ปัฏฐาน ภาค ๒
ฉบับ มมร. · พระอภิธรรมปิฎก · เล่มที่ ๘๖ · ๖๑๑ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๓๖ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๑๙ เวทนาติกะที่ ๒ — ปฏิจจวาร และวาระย่อ (สหชาต/ปัจจย/นิสสย/สังสัฏฐ/สัมปยุตต) ติกะที่ ๒ ทดสอบธรรมที่ประกอบด้วยสุขเวทนา/ทุกขเวทนา/อทุกขมสุขเวทนา แทนกุศล/อกุศล/อัพยากตะ ปฏิจจวารอนุโลมแสดงครบ ๓ คู่ผ่าน ๒๔ ปัจจัยจริง มีข้อสังเกตสำคัญ (ยืนยันในอรรถกถาภายหลัง): เวทนา รูป และนิพพาน "ย่อมไม่ได้" ในเวทนาติกะ เพราะติกะนี้จำแนกด้วยเวทนาที่ธรรมนั้นสัมปยุต ซึ่งรูปไม่มีเวทนาประกอบและนิพพานไม่มีเวทนาเลย — ผลคือปุเรชาตปัจจัยและปัจฉาชาตปัจจัยแสดงโดยเวทนาติกะไม่ได้ วาระที่เหลือทั้ง ๕ (ซึ่งในกุสลติกะแต่ละวาระขยายเป็นสิบๆ หน้า) ถูกอัดรวมเป็นย่อหน้าเดียวสั้นๆ แสดงว่าไม่มีเนื้อหาต่างจากปฏิจจวา
- หน้า ๒๐–๔๕ เวทนาติกะ ปัญหาวาร อนุโลมนัย (เหตุถึงวิปากปัจจัยละเอียด, ปัจจัยที่เหลือย่อ) เนื้อหาจริงเข้มข้นกว่าปฏิจจวารมาก อารัมมณปัจจัยยกตัวอย่างการให้ทาน/รักษาศีลด้วยจิตสุขแล้วพิจารณาผลด้วยจิตต่างเวทนา — แสดงว่าเวทนาของจิตที่รู้กับเวทนาของอารมณ์ที่ถูกรู้เป็นคนละเรื่องกัน อธิปติปัจจัยชี้ว่าทุกขเวทนาไม่มีอารัมมณาธิปติเพราะไม่มีใครยึดทุกข์เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นเชิงกุศล อนันตรปัจจัยแสดงลำดับจิตจริงข้ามเวทนาได้ตามธรรมชาติของวิถีจิต อุปนิสสยปัจจัยแสดงปกตูปนิสสยะผ่านตัวอย่างคู่ตรงข้าม: ศรัทธา/ศีลนำสู่ทานด้วยจิตสุข เทียบกับราคะ/โมหะนำสู่ปาณาติบาตด้วยจิตทุกข์ กัมมปัจจัยแยกสหชาตะกับนานักขณ
- หน้า ๔๖–๖๖ เวทนาติกะ สังขยาวาร (นับวาระ)+ปัจจนียนัย+ผสม (จบเวทนาติกะที่ ๒) เนื้อหาเชิงตัวเลขล้วนๆ นับว่าแต่ละปัจจัยมีกี่วาระและเมื่อผสมปัจจัยอื่นเหลือกี่วาระ อ้างอิงวิธีนับของกุสลติกะซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างชัดแจ้ง ความต่างจากกุสลติกะมีเพียงตัวเลขวาระที่ได้ (เช่นวิปากปัจจัยได้เพียง ๒ วาระในหลายที่ เพราะไม่มีทุกขเวทนาที่เป็นวิบากที่มีเหตุ) ไม่ใช่วิธีคิด ปิดท้ายด้วย "เวทนาติกะที่ ๒ จบ"
- หน้า ๖๗–๗๔ อรรถกถาวรรณนาเนื้อความแห่งเวทนาติกปัฏฐาน อธิบาย "ทำไม" ตัวเลขวาระจึงเป็นอย่างนั้น: วิปากปัจจัยได้ ๒ วาระในเหตุมูลกนัยเพราะทุกขเวทนาฝ่ายวิบากที่เป็นสเหตุกะไม่มี นปุเรชาตปัจจัยได้ ๒ วาระเพราะทุกขเวทนาไม่มีในอรูปภพและปฏิสนธิกาล สหชาตปัจจัยและปัจจัยที่คลุมอรูปธรรมทั้งหมด "ขาดไปในปัจจนียวาระ" เพราะธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดขึ้นโดยเว้นจากสหชาตปัจจัยไม่ได้เลย เป็นการอธิบายกลไกที่ทำให้ระบบการนับสมเหตุสมผล ไม่ใช่การคาตาล็อกศัพท์เฉยๆ
