนเข้าป่า พระพุทธเจ้าสุเมธะทรงพระเมตตาเสด็จมาโปรด ท่านถวายกำใบไม้เป็นอาสนะ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องความไม่เที่ยงบรรเทาความโศก (เปรียบบุคคลผู้จากไปดั่งแขกผู้มาเยือน ดั่งงูลอกคราบ) ทำให้ท่านคลายความโศกเศร้า มีจิตเลื่อมใสถวายสักการะและออกบวช ก่อนบรรลุอรหัตตผลในกาลต่อมา
  409. หน้า ๕๒๓–๕๒๔ พระสฬฬมณฑปิยเถระ อปทานสั้นๆ เล่าว่า เมื่อพระพุทธเจ้ากกุสันธะปรินิพพานแล้ว ท่านได้นำดอกสฬละ (ต้นสน) มาสร้างเป็นมณฑปถวายสักการะ ด้วยผลบุญนี้ท่านได้ไปเกิดในดาวดึงส์มีวิมานพิเศษ และมีดอกไม้ปกคลุมตัวท่านตลอดเวลาไม่ว่ายืนหรือเดิน ก่อนจะได้บวชบรรลุอรหัตตผลในศาสนาปัจจุบัน
  410. หน้า ๕๒๔–๕๒๗ พระสัพพทายกเถระ ท่านเคยเป็นเศรษฐีมีปราสาทวิจิตรพร้อมสระบัวและป่าไม้ทองคำ มีนางบำเรอและเครื่องดนตรีมากมาย เมื่อพระพุทธเจ้าสุเมธะเสด็จมา ท่านได้เข้าเฝ้าและกราบทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมพระสงฆ์มาฉันภัตตาหารที่ปราสาทของตน ถวายอาหารและผ้าคู่แก่พระสงฆ์ทั้งหมดอย่างอุดม พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกพร้อมเครื่องกั้นทองคำติดตัวตลอดไป ก่อนบวชบรรลุอรหัตตผลด้วยนามว่า "สัพพทายก" (ผู้ให้ทุกสิ่ง)
  411. หน้า ๕๒๗–๕๓๒ พระอชิตเถระ และคำสรุปปิลินทวรรค (สตกะที่ 4) ขณะเที่ยวหาอาหารในป่าหิมวันต์ ท่านพบพระพุทธเจ้าปทุมุตตระประทับนั่งพระองค์เดียวโดยไม่มีผู้ใดรู้ จึงกลับไปนำน้ำมันและไส้ตะเกียงมาจุดถวายเป็นประทีปบูชาตลอด 7 คืน มีเทวดาและนาคจากทั่วป่าหิมพานต์มาชุมนุมด้วยอานุภาพพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีปนี้ท่านจะได้ดวงตาทิพย์เห็นได้ไกลตลอดไปทุกภพ ก่อนบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระโคดม จบอปทานแล้วมีอุทานสรุปรายชื่อพระเถระทั้ง 10 รูปในปิลินทวรรค (วรรคที่ 40) รวม 520 คาถา และปิดท้ายด้วยวรรคุทานประกาศจบสตกะที่ 4 (หมวดร้อยที่สี่)
  412. หน้า ๕๓๓–๕๓๖ พระติสสเมตเตยยเถระ เริ่มวรรคใหม่ (เมตเตยยวรรค วรรคที่ 41) ท่านเคยเป็นดาบสชื่อโสภิตะบำเรอไฟอยู่ใกล้ภูเขาเพื่อหวังไปเกิดในพรหมโลก พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาขอไม้ฟืนอ้างว่าตนก็บำเรอไฟเช่นกัน แล้วอธิบายว่า "ไฟ" ของพระองค์คือการเผากิเลสด้วยธรรม ดาบสเลื่อมใสจึงปูลาดหนังเสือเป็นอาสนะและนำผลมะพลับผสมน้ำผึ้งไปถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนบวชบรรลุอรหัตตผลด้วยนามว่าติสสเมตเตยยะ
  413. หน้า ๕๓๖–๕๓๗ พระปุณณกเถระ ท่านอาศัยอยู่ใกล้ภูเขาแห่งหนึ่ง เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า (สยมฺภู) เสด็จมาปรินิพพาน ณ ที่นั้นโดยมีแสงสว่างและเสียงกึกก้อง สัตว์ป่าต่างพากันร้อง ท่านจึงไปสืบดูพบพระสรีระ จึงเก็บฟืนมาถวายพระเพลิงและพรมน้ำหอม ยักษ์ในอากาศประกาศว่ากิจของท่านสำเร็จบริบูรณ์แล้ว (ปุณณกะ) จึงได้ชื่อนี้ตลอดมาจนเกิดเป็นพระปุณณกเถระ สาวกของพระโคดมผู้บรรลุอรหัตตผล
