นาถกรณธรรม ๑๐
ทส นาถกรณธมฺมาธรรม ๑๐ ข้อที่ทำให้พึ่งตนเองได้ — ครบทั้งความประพฤติ ความรู้ เพื่อน ความเพียร และปัญญา
นฬกปานสุตฺตํ
พระพุทธเจ้าตรัสถามกุลบุตรผู้ออกบวช เช่น พระอนุรุทธะ ว่ายังยินดีในพรหมจรรย์หรือไม่ ทรงชี้ว่าอะไรครอบงำใจเมื่อยังไม่ได้ปีติสุขจากความสงัด และทรงอธิบายว่าที่ตรัสบอกคติของสาวกที่ล่วงลับ ก็เพื่อให้คนมีกำลังใจ ไม่ใช่เพื่อลาภหรือชื่อเสียง
ในนฬกปานสูตร มัชฌิมนิกาย พระพุทธเจ้าประทับที่นฬกปานะ แคว้นโกศล ขณะนั้นมีกุลบุตรที่มีชื่อเสียงหลายท่านเพิ่งออกบวช เช่น พระอนุรุทธะ พระภัททิยะ พระกิมพิละ พระภัคคุ พระโกณฑัญญะ พระเรวตะ และพระอานนท์ พระองค์ตรัสถามว่า พวกเธอยินดีในพรหมจรรย์อยู่หรือ ภิกษุเหล่านั้นนิ่ง จนพระองค์ตรัสถามพระอนุรุทธะโดยตรง ท่านจึงทูลว่ายินดี
พระองค์ตรัสว่า พวกเธอไม่ได้บวชเพราะถูกบังคับ เพราะหนี้ เพราะภัย หรือเพราะหาเลี้ยงชีพไม่ได้ แต่บวชด้วยศรัทธา หวังจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง แล้วทรงชี้ว่า ตราบใดที่ยังไม่ได้ปีติสุขที่เกิดจากความสงัดจากกามและอกุศลธรรม หรือสุขที่สงบกว่านั้น ความโลภ ความพยาบาท ความหดหู่ง่วงงุน ความฟุ้งซ่านรำคาญ ความสงสัย ความไม่ยินดี และความเกียจคร้าน ก็จะครอบงำใจได้
ช่วงท้ายทรงอธิบายว่า ที่พระองค์ตรัสบอกว่าสาวกที่ล่วงลับไปแล้วเกิดที่ไหน หรือบรรลุธรรมขั้นใด ไม่ใช่เพื่อหลอกคน ไม่ใช่เพื่อลาภสักการะหรือชื่อเสียง แต่เพื่อให้กุลบุตรผู้มีศรัทธาได้ฟังแล้วน้อมใจไปสู่ความเป็นอย่างนั้นบ้าง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า กุลบุตรเหล่านี้ไม่ได้บวชเพราะพระราชาบังคับ เพราะโจร เพราะหนี้ เพราะภัย หรือเพราะหาเลี้ยงชีพไม่ได้ แต่บวชเพราะเห็นว่าตนถูกความเกิด ความแก่ ความตาย และความทุกข์ครอบงำอยู่ และหวังว่าจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
ทบทวนว่าสิ่งสำคัญที่เรากำลังทำ เราเลือกเพราะเห็นคุณค่าจริง หรือเพราะถูกสถานการณ์บีบ เหตุผลตั้งต้นที่ชัดช่วยให้ไม่ถอดใจง่าย
พระพุทธเจ้าตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่ายินดีในพรหมจรรย์อยู่หรือ เมื่อไม่มีใครตอบ พระองค์ตรัสถามพระอนุรุทธะ ท่านทูลว่ายินดีอยู่ พระองค์ทรงรับรองว่าดีแล้ว เป็นการสมควรแก่กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา
ถามตัวเองเป็นระยะว่ายังมีความสุขกับงานหรือการฝึกที่ทำอยู่ไหม ถ้าคำตอบคือไม่ ให้หาสาเหตุ แทนการฝืนเงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ
ตราบใดที่ยังไม่ได้ปีติสุขที่เกิดจากความสงัดจากกามและอกุศลธรรม หรือสุขที่สงบกว่านั้น ความโลภ ความพยาบาท ความหดหู่ง่วงงุน ความฟุ้งซ่านรำคาญ ความสงสัย ความไม่ยินดี และความเกียจคร้าน ย่อมครอบงำใจได้ เมื่อได้สุขนั้นแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ครอบงำไม่ได้
ถ้าเริ่มฝึกสมาธิหรือเลิกนิสัยเสียแล้วรู้สึกแห้งแล้ง ให้หาความสุขที่ไม่เป็นโทษมาแทน เช่น ความสงบตอนเช้า การเดินเล่น หรือการทำงานที่มีสมาธิ
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พระอนุรุทธะคิดอย่างไรที่พระองค์พิจารณาแล้วจึงใช้สิ่งบางอย่าง พิจารณาแล้วอดทนบางอย่าง พิจารณาแล้วเว้นบางอย่าง และพิจารณาแล้วบรรเทาบางอย่าง พระอนุรุทธะทูลว่า เข้าใจว่าเป็นเพราะพระองค์ละอาสวะได้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงรับรองว่าถูกต้อง