- หน้า ๗๕–๘๖ วิปากติกะที่ ๓ — ปฏิจจวาร อนุโลมนัย ติกะใหม่จำแนกเป็นวิปากธรรม (จิต-เจตสิกที่เป็นผลกรรม) วิปากธัมมธรรม (จิต-เจตสิกฝ่ายกุศล-อกุศลที่ให้ผล) เนววิปากนวิปากธัมมธรรม (กิริยาจิต+รูปทั้งหมด+นิพพาน) — หมวดที่ ๓ นี้รวมรูปธรรมเข้ามาด้วยเป็นครั้งแรก ทำให้เหตุปัจจัยเพียงข้อเดียวมีถึง ๑๓ วาระ (เทียบกุสลติกะ/เวทนาติกะที่มีแค่ ๓) เนื้อหาจริงคือความสัมพันธ์ระหว่างวิบากขันธ์กับรูปที่รองรับ: จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิบากขันธ์เกิด กฏัตตารูปอาศัยวิบากขันธ์เกิดในขณะปฏิสนธิ — วางกรอบว่าปฏิสนธิจิต (วิบาก) กับรูปกาย (กฏัตตารูป) ต่างอิงอาศัยกันตั้งแต่ขณะแรกของ
- หน้า ๘๗–๑๐๓ วิปากติกะ ปฏิจจวาร ปัจจนียนัย+ผสม (จบปฏิจจวาร) ฝ่ายปัจจนียะแสดงสภาวะพิเศษ: อเหตุกวิบาก (เช่นทวิปัญจวิญญาณ) อเหตุกปฏิสนธิ (สัตว์อบายภูมิและบางกรณีมนุษย์/เทวดา) และกรณีสุดขั้วของอสัญญสัตว์ (พรหมไม่มีนามขันธ์เลย มีแต่รูปชีวิตินทรีย์ค้ำจุนรูปกาย) ซึ่งทดสอบว่าปัจจัยฝ่ายรูปธรรมเกื้อกูลกันเองได้อย่างไรโดยไม่พึ่งจิต นมัคค/นฌาน/นวิปปยุตตปัจจัยแสดงกรณีอรูปภูมิ (ไม่มีรูปเลย) เป็นคู่ตรงข้ามกับอสัญญสัตว์ — สองขั้วนี้คือกรอบทดสอบทั้งหมดของวิปากติกะฝ่ายปัจจนียะ ปิดท้าย "ปฏิจจวาระ จบ"
- หน้า ๑๐๔ วิปากติกะ สหชาตวาร (ย่อ) สหชาตวารทั้งวาระถูกอัดในหน้าเดียว แสดงตัวอย่างเดียวแล้วสรุปตัวเลขวาระเท่ากับปฏิจจวาร เพราะรูปแบบความสัมพันธ์เกิดร่วมกันซ้ำกับปฏิจจวารทุกประการ
- หน้า ๑๐๕–๑๒๘ วิปากติกะ ปัจจยวาร (๑๗ วาระ)+ท้ายนิสสยวาระ+สังสัฏฐวาระ+สัมปยุตตวาระ ปัจจยวารขยายละเอียดเต็มที่และมี ๑๗ วาระ (จาก ๑๓) เพราะเปิดช่องให้ขันธ์ที่อ่อนกว่าอิงขันธ์ที่แข็งแรงกว่าได้ทั้งสองทิศทาง และเพิ่มความสัมพันธ์วัตถุ-ทวารรองรับวิญญาณ (เช่นจักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะเกิด) ซึ่งปฏิจจวารไม่มี จบด้วย "ปัจจยวาระ จบ" จากนั้นนิสสยวาระ สังสัฏฐวาระ สัมปยุตตวาระ ถูกย่อสั้นมาก โดยอ้างอิงตรงว่าเหมือนวาระก่อนหน้า
- หน้า ๑๒๙–๑๔๔ วิปากติกะ ปัญหาวาร อนุโลม (เหตุ-อารัมมณ-อธิปติ-อนันตร-สมนันตร-สหชาต-อัญญมัญญ-นิสสยปัจจัย) ส่วนอธิบายละเอียดสดใหม่ว่าวิบากเป็นปัจจัยแก่ธรรมอื่นได้อย่างไร ยกตัวอย่างเชิงจิตวิทยา-โสตาปัตติ เช่นการพิจารณาวิบากขันธ์โดยไตรลักษณ์แล้วเกิดราคะ/ทิฏฐิ พระเสกขะ/พระอรหันต์พิจารณาผล-นิพพาน เจโตปริยญาณ-ปุพเพนิวาสานุสสติญาณเป็นอารมณ์ของวิบากขันธ์ อธิปติปัจจัยแบ่งอารัมมณาธิปติ/สหชาตาธิปติ
