ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มมร. · พระสุตตันตปิฎก · เล่มที่ ๗๒ · ๖๙๙ หน้า
สรุปโดย AI จากเนื้อหาทั้งเล่ม (๑๙๑ หัวข้อ) — คลิกเพื่อไปยังหน้าเริ่มต้นของหัวข้อนั้น
- หน้า ๑–๕ ภัททาลิเถราปทาน (ผลแห่งการมุงมณฑปด้วยดอกรัง) พระภัททาลิเถระเล่าอดีตชาติว่าเป็นคนหาบของป่า ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามสุเมธะประทับเข้าฌานอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงกวาดอาศรมและเก็บดอกรังมามุงเป็นมณฑปถวายร่มเงาแด่พระองค์ตลอด ๗ วัน ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนั้นทำให้ท่องเที่ยวเสวยสุขในเทวโลกและมนุษยโลกนับไม่ถ้วน จนมาเกิดในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ออกบวชและบรรลุอรหัตตผล สิ้นอาสวะโดยสมบูรณ์
- หน้า ๖–๑๒ เอกฉัตติยเถราปทาน (ผลแห่งการกางเศวตฉัตรถวายพระพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าในอดีตชาติเป็นฤๅษีมีศิษย์มาก อาศรมงดงามด้วยธรรมชาติ เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามอัตถทัสสีเสด็จอุบัติ ท่านพร้อมศิษย์ได้ไปเข้าเฝ้าและถือเศวตฉัตรกางถวายแด่พระองค์ด้วยมือทั้งสอง ผลบุญนั้นทำให้เสวยสมบัติทิพย์และเป็นพระเจ้าจักรพรรดินับพันครั้ง มีร่มกั้นเหนือศีรษะตลอดมาจนชาติสุดท้ายที่ได้บวชและบรรลุอรหัตตผลในศาสนาพระโคดม
- หน้า ๑๓–๑๖ ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกมะลิซ้อนบูชาพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าออกบวชเป็นฤๅษีอยู่ริมแม่น้ำคงคา วันหนึ่งได้ยินเสียงมฤคราชคำรามจึงตามไปดูและพบพระพุทธเจ้าพระนามติสสะ เกิดปีติเอาดอกกากะทิงและดอกมะลิซ้อนบูชา กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ ผลบุญทำให้เสวยสุขในเทวโลกและเป็นจักรพรรดิหลายครั้ง ไม่เคยขาดปัจจัยสี่ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาสรุปท้ายวรรคภัททาลิที่ ๔๒ ซึ่งเป็นเพียงคำอธิบายสั้นว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๑๖–๑๘ มธุมังสทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายเนื้อแช่น้ำผึ้งแก่สงฆ์) พระเถระเล่าว่าในอดีตชาติเป็นคนฆ่าหมูขายเลี้ยงชีพในนครพันธุมดี วันหนึ่งเลือกเนื้อดีมาแช่น้ำผึ้งใส่บาตรถวายพระสงฆ์เถระจนเต็ม ด้วยหวังผลบุญ แม้เป็นผู้ทำมาหากินด้วยการฆ่าสัตว์ แต่ทานที่ให้ด้วยใจเลื่อมใสนี้ส่งผลให้ได้ไปเกิดในดาวดึงส์ กินดื่มมีความสุขไพบูลย์ และในชาติสุดท้ายได้บวชบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๑๘–๑๙ นาคปัลลวกเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาด้วยกิ่งไม้กากะทิง) พระเถระเล่าว่าอาศัยอยู่ในสวนหลวงเมืองพันธุมดี ใกล้ที่ประทับของพระพุทธเจ้า ได้นำกิ่งไม้กากะทิงไปปักบูชาไว้เบื้องพระพักตร์ด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ไม่เคยไปเกิดในทุคติเลยตลอดหลายกัป จนมาบวชและบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๙–๒๑ เอกทีปิยเถราปทาน (ผลแห่งการตามประทีปบูชาพระบรมศพ) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะปรินิพพาน มหาชนช่วยกันบูชาเชิงตะกอน ท่านได้จุดประทีปดวงหนึ่งไว้ใกล้เชิงตะกอนจนสว่างไสวตลอดคืน ผลบุญทำให้ได้วิมานมีแสงสว่างเจิดจ้าในดาวดึงส์ มีตาทิพย์มองทะลุกำแพงภูเขาได้ เกิดเป็นเทวดาและจักรพรรดิหลายครั้ง จนชาติสุดท้ายเกิดมามีดวงตาไม่บอดตั้งแต่ในครรภ์ บวชเมื่ออายุ ๗ ขวบและบรรลุอรหัตตผลอย่างรวดเร็ว
- หน้า ๒๑–๒๒ อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกไม้เต็มพก) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นช่างดอกไม้ในนครพันธุมดี วันหนึ่งเห็นพระพุทธเจ้าพระนามวิปัสสีเสด็จออกพร้อมภิกษุสงฆ์ จึงหยิบดอกไม้ที่ห่อพกไว้ออกมาบูชา ด้วยผลบุญนั้นไม่เคยตกไปสู่ทุคติเลย จนได้บวชบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๒๒–๒๔ ยาคุทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายข้าวยาคูแก่สงฆ์) พระเถระเล่าว่าครั้งหนึ่งพาแขกมาบ้านแล้วแวะเข้าสังฆารามที่มีภิกษุอยู่ป่าปฏิบัติดี เกิดปีติจึงต้มข้าวยาคูถวายด้วยมือตนเอง ผลบุญทำให้ได้เกิดเป็นเทพและจักรพรรดิหลายครั้ง ไม่เคยประสบความโศกเศร้าหรือเจ็บป่วย จนออกบวชและบรรลุอรหัตตผลก่อนบวชเสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ ท่านยังอธิบายอานิสงส์ ๕ ประการของการถวายข้าวยาคูแก่สงฆ์ไว้ด้วย
