ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๗๐ · ๖๖๒ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๓ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๒๓๖ พุทธาปทาน (ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้า) พระอานนท์ทูลถามเหตุที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญู พระองค์ตรัสเล่าอดีตชาติเป็นสุเมธดาบสผู้นอนทอดกายเป็นสะพานให้พระทีปังกรพุทธเจ้าทรงย่ำ จนได้รับพยากรณ์เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต แล้วบำเพ็ญบารมี ๓๐ ทัศนับอสงไขยกัป พบพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ มากมาย จนประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกผนวช ผจญมาร ตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ แสดงปฐมเทศนา แสดงยมกปาฏิหาริย์ปราบเดียรถีย์ ท้ายเรื่องตรัสเล่าบุพกรรมเก่าที่ยังส่งผลให้ทรงประชวรด้วยโรคต่างๆ แม้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว
- หน้า ๒๓๗–๓๙๘ ปัจเจกพุทธาปทาน (คาถาขัคควิสาณสูตร) พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร พระองค์ตรัสตอบว่าท่านเหล่านั้นเคยสร้างบุญบารมีในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนแต่ยังไม่บรรลุธรรม จึงอาศัยเหตุสังเวชเพียงเล็กน้อยตรัสรู้ได้เองโดยไม่มีพระศาสดา แล้วทรงแสดงคาถาขัคควิสาณสูตร สอนให้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวดุจนอแรด ไม่ผูกพันบุตรภรรยามิตรสหายและกามคุณ อรรถกถาอธิบายความหมายทีละคาถาอย่างละเอียด ตั้งแต่การออกบวชจนถึงการบรรลุปัจเจกโพธิญาณด้วยวิปัสสนาจนสิ้นกิเลส
- หน้า ๓๙๙–๔๒๕ สารีปุตตเถราปทานที่ ๓ (๑) พระสารีบุตรเล่าอดีตชาติเป็นดาบสสุรุจิผู้มีอาศรมงดงามใกล้ภูเขาลัมพกะ มีศิษย์พราหมณ์ ๒๔,๐๐๐ คนแวดล้อม เมื่อพระพุทธเจ้าอโนมทัสสีเสด็จอุบัติ ท่านได้พบและบูชาพระองค์พร้อมพระอัครสาวกนิสภเถระ จนได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นอัครสาวกเบื้องขวานามสารีบุตรของพระพุทธเจ้าโคดม ชาติสุดท้ายเกิดเป็นอุปติสสมาณพ พบพระอัสสชิเถระบิณฑบาตแล้วขอฟังธรรม เมื่อพระอัสสชิแสดงคาถาเยธัมมาฯ ก็บรรลุโสดาบันทันที จึงประกาศตนว่าได้บรรลุอรหัตตผลเป็นพระธรรมเสนาบดีอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญา
- หน้า ๔๒๕–๔๘๓ ๑. พรรณนาสารีปุตตเถราปทาน อรรถกถาว่า ครั้งพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี ดาบสสุรุจิและศิษย์ฟังธรรมจากอัครสาวกนิสภะแต่ยังไม่บรรลุ จึงตั้งจิตปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกพร้อมสหาย ชาติสุดท้ายทั้งสองเกิดเป็นอุปติสสมาณพและโกลิตมาณพ บุตรตระกูลหัวหน้าหมู่บ้าน ผูกมิตรแต่เด็ก บวชเป็นปริพาชกด้วยกัน จนอุปติสสะพบพระอัสสชิเถระบิณฑบาต เลื่อมใสจึงขอฟังธรรม ฟังคาถาเยธัมมาฯ แล้วบรรลุโสดาบัน นำไปบอกโกลิตะจนบรรลุเช่นกัน ทั้งสองจึงพาบริวารไปเฝ้าพระศาสดาขอบวชและได้รับแต่งตั้งเป็นพระอัครสาวกทั้งสอง