- หน้า ๑๔๕–๑๖๗ วิปากติกะ ปัญหาวาร อนุโลม (อุปนิสสยถึงอวิคตปัจจัย) ครอบคลุมปัจจัยที่เหลือทั้งหมด ยังคงเนื้อหาสดใหม่ให้ตัวอย่างรูปธรรมทางกาย (กายิกสุข/กายิกทุกข์เป็นปัจจัยแก่กันและแก่ผลสมาบัติ) บริกรรมฌาน/มรรคขั้นต้นเป็นปัจจัยแก่ขั้นสูงกว่า ปาณาติบาต/นิยตมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่ตนเอง ปิดท้ายด้วยตารางนับจำนวนวาระในอนุโลมนัยทั้งหมด
- หน้า ๑๖๘–๑๗๖ วิปากติกะ ปัญหาวาร ปัจจนียนัย+ผสม+จบติกะ+อรรถกถา (ประกาศย่อจากนี้ไป) ส่วนปฏิเสธอธิบายสั้นกว่าฝั่งอนุโลมมาก ส่วนใหญ่ระบุรายชื่อปัจจัยที่ยกวาระแล้วอ้างอิงกุสลติกะ ปิดด้วย "วิปากติกะที่ ๓ จบ" ตามด้วยอรรถกถาอธิบายวิธีนับวาระ — สำคัญ: อรรถกถาช่วงนี้ประกาศระเบียบวิธีชัดเจนว่าจะเลิกอธิบายซ้ำโดยละเอียดสำหรับติกะ/ทุกะที่เหลือทั้งหมด จะกล่าวเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น เป็นกุญแจอธิบายว่าเหตุใดเนื้อหาตั้งแต่นี้ไปจึงอ้างอิงแบบย่อบ่อยครั้ง
- หน้า ๑๗๗–๑๙๕ อุปาทินนติกะ (ติกะที่ ๔) — ปฏิจจวาระ (ครบทุกขั้ว) ติกะใหม่จำแนกเป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม (ถูกกรรมยึดครองและยังเป็นอารมณ์ของอุปาทานได้) อนุปาทินนุปาทานิยธรรม (ไม่ถูกกรรมยึดครองแต่ยังเป็นอารมณ์ของอุปาทานได้) และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม (โลกุตตระ) ปฏิจจวาระอธิบายสดใหม่เต็มรูปแบบทั้ง ๙ รูปแบบความสัมพันธ์ รวมกฏัตตารูปในปฏิสนธิขณะและกรณีอสัญญสัตว์ จบด้วย "ปฏิจจวาระ จบ" ตามด้วยสหชาตวาระที่ย่อทันทีว่าเหมือนปฏิจจวาระ
- หน้า ๑๙๖–๒๐๙ อุปาทินนติกะ — ปัจจยวาระ (เต็ม)+สหชาตวาระ/นิสสยวาระ (ย่อ) ปัจจยวาระอธิบายละเอียดในรูปแบบคล้ายปฏิจจวาระแต่เพิ่มความสัมพันธ์แบบอาศัยที่ซับซ้อนกว่า (รวมหทยวัตถุเป็นเงื่อนไขร่วม) ทั้งอนุโลม-ปัจจนีย จากนั้นนิสสยวาระถูกย่อทันทีว่าเหมือนปัจจยวาระ — แสดงรูปแบบที่วาระซึ่งปกติเหมือนกันทุกประการมักถูกยุบรวมกัน
- หน้า ๒๑๐–๒๑๒ อุปาทินนติกะ — สังสัฏฐวาระ และสัมปยุตตวาระ (ย่อ) ทั้งสองวาระอธิบายสั้นมาก สังสัฏฐวาระอ้างอิงการนับเหมือนกุสลติกะทั้งหมด และสัมปยุตตวาระเพียงประโยคเดียวว่าเหมือนสังสัฏฐวาระ
