ยมก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๘๔ · ๑๑๓๕ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๔ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๙๕ อินทริยยมกที่ ๑๐ - ปัณณัตติวาระ (อุทเทสและนิเทศ) เปิดเล่ม ๘๔ ด้วยอินทริยยมกที่ ๑๐ อันเป็นยมกสุดท้ายในทั้ง ๑๐ ยมก ตั้งมาติกาอินทรีย์ ๒๒ ประการ (จักขุนทรีย์ถึงอัญญาตาวินทรีย์) แล้วเข้าสู่ปัณณัตติวาระซึ่งทดสอบว่าคำสามัญ (เช่น จักขุ โสตะ อิตถี) กับคำเทคนิค "-อินทรีย์" มีความหมายตรงกันหรือไม่ ผ่านปทโสธนวาระ (จับคู่ชื่อสามัญกับชื่ออินทรีย์ของธรรมเดียวกัน) ปทโสธนมูลจักกวาระ (ไขว้ทดสอบกับอินทรีย์อื่นทั้ง ๒๑) สุทธอินทริยวาระ และสุทธอินทริยมูลจักกวาระ ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนิก อินทรีย์ส่วนใหญ่ชื่อสามัญเท่ากับชื่ออินทรีย์พอดี แต่มีข้อยกเว้นสำคัญ: จักขุกว้
- หน้า ๑๙๖–๔๒๔ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: ปัจจุบันกาล มหาวาระที่ ๒ เริ่มทดสอบการ "กำลังเกิด" จริงของคู่อินทรีย์ ทั้งฝ่ายอนุโลมและปัจจนิก ผ่านปุคคลวาระ โอกาสวาระ และปุคคโลกาสวาระ ข้อจำกัดหลักที่กำหนดคำตอบมาจากสามด้าน: (๑) ภูมิ — จักขุนทรีย์/ฆานินทรีย์/อิตถินทรีย์/ปุริสินทรีย์ไม่เกิดในรูปาวจร/อรูปาวจรภูมิ (พรหมไม่มีอวัยวะเพศและฆานปสาทเต็มที่) อสัญญสัตตภูมิไม่มีจิตเกิดเลยจึงไม่มีอินทรีย์ฝ่ายนาม (๒) บุคคล — อิตถินทรีย์กับปุริสินทรีย์ไม่เกิดพร้อมกันในบุคคลเดียวเด็ดขาด สัทธินทรีย์เกิดเฉพาะสเหตุกบุคคลที่จิตสัทธาสัมปยุตต์ ปัญญินทรีย์เกิดเฉพาะขณะญาณสัมปยุตต
- หน้า ๔๒๕–๕๑๖ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: อดีตกาล ทดสอบว่าอินทรีย์ "เคยเกิด" ร่วมกันแก่บุคคลในอดีตหรือไม่ ฝ่ายอนุโลมส่วนใหญ่ตอบ "ใช่" ง่ายๆ เพราะสัตว์ในสังสารวัฏอันไม่มีที่สุดย่อมเคยผ่านเกือบทุกภาวะมาแล้ว ความซับซ้อนที่แท้จริงอยู่ในฝ่ายปัจจนิก ("ไม่เคยเกิด") ซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดเฉพาะผู้ที่พำนักในภูมิเดียวตลอดมาโดยไม่เคยจุติไปภูมิอื่น เช่นพรหมอรูปภูมิที่ไม่เคยมีจักขุนทรีย์เกิด หรือผู้เกิดในสุทธาวาสภูมิ (เฉพาะพระอนาคามี) ที่ไม่เคยกลับไปภูมิอื่นอีก ปิดกาลอดีตทั้งหมดที่หน้า ๕๑๖
- หน้า ๕๑๗–๖๗๓ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: อนาคตกาล (ปิดกาลบริสุทธิ์) ทดสอบว่าอินทรีย์ "จักเกิด" ร่วมกันในภพหน้าหรือไม่ ข้อยกเว้นหลักคือ "ปัจฉิมภวิกบุคคล" (ผู้อยู่ในภพสุดท้ายก่อนปรินิพพาน) ซึ่งอินทรีย์หนึ่งอาจกำลังเกิดอยู่ในปัจจุบันแต่จะไม่มีทาง "จักเกิด" อีกเพราะไม่มีภพหน้า ผู้จักเกิดในรูปาวจร/อรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานจักมีจักขุนทรีย์/ชีวิตินทรีย์/มนินทรีย์แต่ไม่มีฆานินทรีย์หรืออิตถินทรีย์-ปุริสินทรีย์ ส่วนผู้คงเพศเดิมตลอดจนปรินิพพานจักมีอินทรีย์เพศนั้นแต่ไม่มีเพศตรงข้าม โสมนัสสินทรีย์-อุเปกขินทรีย์ขึ้นกับเวทนาของจิตดวงสุดท้าย ปิดกาลอนาคตและปิดการทดสอบกาลบริสุทธิ