- หน้า ๔๘๔–๕๑๑ มหาโมคคัลลานเถราปทาน พระมหาโมคคัลลานะเล่าอดีตชาติเป็นนาคราชนามวรุณ อาศัยในมหาสมุทรสมัยพระพุทธเจ้าอโนมทัสสี นิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมสงฆ์มาเสวยในนาคพิภพและถวายทาน จึงได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระอัครสาวกที่สองของพระโคดมพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายท่านฟังพระพุทธเจ้าทรงแสดงธาตุกรรมฐานขจัดความโงกง่วงจนบรรลุอรหัตผล เป็นเอตทัคคะด้านฤทธิ์ ทรมานนาคนันโทปนันทะและเขย่าปราสาทด้วยนิ้วเท้า แต่บั้นปลายถูกโจรที่เดียรถีย์ว่าจ้างทุบร่างจนแหลกละเอียด อันเป็นผลกรรมเก่าที่เคยฆ่าบิดามารดาผู้ตาบอด
- หน้า ๕๑๒–๕๔๕ มหากัสสปเถราปทาน พระมหากัสสปะเล่าอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ หลังพุทธปรินิพพานท่านสร้างพระเจดีย์บูชาจนได้เกิดเป็นเทวดาและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้ง ชาติสุดท้ายเป็นปิปผลิมาณพผู้มั่งคั่ง แต่งงานกับนางภัททกาปิลานีโดยตั้งใจครองพรหมจรรย์ เห็นนกจิกกินสัตว์ในนาจึงสลดใจในบาปแห่งทรัพย์ สละทุกอย่างออกบวชพร้อมกัน แยกทางกันกลางป่าเพื่อมิให้ครหา พบพระพุทธเจ้าที่โคนต้นไทร ทรงประทานโอวาท ๓ ข้อและแลกจีวรให้ ท่านบรรลุอรหัตภายใน ๗ วัน ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านถือธุดงค์
- หน้า ๕๔๖–๕๕๕ อนุรุทธเถราปทาน พระอนุรุทธะเล่าอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าสุเมธ ถวายประทีปพันไส้แด่พระพุทธเจ้าขณะทรงเข้าฌาน ประทีปลุกโพลง ๗ วันไม่ดับ ด้วยผลบุญนี้ท่านได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิและเทวราชหลายครั้ง มองเห็นได้ไกลและสว่างไสวเป็นพิเศษ ชาติสุดท้ายประสูติเป็นเจ้าชายศากยะผู้เพียบพร้อมจนไม่รู้จักคำว่า 'ไม่มี' ออกบวชพร้อมพระญาติที่อนุปิยอัมพวัน ตรึกมหาปุริสวิตก ๗ ข้อได้เอง จนพระพุทธเจ้าเสด็จมาเติมข้อที่ ๘ ให้บริบูรณ์ จึงบรรลุอรหัตและได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านทิพยจักษุ
- หน้า ๕๕๖–๕๖๒ ปุณณมันตานีปุตตเถราปทาน พระปุณณมันตานีบุตรเถระในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเป็นพราหมณ์ผู้สอนศิษย์มาก เห็นภิกษุรูปหนึ่งได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านแสดงธรรม จึงตั้งความปรารถนาจะได้ตำแหน่งนี้บ้าง ชาติสุดท้ายเป็นหลานพระอัญญาโกณฑัญญะ บวชแล้วบรรลุอรหัตต์ มีศิษย์ ๕๐๐ ที่ท่านสอนด้วยกถาวัตถุ ๑๐ จนบรรลุธรรมตามคำสอนทุกคน พระสารีบุตรได้ยินกิตติศัพท์จึงไปสนทนาด้วยอุปมารถ ๗ ผลัดที่ป่าอันธวัน พระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องท่านเป็นเอตทัคคะด้านธรรมกถึก