  414. หน้า ๕๓๘–๕๔๐ พระเมตตคูเถระ ท่านเคยเป็นฤๅษีอยู่ใกล้ภูเขาอโศกในหิมวันต์ เมื่อพระพุทธเจ้าสุเมธะเสด็จมาบิณฑบาต ท่านได้ถวายเนยใสเต็มบาตร ด้วยผลบุญนี้ท่านเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกยาวนาน ต่อมาท่านออกบวชเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรี แสวงหาสัจธรรมจนได้พบพระพุทธเจ้าโคดม ฟังธรรมแล้วบรรลุอรหัตตผล (ตรงกับเมตตคูมาณพหนึ่งในสิบหกศิษย์พาวรีในปารายนวรรค)
  415. หน้า ๕๔๑–๕๔๓ พระโธตกเถระ ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ท่านเป็นพราหมณ์ชื่อฉฬังคะมีศิษย์ 500 คน เห็นสมณะพากันลงอาบน้ำล้างบาปในแม่น้ำคงคาแล้วเห็นว่าไร้ประโยชน์ จึงคิดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำคงคาถวายเป็นพุทธบูชาด้วยทรัพย์แสนหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าผลแห่งการสร้างสะพานนี้จะคุ้มครองท่านจากอันตรายต่างๆ (ตกจากที่สูง ศัตรู โจร) ตลอดไป ก่อนบวชบรรลุอรหัตตผลด้วยนามว่าโธตกะ (ศิษย์พาวรีอีกท่านหนึ่ง)
  416. หน้า ๕๔๔–๕๕๐ พระอุปสีวเถระ อปทานพรรณนาอาศรมของท่านใกล้ภูเขาอโนมะในหิมวันต์อย่างพิสดาร ทั้งแม่น้ำ ดอกไม้ ผลไม้ สัตว์ป่านานาชนิด และหมู่ศิษย์ดาบสผู้บำเพ็ญพรต เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาบิณฑบาต ท่านได้ปูลาดอาสนะหญ้าโรยด้วยดอกสาละ แล้วขึ้นเขาไปเก็บผลขนุนมาถวาย พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะได้เป็นเทวราชและจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนจะได้บวชบรรลุอรหัตตผลด้วยนามว่าอุปสีวะ (อีกหนึ่งในศิษย์พาวรีตามปารายนวรรค) จบอปทานพระอุปสีวเถระในหน้า 550
  417. หน้า ๕๕๐ พระนันทกเถระ (เริ่มต้น ยังไม่จบในช่วงนี้) อปทานเริ่มต้นในหน้าสุดท้ายของช่วงนี้และยังไม่จบ เล่าว่าท่านเคยเป็นนายพรานเนื้อในป่า พบพระพุทธเจ้าอนุรุทธะ (ปัจเจกพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้เอง) เสด็จเข้าป่าเพื่อวิเวก ท่านจึงนำหลักไม้สี่หลักมาปักและสร้างมณฑปมุงด้วยดอกบัวถวาย เนื้อความของอปทานนี้ขาดตอนอยู่เพียงเท่านี้ในไฟล์ที่ให้มา ต้องอ่านต่อในหน้าถัดไปเพื่อทราบเรื่องราวและผลบุญที่สมบูรณ์
  418. หน้า ๕๕๑–๕๕๒ นันทกเถราปทาน (ต่อ) - การถวายมณฑปแด่พระพุทธเจ้า เนื้อหาช่วงนี้เป็นตอนต่อของอปทานพระนันทกเถระซึ่งเริ่มต้นไว้ก่อนหน้าจุดเริ่มไฟล์นี้ (ยังดำเนินเรื่องต่อจากชุดก่อน) กล่าวถึงผลแห่งการสร้างและถวายมณฑป (ปะรำ) แด่พระพุทธเจ้าแล้วออกบวชเป็นฤๅษี เมื่อสิ้นชีวิตได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตในวิมานทอง เสวยสุขด้วยยานทิพย์และมณฑปดอกบัวลอยตามไปทุกหนแห่ง ไม่เดือดร้อนด้วยความร้อนหรือภัยใด ๆ ตลอดหลายภพชาติ จนมาพบพระโคตมพุทธเจ้า ทูลถามทางไปสู่นิพพาน ฟังธรรมแล้วบรรลุอาสวักขยญาณ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในนามพระนันทกเถระ จบอปทานพระนันทกเถระ (นนฺทกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ)