- หน้า ๖๗๔–๗๖๕ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: ปัจจุปันนาตีต (ผสมปัจจุบัน-อดีต) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง "กำลังเกิด" กับ "เคยเกิด" ของอินทรีย์คู่ต่างๆ ประเด็นสำคัญคือขณะกำลังตาย อินทรีย์ที่เคยเกิดจะไม่ใช่กำลังเกิดอีกเพราะจิตกำลังดับ ผู้เพิ่งเกิดใหม่ในสุทธาวาสภูมิมีจักขุนทรีย์/โสตินทรีย์กำลังเกิดแต่ยัง "ไม่เคยเกิด" มาก่อนในภพนั้น อสัญญสัตตภูมิไม่มีอินทรีย์ฝ่ายจิตเลย และปัญญินทรีย์เชื่อมโยงกับผู้เข้านิโรธสมาบัติหรือจิตวิปปยุตจากญาณ ซึ่งมนินทรีย์เคยเกิดแต่ปัญญินทรีย์ไม่กำลังเกิด ปิดหัวข้อผสมกาลนี้ที่หน้า ๗๖๕
- หน้า ๗๖๖–๙๓๐ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: ปัจจุปันนานาคต (ผสมปัจจุบัน-อนาคต) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง "กำลังเกิด" กับ "จักเกิด" ข้อยกเว้นหลักยังคงเป็นปัจฉิมภวิกบุคคล ซึ่งแม้อินทรีย์หนึ่งกำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน แต่อินทรีย์อื่นจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตเพราะจะดับขันธ์ก่อน จักขุนทรีย์และฆานินทรีย์ถูกจำกัดด้วยภูมิ อิตถินทรีย์และปุริสินทรีย์ถูกตรึงตามภาวะเพศตลอดชาตินั้น มนินทรีย์เป็นตัวร่วมสากลที่เกิดในทุกภูมิยกเว้นอสัญญสัตตภูมิ ปิดหัวข้อผสมกาลนี้ราวหน้า ๙๓๐
- หน้า ๙๓๑–๑๐๓๑ อินทริยยมก - ปวัตติวาระ อุปปาทวาระ: อตีตานาคต (ผสมอดีต-อนาคต, ปิดปวัตติวาระ) ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่าง "เคยเกิด" กับ "จักเกิด" ฝ่ายอนุโลมส่วนใหญ่ตอบ "ใช่" เพราะอดีตกาลครอบคลุมกว้างมาก ความซับซ้อนจริงอยู่ที่ข้อยกเว้น เช่นปัจฉิมภวิกบุคคล และภูมิเฉพาะอย่างสุทธาวาสภูมิที่ทำให้เงื่อนไขซับซ้อนขึ้น ฝ่ายปัจจนิกในระดับบุคคลมักตอบ "ไม่มี" ตายตัวเพราะแทบไม่มีบุคคลใดที่ไม่เคยมีอินทรีย์พื้นฐานมาก่อน แต่พอเข้าสู่ปุคคโลกาสวาระซึ่งรวมภูมิเข้ามา เนื้อหากลับมีสาระจริงเพราะภูมิบางแห่ง (อรูปภูมิ อสัญญสัตตภูมิ สุทธาวาสภูมิ) ทำให้อินทรีย์บางตัว "ไม่เคยเกิด" แก่บุคคลในภูมินั้นได้จริง ปิดด้วย "ป
- หน้า ๑๐๓๒–๑๐๔๘ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ ปัจจุปันนวาระ ขึ้นมหาวาระที่ ๓ (การกำหนดรู้/ละ/เจริญ/ทำให้แจ้ง) ใช้จักขุนทรีย์-โสตินทรีย์เป็นตัวแทนมูล ถามว่าผู้กำลังรู้แจ้งจักขุนทรีย์ (ปริญญา) กำลังละโทมนัสสินทรีย์ (ปหาน) กำลังเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ (ภาวนา-โสดาปัตติมรรค) และกำลังทำให้แจ้งอัญญาตาวินทรีย์ (สัจฉิกิริยา-อรหัตผล) พร้อมกันหรือไม่ ฝ่ายอนุโลมส่วนใหญ่ตอบใช่ตรงไปตรงมา ฝ่ายปัจจนิกต้องยกเว้นบุคคลในขณะบรรลุมรรค-ผลเฉพาะจุด (เช่นผู้ถึงพร้อมอนาคามิมรรค/อรหัตมรรค)