- หน้า ๒๑๓–๒๒๙ อุปาทินนติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม (เหตุ-อารัมมณ-อธิปติ-อนันตร-สมนันตร-สหชาต-อัญญมัญญ-นิสสยปัจจัย) เข้าสู่ปัญหาวาระซึ่งเป็นวาระที่ละเอียดที่สุดอีกครั้ง อธิบายสดใหม่เต็มรูปแบบ ๙ คู่ความสัมพันธ์ระหว่างสามขั้ว ตัวอย่างครอบคลุมจักขุนทรีย์/มโนทวาร เจโตปริยญาณ อธิปติปัจจัยแบบอารัมมณาธิปติ/สหชาตาธิปติ พระอริยะออกจากมรรคพิจารณาผล/นิพพาน
- หน้า ๒๓๐–๒๗๗ อุปาทินนติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม (อุปนิสสยถึงอวิคตปัจจัย)+นับวาระ ครอบคลุมอุปนิสสยปัจจัย (อนันตรูปนิสสยะ/อารัมมณูปนิสสยะ/ปกตูปนิสสยะพร้อมตัวอย่างสุขทางกาย/ทุกข์ทางกาย/มรรค-ผล) ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย และปัจจัยที่เหลือจนครบ ๒๔ อาหารปัจจัยแยกกวฬีการาหารที่หล่อเลี้ยงกัมมชรูปเฉพาะการค้ำจุนรักษา ไม่ใช่ทำให้เกิดขึ้นใหม่ (ต่างจากอนุปาทินนรูปที่อาหารทำให้เกิดขึ้นได้จริง)
- หน้า ๒๗๘–๒๘๕ อุปาทินนติกะ ปัจจนียนัย+ผสม+จบติกะที่ ๔+อรรถกถา ไล่ปัจจัยฝ่ายปฏิเสธแบบย่อโดยอ้างอิงจำนวนวาระเป็นหลัก ปิดท้ายด้วย "อุปาทินนติกะ ที่ ๔ จบ" ตามด้วยอรรถกถาพรรณนาอุปาทินนติกปัฏฐาน ซึ่งอธิบายเนื้อหาจริง เช่น อาหารปัจจัยทำหน้าที่เพียงค้ำจุนรักษากัมมชรูปที่มีอยู่แล้ว และแก้ความเข้าใจผิดของอาจารย์บางกลุ่มที่ว่าโอชาในตัวสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่ (เช่นกบ) เป็นอาหารปัจจัยแก่สัตว์ที่กลืนกินเข้าไป (เช่นงู) — อรรถกถาปฏิเสธว่าไม่ถูกต้อง
- หน้า ๒๘๖–๓๐๓ สังกิลิฏฐสังกิเลสิกติกะ (ติกะที่ ๕) — ปฏิจจวาร และปัญหาวาร เหตุ-อธิปติปัจจัย ติกะใหม่แบ่งธรรมเป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม (เศร้าหมองเองและเป็นอารมณ์ให้กิเลสเกิดได้ เช่นราคะ โทสะ โมหะ) อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม (ไม่เศร้าหมองเองแต่ยังเป็นอารมณ์ให้กิเลสเกิดได้ เช่นกุศลโลกีย์) และอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม (โลกุตตระ) ปัญหาวาระด้านอารัมมณปัจจัยและอธิปติปัจจัยยกตัวอย่างจริงในชีวิตจิตอย่างละเอียด เช่นบุคคลยินดีเพลิดเพลินในราคะจนราคะ/ทิฏฐิเกิดซ้ำ บุคคลทำบุญแล้วยึดติดยินดีในบุญนั้นจนเกิดราคะ-มานะ-ทิฏฐิ (กุศลกลายเป็นอารมณ์ของกิเลส) และนิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค-ผล
