วสลสูตร: ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด
วสลสุตฺตํ"บุคคลไม่ได้เป็นคนถ่อยเพราะชาติกำเนิด ไม่ได้เป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนถ่อยเพราะการกระทำ เป็นพราหมณ์เ…
ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน
สามชุดในจตุกกนิทเทส: คนที่ชมหรือติ เลื่อมใสหรือไม่เลื่อมใส โดยไม่ใคร่ครวญ คนที่ทำอย่างเดียวกันหลังใคร่ครวญแล้ว และคนสี่แบบที่ติคนควรติ ชมคนควรชม ตามจริงและถูกกาล
ในปุคคลบัญญัติ พระอภิธรรมปิฎก ตอนจตุกกนิทเทส (บุคคล ๔ จำพวก) มีสามชุดที่ต่อเนื่องกันเรื่องการชมและการติ ชุดแรกคือคนที่ไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองก่อน แล้วชมคนที่ไม่ควรชม ติคนที่ควรชม เลื่อมใสในที่ไม่ควรเลื่อมใส และไม่เลื่อมใสในที่ควรเลื่อมใส ชุดที่สองคือคนที่ใคร่ครวญไตร่ตรองแล้วจึงทำตรงกันข้าม
ตัวอย่างในตัวบทเป็นบริบทสมัยพุทธกาล คือการชมหรือติเดียรถีย์ที่ปฏิบัติผิด กับพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่ปฏิบัติชอบ หลักที่ได้คือความเห็นต่อคนและต่อแนวทางใด ๆ ควรตั้งอยู่บนการตรวจสอบ ไม่ใช่ความรู้สึกหรือกระแส
ชุดที่สามคือคนสี่แบบที่ติคนควรติและชมคนควรชม "ตามจริง ตามแท้ ตามกาล" แบบหนึ่งติอย่างเดียว แบบหนึ่งชมอย่างเดียว แบบหนึ่งทำทั้งสองอย่างและรู้กาล อีกแบบหนึ่งไม่ทำทั้งสองอย่าง วางเฉย มีสติสัมปชัญญะ
ปุคคลบัญญัติเป็นคัมภีร์ที่สี่ของพระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยการบัญญัติประเภทบุคคล สองชุดแรกตรงกับขตสูตร ภัณฑคามวรรค จตุกกนิบาต ชุดที่สามมีในโปตลิยสูตร อสุรวรรค จตุกกนิบาต ในพระสูตรนั้นปริพาชกโปตลิยะเห็นว่าคนที่วางเฉยดีที่สุด แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนที่ติและชมตามจริงตามกาลดีกว่า เพราะความรู้กาลในเรื่องนั้น ๆ เป็นสิ่งที่งาม
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรอง แล้วพูดชมผู้ที่ปฏิบัติผิดว่าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หรือพูดติผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบว่าปฏิบัติชั่วปฏิบัติผิด
ก่อนกดแชร์โพสต์ที่ชมหรือด่าใคร ถามตัวเองว่า อ่านต้นเรื่องครบหรือยัง และรู้ข้อเท็จจริงจากแหล่งไหน
บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรอง แล้วเกิดความเลื่อมใสในข้อปฏิบัติที่ผิดว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ดี หรือเกิดความไม่เลื่อมใสในข้อปฏิบัติที่ดีว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ผิด
เมื่อเจอคอร์ส วิธีรวยเร็ว หรือแนวทางปฏิบัติที่คนพูดถึงกันมาก ให้ตรวจผลที่เกิดกับคนที่ทำจริงก่อนจะศรัทธาหรือปฏิเสธ
บุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว จึงติผู้ที่ปฏิบัติผิด ชมผู้ที่ปฏิบัติชอบ ไม่เลื่อมใสในข้อปฏิบัติที่ผิด และเลื่อมใสในข้อปฏิบัติที่ดี
ฝึกพูดความเห็นพร้อมเหตุผลที่ตรวจสอบได้ เช่น "ชอบงานนี้เพราะแก้ปัญหา ก. ได้จริง" แทนการพูดแค่ "ดีมาก" หรือ "แย่มาก"
เมื่อคนหนึ่งมีทั้งส่วนที่ควรชมและส่วนที่ควรติ บุคคลบางคนพูดส่วนที่ควรติตามจริงตามกาล แต่ไม่พูดส่วนที่ควรชม อีกบางคนพูดส่วนที่ควรชมตามจริงตามกาล แต่ไม่พูดส่วนที่ควรติ
สังเกตว่าเราถนัดฝั่งไหน ถ้าชอบติ ลองหาข้อดีที่เป็นจริงหนึ่งข้อก่อนพูด ถ้าชอบชม ลองหาจุดที่ควรปรับหนึ่งข้อแล้วพูดอย่างสุภาพ
บุคคลบางคนพูดส่วนที่ควรติตามจริงตามกาล และพูดส่วนที่ควรชมตามจริงตามกาลด้วย เป็นผู้รู้กาลที่จะตอบปัญหานั้น ในโปตลิยสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าบุคคลนี้งามกว่าและประณีตกว่าในบุคคลสี่จำพวก เพราะความรู้กาลในเรื่องนั้น ๆ เป็นสิ่งที่งาม
ในการประเมินงานของทีม ให้คำชมที่เจาะจงต่อหน้าคนอื่นได้ แต่คำติให้เลือกพูดเป็นส่วนตัวในเวลาที่เขาพร้อมฟัง
บุคคลบางคนไม่พูดส่วนที่ควรติ และไม่พูดส่วนที่ควรชม แม้จะจริงและถูกกาล เป็นผู้วางเฉย มีสติ มีสัมปชัญญะ ในโปตลิยสูตร ปริพาชกโปตลิยะเห็นว่าบุคคลนี้ดีที่สุด แต่พระพุทธเจ้าทรงยกบุคคลที่ติและชมถูกกาลว่าดีกว่า
ก่อนเลือกเงียบ ถามตัวเองว่าเงียบเพราะเห็นว่าพูดไปไม่มีประโยชน์จริง หรือเงียบเพราะกลัวคนไม่ชอบ
โลกออนไลน์ทำให้การชมและการติเร็วกว่าที่เคย คนจำนวนมากกดแชร์คำชมหรือคำด่าก่อนจะอ่านเนื้อหาจริง หลักใคร่ครวญก่อนติชมจึงเป็นเครื่องกรองที่ใช้ได้ทุกวัน
ชุดสุดท้ายมีประโยชน์กับหัวหน้า พ่อแม่ และครู คนที่ติอย่างเดียวทำให้คนรอบตัวท้อ คนที่ชมอย่างเดียวทำให้ไม่มีใครรู้ว่าต้องแก้อะไร ส่วนคนที่ชมเมื่อควรชม ติเมื่อควรติ และเลือกเวลาได้ถูก ช่วยให้คนอื่นเติบโต
การวางเฉยอย่างมีสติไม่ใช่เรื่องผิด บางสถานการณ์การไม่พูดคือทางที่ดีที่สุด แต่ถ้าเงียบเพราะกลัวความขัดแย้งทุกครั้ง ก็อาจพลาดโอกาสช่วยใครบางคน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
"บุคคลไม่ได้เป็นคนถ่อยเพราะชาติกำเนิด ไม่ได้เป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิด แต่เป็นคนถ่อยเพราะการกระทำ เป็นพราหมณ์เ…
ปริพาชกอุคคาหมานะว่าผู้ไม่ทำชั่วทางกาย วาจา ใจ และอาชีพ คือสมณะผู้สมบูรณ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าถ้าเช่นนั้นเด็กอ่อ…
ความคิดไม่ดีเกิดขึ้นได้ทั้งตอนเดิน ยืน นั่ง นอน ถ้ารับไว้ก็ชื่อว่าเกียจคร้าน ถ้าไม่รับไว้ ละเสีย ก็ชื่อว่ามีคว…
กระจกส่องใจ ๑๖ บานจากอนุมานสูตร — นิสัยที่ทำให้ไม่มีใครอยากเตือนเรา และวิธีตรวจตัวเองโดยเทียบจากคนอื่น