- หน้า ๕๖๓–๖๒๒ อุปาลีเถราปทาน พระอุบาลีเถระเดิมเป็นบุตรช่างกัลบก สหายรักของกษัตริย์ศากยะ ๖ พระองค์ ออกบวชพร้อมกันที่อนุปิยอัมพวัน ขอไปอยู่ป่าแต่พระพุทธเจ้าทรงแนะให้อยู่ใกล้พระองค์เพื่อเรียนพระวินัย ไม่นานบรรลุอรหัตต์และทรงจำพระวินัยปิฎกทั้งหมดจากพระพุทธองค์เอง ต่อมาวินิจฉัยอธิกรณ์สำคัญ ๓ เรื่องถูกต้อง จึงได้เอตทัคคะด้านพระวินัย อดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระท่านเป็นพราหมณ์มั่งคั่งสร้างสังฆารามถวายจนได้รับพยากรณ์ตำแหน่งนี้ไว้
- หน้า ๖๒๓–๖๓๒ อัญญาโกณฑัญญเถราปทาน พระอัญญาโกณฑัญญะในอดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระได้ยินเทวดาป่าวประกาศขณะพระองค์เพิ่งตรัสรู้ จึงรีบถวายภัตตาหารมื้อแรก ได้รับพยากรณ์เป็นเอตทัคคะด้านรัตตัญญู ชาติสุดท้ายเป็นหนึ่งในแปดพราหมณ์ผู้ทำนายลักษณะเจ้าชายสิทธัตถะ แต่มั่นใจแต่ผู้เดียวว่าจะได้ตรัสรู้ จึงบวชตามพร้อมปัญจวัคคีย์ บำเพ็ญทุกรกิริยา ๖ ปี ฟังธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแล้วบรรลุโสดาบันเป็นองค์แรกในโลก และบรรลุอรหัตต์ต่อมา ภายหลังไปพำนักที่ป่าหิมพานต์ใกล้สระฉัททันต์ ๑๒ ปี แล้วทูลลาปรินิพพาน
- หน้า ๖๓๓–๖๓๙ ปิณโฑลภารทวาชเถราปทาน พระปิณโฑลภารทวาชะในอดีตชาติเป็นราชสีห์เฝ้าถ้ำที่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระเข้านิโรธสมาบัติ คาบดอกบัวบูชาและบันลือสีหนาทไล่สัตว์ร้ายปกป้องพระองค์ตลอด ๗ วัน เมื่อพระองค์เสด็จไปโดยไม่ทันบอกลา ราชสีห์เศร้าโศกจนตาย ไปเกิดเป็นมนุษย์ถวายมหาทานแล้วตั้งความปรารถนาไว้ ชาติสุดท้ายเป็นบุตรปุโรหิตพระเจ้าอุเทน ถูกศิษย์ทอดทิ้งเพราะละโมบในอาหาร จึงบวชที่ราชคฤห์ ไม่นานได้อภิญญา ๖ แล้วบันลือสีหนาทท้าผู้สงสัยในมรรคผลให้มาถามได้ จึงได้เอตทัคคะด้านบันลือสีหนาท
- หน้า ๖๔๐–๖๔๘ ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน พระเรวตะ (ขทิรวนิยะ) น้องชายสุดท้องของพระสารีบุตร เกิดในตระกูลพราหมณ์เมืองนาลกะ เมื่อได้ข่าวว่าพี่ชายบวชจึงหนีการแต่งงานที่บิดามารดาจัดให้ ออกบวชเองแล้วบำเพ็ญเพียรในป่าไม้ตะเคียน ไม่นานบรรลุอรหัตต์พร้อมอภิญญา ๖ จึงได้เอตทัคคะด้านผู้อยู่ป่า อดีตชาติสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระท่านเป็นนายเรือแม่น้ำคงคา จัดเรือขนานรับเสด็จพระพุทธเจ้าพร้อมพระขีณาสพแสนรูปข้ามฟาก จึงตั้งความปรารถนาไว้ ภายหลังท่านนำหลานสามคนคือจาลา อุปจาลา สีสูปจาลา มาบวชและอบรมกรรมฐานให้
- หน้า ๖๔๙–๖๖๒ อานันทเถราปทาน พระอานนท์สมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระนั่งบนหลังช้างกั้นฉัตรแก้วถวาย ได้รับพยากรณ์เป็นพุทธอุปัฏฐากในอนาคต ชาติสุดท้ายเป็นพระญาติศากยวงศ์ บวชพร้อมเจ้าภัททิยะ ฟังธรรมจากพระปุณณมันตานีบุตรจนบรรลุโสดาบัน เมื่อพระพุทธเจ้าทรงชราขอให้สงฆ์เลือกอุปัฏฐากประจำ สาวกใหญ่ต่างอาสาแต่ถูกห้าม มีเพียงพระอานนท์นิ่งเฉย จึงรับหน้าที่โดยตั้งเงื่อนไข ๘ ข้อ ได้เอตทัคคะถึง ๕ ด้าน บรรลุอรหัตต์คืนก่อนปฐมสังคายนาขณะเอนกายพักผ่อน เนื้อหาจบบริบูรณ์ท้ายเล่มนี้พอดี มิใช่ตัดกลางคัน
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