- หน้า ๓๐๔–๓๒๐ สังกิลิฏฐสังกิเลสิกติกะ — ปัญหาวาระ อนุโลม (อุปนิสสยถึงอัตถิปัจจัย) อุปนิสสยปัจจัยยกตัวอย่างพฤติกรรมจริงมากที่สุด เช่นบุคคลอาศัยราคะ/โทสะฆ่าสัตว์หรือทำลายสงฆ์ บุคคลฆ่าสัตว์แล้วสำนึกทำบุญล้างบาป กุศล/อกุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่วิบาก และมรรคขั้นต้นเป็นปัจจัยแก่มรรคขั้นสูง (ปฐมมรรค→ทุติยมรรค→ตติยมรรค→จตุตถมรรค) และแก่ผลสมาบัติ — แสดงสายธารเหตุปัจจัยทางจริยธรรม-จิตวิญญาณตั้งแต่กิเลสหยาบจนถึงมรรคผลอย่างเป็นระบบ
- หน้า ๓๒๑–๓๒๘ สังกิลิฏฐสังกิเลสิกติกะ — นับวาระ+ปัจจนียนัย+ผสม+จบติกะที่ ๕+อรรถกถา ปิดปัญหาวาระอนุโลมด้วยนัตถิ วิคต อวิคตปัจจัยและตารางนับวาระละเอียด ตามด้วยปัจจนียนัย อนุโลมปัจจนีย ปัจจนียานุโลม (อ้างอิงกุสลติกะแบบย่อทั้งหมด) ปิดท้ายด้วย "สังกิลิฏฐติกะที่ ๕ จบ" พร้อมเชิงอรรถระบุจบพระบาลีเล่ม ๔๐ เพียงติกะที่ ๕ (เป็นเพียงจุดแบ่งเล่มพระไตรปิฎกบาลี ไม่ใช่จุดจบติกปัฏฐาน) อรรถกถาสั้นๆ ระบุเพียงให้ศึกษาตามแนวกุสลติกะ
- หน้า ๓๒๙–๓๖๑ วิตักกติกะ (ติกะที่ ๖) — ปฏิจจวาร อนุโลมนัย ติกะใหม่แบ่งธรรมตามการมีวิตก/วิจาร เป็นสวิตักกสวิจารธรรม (มีทั้งวิตกและวิจาร) อวิตักกวิจารมัตตธรรม (มีแต่วิจารอย่างเดียว) และอวิตักกอวิจารธรรม (ไม่มีทั้งสอง) ติกะนี้ซับซ้อนกว่าติกะก่อนหน้าอย่างชัดเจน เพราะวิตกและวิจารเป็นเจตสิกที่แยกออกมาเป็นตัวธรรมที่ต้องนับเป็นตัวอาศัย/ตัวถูกอาศัยเองด้วย ทำให้เกิดคู่ผสมมากถึง ๓๗ นัย (เทียบติกะ ๑,๔,๕ ที่มักอยู่ราว ๗-๑๕ วาระต่อปัจจัย) เฉพาะเหตุปัจจัยอย่างเดียวใช้พื้นที่ราว ๑๓ หน้า ยืนยันความซับซ้อนพิเศษของติกะนี้
- หน้า ๓๖๒–๓๘๕ วิตักกติกะ ปฏิจจวาร ปัจจนียนัย+ผสม (จบปฏิจจวาร) ฝ่ายปฏิเสธอธิบายด้วยเลนส์อเหตุกะ-โมหะล้วนของติกะนี้ นปุเรชาตปัจจัยขยายสำหรับอรูปภูมิ (อรูปพรหมไม่มีรูปกายให้ปุเรชาต) นวิปปยุตตปัจจัยเน้นอรูปภูมิเช่นกัน ปิดด้วยตารางนับวาระ "ปัจจนียนัย จบ" แล้วอนุโลมปัจจนียนัยและปัจจนียานุโลมนัยอ้างอิงกุสลติกะโดยตรง ปิด "ปฏิจจวาระ จบ" พร้อมข้อความว่าสหชาตวาระเหมือนปฏิจจวาระทุกประการ
- หน้า ๓๘๖–๓๙๖ วิตักกติกะ — ปัจจยวาระ (อนุโลม+ปัจจนีย) เหตุปัจจัยทำงานเต็มรูปแบบ รวมรูปธรรมที่เกิดจากนามธรรม (จิตตสมุฏฐานรูป/กฏัตตารูป) และปัญจทวารกับปฏิสนธิ ปัจจัยที่เหลือขยายด้วยวิธีเดียวกันแต่มีจำนวนวาระต่างกัน (อธิปติปัจจัย ๓๗ วาระ, ปุเรชาตและอาเสวน ๒๑ วาระ) สะท้อนว่า "อาศัย" เปิดช่องรวมได้มากกว่า "เกิดร่วม" ปัจจนียนัยอธิบายนเหตุ นอธิปติ นกัมมปัจจัยเต็มรูปแบบก่อนย่อที่เหลือ ปิด "ปัจจยวาระ จบ" พร้อมระบุนิสสยวาระเหมือนกันทุกประการ