- หน้า ๑๐๔๙–๑๐๖๕ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ อตีตวาระ เปลี่ยนกาลเป็นอดีต ถามว่าผู้เคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์เคยละ/เจริญ/ทำให้แจ้งอินทรีย์คู่ตรงข้ามหรือไม่ ยกตัวอย่างบุคคลผู้เคยละกิเลสมาแล้วแต่ไม่เคยรู้แจ้งอินทรีย์คู่ตรงข้าม เช่นอรหัตผลบุคคลเคยทั้งสอง แต่ปุถุชนบางกลุ่มเคยอย่างหนึ่งไม่เคยอีกอย่าง
- หน้า ๑๐๖๖–๑๐๘๑ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ อนาคตวาระ เปลี่ยนกาลเป็นอนาคต ถามว่าผู้จักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ (ยังไม่บรรลุแต่จะบรรลุ) จักละ/เจริญ/ทำให้แจ้งอินทรีย์คู่หรือไม่ ใช้ปุถุชนที่จักได้มรรคในอนาคตกับพระอรหันต์ (ผู้ไม่มีอะไรต้องทำอีก) เป็นตัวอย่างข้อยกเว้น
- หน้า ๑๐๘๒–๑๐๙๖ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ ปัจจุปปันนาตีตวาระ รวมกาลปัจจุบัน+อดีต ถามว่าผู้กำลังหรือเคยรู้แจ้งจักขุนทรีย์ กำลังหรือเคยละ/เจริญ/ทำให้แจ้งอินทรีย์คู่ตรงข้ามหรือไม่ ขยายกรอบเวลาให้ครอบคลุมทั้งขณะปัจจุบันและที่ผ่านมาแล้ว
- หน้า ๑๐๙๗–๑๑๑๑ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ ปัจจุปปันนานาคตวาระ รวมกาลปัจจุบัน+อนาคต ถามว่าผู้กำลังหรือจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ กำลังหรือจักละ/เจริญ/ทำให้แจ้งอินทรีย์คู่ตรงข้ามหรือไม่ ใช้ตรรกะเดียวกันแต่ขยายกรอบเวลาไปข้างหน้าแทนข้างหลัง
- หน้า ๑๑๑๒–๑๑๒๗ อินทริยยมก - ปริญญาวาระ อตีตานาคตวาระ (ปิดยมกทั้งเล่ม) กรอบเวลาสุดท้ายรวมอดีต+อนาคต (ไม่รวมปัจจุบัน) ถามว่าผู้เคยหรือจักรู้แจ้งจักขุนทรีย์ เคยหรือจักละ/เจริญ/ทำให้แจ้งอินทรีย์คู่ตรงข้ามหรือไม่ ยกตัวอย่างปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคเลย (ไม่เคยและไม่จักด้วย) เป็นกลุ่มข้อยกเว้นสำคัญ ปิดด้วย "อตีตานาคตวาระ จบ" ตามด้วย "ยมก จบ" ปิดพระบาลีต้นฉบับ (ปกรณ์ยมก) ทั้งหมด ทั้งอินทริยยมกและยมกปกรณ์ทั้ง ๑๐ หมวด
- หน้า ๑๑๒๘–๑๑๓๕ อรรถกถาอินทริยยมก และนิคมคาถา (จบเล่มและจบคัมภีร์ยมก) พระอรรถกถาจารย์อธิบายภาพรวมโครงสร้างอินทริยยมก ว่ามีมหาวาระ ๓ เหมือนยมกอื่นแต่มีจำนวนคู่มากกว่าเพราะอินทรีย์มี ๒๒ ตัว อธิบายเหตุที่มนินทรีย์ประกอบกับทุกมูลได้ เหตุที่อินทรีย์บางตัว (สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อินทรีย์โลกุตตระ ๓) ไม่ปรากฏในปฏิสนธิจึงไม่ถูกนับ พร้อมไขความหมายคำบาลีเฉพาะจุด จบอรรถกถาอินทริยยมกที่ ๑๑๓๓ ตามด้วยนิคมคาถาของพระพุทธโฆษาจารย์กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าและประกาศว่าอรรถกถาปกรณ์ยมกสำเร็จแล้วด้วยขนาด ๕ ภาณวาร ปิดท้ายด้วยโคลอฟอน "พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมก ภาคที่ ๒ แ
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐
หน้า ๖๕๑–๗๐๐
หน้า ๗๐๑–๗๕๐
หน้า ๗๕๑–๘๐๐
หน้า ๘๐๑–๘๕๐
หน้า ๘๕๑–๙๐๐
หน้า ๙๐๑–๙๕๐
หน้า ๙๕๑–๑๐๐๐
หน้า ๑๐๐๑–๑๐๕๐
หน้า ๑๐๕๑–๑๑๐๐