ก่อนรับ ก่อนทน ก่อนเลี่ยง หรือก่อนกำจัดอะไรออกจากชีวิต หยุดพิจารณาสักครู่ แทนการทำตามความชอบหรือไม่ชอบทันที
ที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกว่าสาวกที่ล่วงลับไปแล้วเกิดที่ไหน หรือตั้งอยู่ในธรรมขั้นใด ไม่ใช่เพื่อหลอกลวงคน ไม่ใช่เพื่อประจบคน ไม่ใช่เพื่อลาภสักการะและชื่อเสียง และไม่ใช่เพราะอยากให้คนรู้จักพระองค์อย่างนั้น
ก่อนโพสต์หรือเล่าเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูรู้มากหรือดูพิเศษ ถามตัวเองว่ากำลังเล่าเพื่อประโยชน์ของคนฟัง หรือเพื่อภาพลักษณ์ของเรา
ตรัสเพราะมีกุลบุตรผู้มีศรัทธา มีความยินดีปราโมทย์มาก เมื่อได้ฟังแล้วก็น้อมจิตไปเพื่อความเป็นอย่างนั้น เช่น ภิกษุได้ยินว่าภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพและบรรลุอรหัตผล ตนเคยเห็นหรือเคยได้ยินว่าท่านมีศีล มีธรรม มีปัญญาอย่างนั้น ๆ ก็ระลึกถึงศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญาของท่าน แล้วน้อมใจไปเพื่อความเป็นอย่างนั้น ย่อมอยู่อย่างผาสุก
เมื่อรู้ว่าคนที่เราเคารพจากไป ลองนึกถึงคุณธรรมที่เขามี แล้วเลือกหนึ่งอย่างมาทำต่อในชีวิตของเรา แทนการจมอยู่กับความเศร้าอย่างเดียว
พระสูตรกล่าวแบบเดียวกันทั้งกับภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา และกล่าวถึงผู้บรรลุธรรมหลายระดับ ตั้งแต่พระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกทาคามี จนถึงพระโสดาบัน การได้ยินเรื่องของผู้ปฏิบัติดีจึงเป็นกำลังใจแก่ทุกคน ไม่เฉพาะนักบวช
สะสมเรื่องจริงของคนธรรมดาที่ใช้ธรรมะในชีวิตได้ดี เช่น ญาติผู้ใหญ่หรือเพื่อนร่วมงาน แล้วใช้เป็นแบบอย่างที่จับต้องได้
คำถามว่า "ยังยินดีในสิ่งที่เลือกอยู่ไหม" ใช้ได้กับทุกเส้นทางที่เราเลือกด้วยใจ ทั้งอาชีพ การเรียน หรือการฝึกตน พระสูตรนี้ชี้ว่า ถ้าเส้นทางนั้นยังไม่ให้ความสุขภายในเลย ความเบื่อ ความหงุดหงิด และความลังเลจะค่อย ๆ เข้ามาแทน การหาความสุขที่ดีงามระหว่างทางจึงไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ไปต่อได้
อีกข้อที่น่าสนใจคือเหตุผลของการเล่าเรื่องคนดี พระพุทธเจ้าไม่ได้เล่าเพื่อให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือ แต่เพื่อให้ผู้ฟังได้แบบอย่าง คนที่เคยเห็นหรือเคยได้ยินว่าผู้ล่วงลับมีศีล มีปัญญาอย่างไร พอระลึกถึงก็อยากเป็นอย่างนั้นบ้าง
เวลาเราเล่าความสำเร็จของใคร หรือแชร์เรื่องราวดี ๆ ลองถามตัวเองแบบเดียวกันว่า เล่าเพื่อให้คนฟังมีกำลังใจทำดี หรือเล่าเพื่อให้ตัวเองดูดี
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ธรรม ๑๐ ข้อที่ทำให้พึ่งตนเองได้ — ครบทั้งความประพฤติ ความรู้ เพื่อน ความเพียร และปัญญา
ตอนจบของมหาวิภังค์และพระวินัยปิฎกเล่ม ๒ หลังยกอธิกรณสมถะ ๗ ขึ้นแสดง ผู้สวดถามสงฆ์สามครั้งว่าบริสุทธิ์แล้วหรือ …
ตอนจบของสามัญญผลสูตร พระเจ้าอชาตศัตรูทรงสารภาพว่าปลงพระชนม์พระบิดาเพราะเหตุแห่งความเป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าไม่ทรงล…
ผู้ที่ยังไม่บรรลุธรรม แต่เชื่อมั่นไม่หวั่นไหวว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยง เรียกว่าสัทธานุสารี ผู้ที่ทนต่อการเพ่งพิ…