- หน้า ๓๙๗–๔๐๐ วิตักกติกะ — สังสัฏฐวาระ ทดสอบว่าธรรมทั้งสาม "เจือกับ" กันได้หรือไม่ ใช้โครงกรอบเดียวกับปฏิจจวาระแต่ยกเว้นคู่ผสมรูปธรรม เพราะสังสัฏฐวาระเป็นเรื่องนามธรรมที่เจือปนกันร่วมวัตถุ-อารมณ์เดียวเท่านั้น ปิด "สังสัฏฐวาระ จบ" พร้อมระบุสัมปยุตตวาระ (เข้มกว่า เฉพาะนามธรรม) เหมือนกันทุกประการ
- หน้า ๔๐๑–๔๑๓ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — เหตุปัจจัย, อารัมมณปัจจัย ปัญหาวาระเริ่ม — ส่วนที่อุดมด้วยเนื้อหาที่สุด อารัมมณปัจจัยอธิบายว่าสภาวะกลายเป็นอารมณ์ของจิตได้อย่างไร: ทาน/ศีล/อุโบสถที่พิจารณาด้วยปีติ ออกจากฌาน/มรรค/ผลแล้วพิจารณา พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละแล้ว/ข่มแล้ว การพิจารณาขันธ์เป็นไตรลักษณ์ (ทำให้เกิดราคะ/ทิฏฐิหรือความคลายกำหนัด) อภิญญาต่างๆ ที่ยึดสภาวะเหล่านี้เป็นอารมณ์ และนิพพานเป็นอารมณ์แก่โคตรภู/โวทาน/มรรค/ผล เป็นจุดที่ความเกี่ยวข้องทางปฏิบัติธรรมของติกะนี้ปรากฏเป็นรูปธรรม
- หน้า ๔๑๔–๔๒๕ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — อธิปติปัจจัย ทุกคู่ผสมถูกจัดเป็นอารัมมณาธิปติ (อารมณ์ที่ถูกทำให้เป็นประธานหนักแน่น) และ/หรือสหชาตาธิปติ (ธรรมอธิบดีที่เกิดร่วม) การแยกสองแบบนี้คือประเด็นสำคัญ: ผลที่เป็นรูปธรรมล้วนได้เฉพาะสหชาตาธิปติ ผลข้ามอารมณ์ (สภาวะสวิตักกเกิดจากพิจารณาสภาวะอวิตักกอวิจาร) ได้เฉพาะอารัมมณาธิปติ และผลนามธรรมผสมได้ทั้งสองแบบ
- หน้า ๔๒๖–๔๔๒ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — อนันตรปัจจัย, สมนันตรปัจจัย อนันตรปัจจัยอธิบายลำดับกระบวนจิตอย่างละเอียด: จุติจิต→ปฏิสนธิจิต ภวังค์→อาวัชชนะ→วิถีจิต บันไดวิปัสสนาเต็ม (อนุโลม→โคตรภู/โวทาน→มรรค→ผล→ผลสมาบัติ) บันไดฌาน-อภิญญาผ่านบริกรรม และกรณีออกจากนิโรธสมาบัติ — เป็นเนื้อหาที่แตกต่างจากอารัมมณปัจจัยอย่างแท้จริง เพราะแสดงลำดับเวลาภายในกระบวนจิต ไม่ใช่การยึดอารมณ์ สมนันตรปัจจัยอ้างอิงว่าเหมือนอนันตรปัจจัยทุกประการ
- หน้า ๔๔๓–๔๕๓ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — สหชาตปัจจัย การเกิดร่วมกันเชิงกลไกล้วน (ขันธ์↔ขันธ์, ขันธ์→จิตตสมุฏฐานรูป/กฏัตตารูป, มหาภูตรูป↔มหาภูตรูป, หทยวัตถุ↔ขันธ์, กรณีอสัญญสัตว์พิเศษ) ไล่ครบ ๓๐ คู่ผสมของสมาชิกติกะ ขนานกับรูปแบบเหตุปัจจัยของปฏิจจวาระแต่กลับทิศเป็น "เป็นปัจจัยแก่"