  419. หน้า ๕๕๓–๕๕๗ เหมกเถราปทาน - ดาบสผู้ถวายลูกหว้าใหญ่แด่พระปิยทัสสีพุทธเจ้า ในอดีตท่านเป็นดาบสชื่ออโนมะ อาศัยอยู่ ณ เชิงเขา บำเพ็ญตบะจนสำเร็จ ชำนาญในศาสตร์ต่าง ๆ เมื่อพระปิยทัสสีพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดถึงอาศรมของท่านโดยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ท่านมีนิมิตและระลึกถึงพระพุทธองค์อยู่เนือง ๆ จนได้พบกันจริงจึงจำพระพุทธองค์ไม่ได้จนต้องทรงเปิดเผยพระองค์เอง ท่านเนรมิตบัลลังก์รัตนะถวายและถวายผลหว้าใหญ่เท่าหม้อแด่พระองค์ พระปิยทัสสีพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะได้เสวยสุขในเทวโลกและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ก่อนจะมาบวชในศาสนาพระโคตมพุทธเจ้าและบรรลุอรหัตตผลในนามพระเหมกเถระ จบอปทานพระเหม
  420. หน้า ๕๕๗–๕๖๒ โตเทยยเถราปทาน - พระราชาผู้สำนึกผิดจากการเสียบหลาวแล้วออกบวช พระเจ้าวิชิตชัย (หรือชิตัญชัย) แห่งเกตุมดีนคร เมื่อปราบกบฏชายแดนได้สำเร็จก็สั่งเสียบประหารเชลยถึงหกหมื่นคนด้วยหลาว จนผู้คนกล่าวขวัญว่าพระองค์อธรรมและจะต้องตกนรก พระองค์เริ่มเห็นนิมิตทรมานในนรกทุกคืน จึงสลดใจสละราชสมบัติ ช้าง ม้า รถ นารี และหมู่บ้านทั้งหมด ออกผนวชเป็นดาบสในป่าหิมพานต์ริมแม่น้ำคงคา เมื่อพระสุเมธพุทธเจ้าอุบัติขึ้น มียักษ์มาบอกข่าว ท่านจึงนำไม้จันทน์ไปถวายและบูชาพระพุทธองค์ พระสุเมธพุทธเจ้าทรงพยากรณ์อนาคตของท่านว่าจะได้เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อพาวรีผู้เชี่ยวชาญไตรเพท และเป็นศิษย์ของพาวรีผ
  421. หน้า ๕๖๓–๕๖๘ ชตุกัณณิกเถราปทาน - เศรษฐีบุตรผู้ถวายอาหารและดนตรีแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ในอดีตท่านเป็นบุตรเศรษฐีในกรุงหังสวดี เพียบพร้อมด้วยกามคุณ มีนักฟ้อนนักดนตรีและคนหลากหลายอาชีพ หลากเผ่าพันธุ์จากทั่วทุกดินแดน (พรรณนารายชื่อยาวเหยียด) มาเฝ้าแหนที่เรือนของตนอยู่เสมอ ทั้งยังให้ทานแก่สมณพราหมณ์และคนยากไร้เป็นประจำ เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาพร้อมพระสาวก รัศมีส่องเข้าไปในเรือน ท่านจึงรีบลงมานิมนต์พระพุทธองค์เข้าไปในเรือน ถวายอาหารแล้วบำเรอด้วยดนตรีขับกล่อม พระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะมั่งคั่งเป็นพระเจ้าจักรพรรดิและเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกตลอดกาลนาน ก่อนจะมาเป็นพ
  422. หน้า ๕๖๘–๕๗๔ อุเทนเถราปทาน - ฤๅษีผู้ถวายดอกบัวแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า (จบวรรคที่ ๔๑) ในอดีตท่านเป็นฤๅษีสร้างอาศรมอยู่ใกล้ภูเขาปทุมะในป่าหิมพานต์ ริมแม่น้ำอันร่มรื่นสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้ ดอกไม้ ผลไม้ สัตว์นานาชนิด เป็นที่อยู่ของฤๅษีถึง 84,000 คนผู้บำเพ็ญฌานด้วยกัน เมื่อพระปทุมุตตรพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ยักษ์ผู้มีฤทธิ์ใกล้อาศรมมาแจ้งข่าว ท่านจึงรีบไปเฝ้าถวายดอกบัวที่บานสะพรั่งพร้อมกล่าวคาถาสรรเสริญพระคุณของพระพุทธองค์อย่างพิสดารว่าทรงเป็นที่พึ่งและเกาะสำหรับสรรพสัตว์ พระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าท่านจะเสวยสุขในเทวโลกนานถึง 30,000 กัป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพันครั้ง ก่อนจะมาบวชและบรร