- หน้า ๔๕๔–๔๖๓ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — อัญญมัญญปัจจัย การปรับปัจจัยแบบซึ่งกันและกัน (เฉพาะนาม-นามและนาม-หทยวัตถุ ไม่มีผลรูปธรรมฝ่ายเดียวเพราะอัญญมัญญต้องการความเกื้อกูลสองทาง) ใช้กรอบเดียวกันแต่จำกัดเฉพาะความสัมพันธ์แบบสมมาตร
- หน้า ๔๖๔–๔๘๓ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — นิสสยปัจจัย, อุปนิสสยปัจจัย นิสสยปัจจัยส่วนใหญ่ซ้ำรูปแบบสหชาต/ปุเรชาตด้วยการอ้างอิงจำนวนวาระย่อ อุปนิสสยปัจจัยเป็นส่วนที่มีเนื้อหาสมบูรณ์อีกจุดหนึ่ง แสดงห่วงโซ่อุปการะตามธรรมชาติแบบคลาสสิก: อาศัยศรัทธา/ศีล/สุตะ/จาคะ/ปัญญา (หรือเท่ากันคือราคะ/โทสะ/โมหะ/มานะ/ทิฏฐิ) เป็นฐานจิตวิทยาให้ทาน เจริญฌาน วิปัสสนา มรรค สมาบัติ — หรือให้ฆ่าคน/ทำลายสงฆ์ แสดงความสมมาตรของปัญญา/กิเลสในฐานะอุปนิสสยปัจจัยตามธรรมชาติที่ขยายไปทั่วติกะวิตักกวิจาร
- หน้า ๔๘๔–๕๒๕ วิตักกติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — ปุเรชาต, ปัจฉาชาต, อาเสวน, กัมม, วิปาก, อาหาร, อินทริย, ฌาน, มัคค, สัมปยุตต, วิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัยแยกอารัมมณปุเรชาตะ (อารมณ์ที่มีอยู่ก่อน เช่นทิพพจักขุเห็น/ทิพโสตฟัง หรือพิจารณาตา/หู/ฯลฯ โดยไม่เที่ยง) กับวัตถุปุเรชาตะ (ฐานทางกายภาพที่มีอยู่ก่อน เช่นจักขายตนะ หทยวัตถุ) ปัจฉาชาตปัจจัยแสดงความสัมพันธ์เฉพาะตัวคือธรรมที่เกิดทีหลังเป็นปัจจัยแก่กายที่เกิดก่อน (จิต/วิตก/วิจารที่เกิดทีหลังค้ำจุนกายที่เกิดก่อนแล้ว) อาเสวนปัจจัยสะท้อนเนื้อหาคล้ายอนันตรปัจจัยแต่ในกรอบการเสพซ้ำ/ฝึกฝนแทนการสืบเนื่อง กัมมปัจจัยแยกสหชาตะกับนานักขณิกะตามสูตรมาตรฐาน ปัจจัยที่เหลือ (วิปาก อาหาร อินทริย ฌาน มัคค สั
- หน้า ๕๒๖–๕๕๓ วิตักกติกะ — อัตถิ-อวิคตปัจจัย+ปัจจนียนัย+จบติกะที่ ๖+อรรถกถา อัตถิปัจจัยขยายละเอียดที่สุด (๕ แบบ: สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ อินทริยะ) ครอบคลุมกรณีปุเรชาตะพิเศษ นัตถิ-วิคตปัจจัยเท่ากับอนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัยเท่ากับอัตถิปัจจัย ปิดท้ายด้วยการนับวาระอนุโลมทั้งหมด ตามด้วยปัจจนียนัยแบบบัญชีรายชื่อปัจจัยที่ใช้ได้ (ไม่ขยายความ) ปิด "วิตักกติกะที่ ๖ จบ" พร้อมอรรถกถาสั้นอธิบายคำว่า "ยถากมฺมูปคาณสฺส ปริกมฺมํ" ว่าหมายถึงบริกรรมแห่งทิพยจักษุญาณ
- หน้า ๕๕๔–๕๖๓ ปีติติกะ (ติกะที่ ๗) — ปฏิจจวาระ (ครบทุกขั้ว) ติกะใหม่ประกอบด้วยปีติสหคตธรรม (จิตประกอบด้วยปีติ) สุขสหคตธรรม (จิตประกอบด้วยสุขเวทนาแต่ไม่มีปีติ) และอุเบกขาสหคตธรรม (จิตประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา) ปฏิจจวารเหตุปัจจัยขยายครบ ๑๐ วาระ จุดน่าสังเกตในฝ่ายปัจจนีย: โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา/อุทธัจจะ (อกุศลจิต ๒ ดวงไม่มีเหตุอื่นนอกจากโมหะ) เป็นข้อยกเว้นเฉพาะของธรรมหมวดอุเบกขา ปิด "ปฏิจจวาระ จบ" พร้อมข้อความว่าวาระที่เหลือทั้ง ๕ (สหชาต ปัจจย นิสสย สังสัฏฐ สัมปยุตต) เหมือนปฏิจจวารทุกประการ
- หน้า ๕๖๔–๕๗๘ ปีติติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — เหตุปัจจัย, อารัมมณปัจจัย (ละเอียด), อธิปติปัจจัย อารัมมณปัจจัยขยายอย่างละเอียดด้วยอุทาหรณ์เชิงปฏิบัติธรรมแบบมาตรฐานที่พบซ้ำทุกติกะ: บุคคลให้ทาน/รักษาศีลด้วยจิตปีติสหคตธรรม แล้วพิจารณากุศลกรรมด้วยจิตต่างสภาพ ผู้ออกจากฌาน/มรรค/ผลพิจารณาย้อน ปุถุชนพิจารณาไตรลักษณ์ของขันธ์ปีติสหคตธรรมแล้วเกิดราคะ-ทิฏฐิ-วิจิกิจฉา-อุทธัจจะตามมา (แสดงว่าวิปัสสนาที่ผิดพลาดก่อกิเลสได้) อธิปติปัจจัยใช้อุทาหรณ์ชุดเดียวกันเน้น "อย่างหนักแน่น"
- หน้า ๕๗๙–๕๙๘ ปีติติกะ ปัญหาวาระ อนุโลม — อนันตร/สมนันตรปัจจัย, สหชาต/อัญญมัญญ/นิสสย (ย่อ), อุปนิสสยปัจจัย (ละเอียด) อนันตร/สมนันตรปัจจัยขยายรวมกรณีวิถีจิตพิเศษ เช่นภวังค์ที่เป็นปีติสหคตธรรมเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม (แสดงว่าภวังค์เปลี่ยนเวทนาได้) สหชาต/อัญญมัญญ/นิสสยปัจจัยถูกย่อสั้นมาก อุปนิสสยปัจจัยขยายละเอียดมากด้วยรายการอุทาหรณ์กรรมสุดโต่งมาตรฐาน เช่นบุคคลกระทำโจรกรรม ประพฤติผิดในภรรยาผู้อื่น ฆ่าคนในหมู่บ้าน/นิคม ด้วยจิตที่เป็นปีติสหคตธรรมหรือสุขสหคตธรรม — แสดงว่าอกุศลกรรมหนักก็เกิดร่วมกับเวทนาที่ดูเหมือนบวกได้ ไม่ใช่ว่าปีติ/สุขจะเป็นกุศลเสมอไป
- หน้า ๕๙๙–๖๑๑ ปีติติกะ — อาเสวน-อวิคตปัจจัย (ย่อมาก)+ปัจจนียนัย+จบปีติติกะที่ ๗+อรรถกถา (จบเล่ม) อาเสวนและกัมมปัจจัยขยายพอสมควรตามสูตรเดิม จากนั้นวิปากปัจจัยถูกย่อโดยอ้างอิงเหตุปัจจัยในปฏิจจวาระ และอาหารถึงอัตถิปัจจัย (รวม ๕ ปัจจัย) ถูกย่อรวบรัดที่สุดในเล่มเป็นเพียงประโยคเดียว ปัจจนียนัยเป็นบัญชีรายชื่อปัจจัยที่ใช้ได้ต่อคู่ธรรมโดยไม่ขยายความ ปิดด้วยโคลอฟอน "ปีติติกะที่ ๗ จบ" ตามด้วยอรรถกถาสั้นอธิบายว่าภวังค์ที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาด้วยอำนาจอนันตรปัจจัย ตรัสด้วยอำนาจตทารัมมณะ ภวังค์ และมูลภวังค์ — นี่คือหน้าสุดท้ายจริงของเล่ม ๘๖ ปิดท้ายตรงขอบเขตธรรมชาติพอดี (จบติ
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