- หน้า ๒๕–๒๖ ปัตโถทนทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายข้าวสาลีหนึ่งแล่ง) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นคนทำงานในป่า มีเพียงข้าวสุกแล่งเดียวติดตัว เมื่อพบพระสยัมภูพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาต จึงถวายข้าวนั้นทั้งหมดด้วยศรัทธาแม้ตนเองยังต้องทำงาน ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ได้เสวยสมบัติเทวดาและจักรพรรดิมากมาย ไม่เคยขัดสนทรัพย์เลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๒๗–๒๙ มัญจทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายเก้าอี้ยาว/เตียงแก่สงฆ์) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นคนจัณฑาลทำเก้าอี้และตั่งเลี้ยงชีพ หลังพระพุทธเจ้าสิทธัตถะปรินิพพาน ได้ทำเก้าอี้ยาวอย่างดีด้วยมือตนเองถวายแก่พระสงฆ์ ผลบุญทำให้ได้ที่นอนหรูหราปรากฏขึ้นเองทุกครั้งที่ต้องการทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก จนถึงชาติสุดท้ายที่บวชบรรลุอรหัตตผล (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายภัททาลิวรรคที่ ๔๒ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย มิใช่เรื่องใหม่)
- หน้า ๓๐–๓๑ สกิงสัมมัชชกเถราปทาน (ผลแห่งการกวาดลานพระศรีมหาโพธิ์) พระเถระเล่าว่าเห็นต้นแคฝอยอันเป็นไม้โพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระนามวิปัสสี เกิดความเลื่อมใสจึงกวาดลานโพธิ์และกราบไหว้ ต่อมาถูกงูเหลือมรัดตายขณะเดินคิดถึงต้นโพธิ์ แต่ด้วยจิตผ่องใสในบุญกรรมนั้นทำให้ไปเกิดในเทวโลก ไม่มีโรคภัยหรือความเศร้าหมองในใจอีกเลย จิตเป็นสมาธิง่าย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๓๒–๓๔ เอกทุสสทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวบูชาพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายยากจนในนครหังสวดี เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จอุบัติ คิดว่าตนไม่มีสิ่งใดถวายนอกจากผ้าสาฎกผืนเดียวที่นุ่งอยู่ จึงถอดถวายด้วยศรัทธาพร้อมขอให้พระองค์ทรงช่วยให้พ้นทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าจะไม่ตกวินิบาตตลอดแสนกัป ผลบุญทำให้ได้ผ้าสวยงามและโภคทรัพย์ไม่ขาดตลอดชาติจนบวชบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๓๔–๓๗ เอกาสนทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายอาสนะแด่พุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าเป็นฤๅษีชื่อนารทะอยู่ที่ภูเขากสิกะ เมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จมาทางอากาศ จึงจัดเตียงไม้ปูหนังสัตว์ถวายเป็นอาสนะ กราบทูลขอให้พระองค์ทรงรักษาความเดือดร้อนในใจตน พระพุทธเจ้าทรงรับและประทานพร ผลบุญทำให้มีบัลลังก์ปรากฏขึ้นเองทุกที่ที่ต้องการนั่งตลอดหลายภพชาติ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๓๘ สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกกระทุ่ม ๗ ดอก) พระเถระเล่าว่าใกล้ที่อยู่มีพระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ องค์อาศัยอยู่ที่ภูเขาทัมพะ ท่านเก็บดอกกระทุ่ม ๗ ดอกเรี่ยรายบูชาด้วยจิตเปี่ยมศรัทธา ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ได้ไปเกิดในดาวดึงส์และไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๓๙–๔๐ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกหงอนไก่บูชารอยพระบาท) พระเถระเล่าว่าเดิมครอบครัวเลี้ยงชีพด้วยการฆ่าสัตว์ ไม่เคยทำบุญ ครั้งหนึ่งเห็นรอยพระบาทที่พระพุทธเจ้าพระนามติสสะทรงประทับไว้ เกิดความเลื่อมใสจึงเด็ดดอกหงอนไก่มาบูชารอยพระบาทนั้น ผลบุญทำให้มีผิวกายงดงามดุจดอกหงอนไก่มีรัศมีซ่านออกจากตัว ไม่เคยตกทุคติ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๔๐–๔๑ ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายเปรียง/เนยข้นแด่พุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าประชวรด้วยโรคลมขณะเสด็จเข้าป่า จึงนำขี้ตะกอนเปรียง (หัวเนยใส) เข้าไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้เกิดเป็นเทวดาและจักรพรรดิหลายครั้ง มีน้ำผึ้งน้ำตาลและต้นกัลปพฤกษ์เกิดขึ้นตามความปรารถนา จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๔๑–๔๔ เอกธัมมสวนิยเถราปทาน (ผลแห่งการฟังธรรมครั้งเดียว) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นชฎิลมีฤทธิ์เหาะได้ แต่วันหนึ่งเหาะข้ามพระพุทธเจ้าปทุมุตตระไม่ได้ จึงลงมาฟังธรรมและเรียนรู้อนิจจลักษณะเพียงครั้งเดียวก่อนกลับไปบำเพ็ญตบะจนตาย ความทรงจำเรื่องอนิจจังนั้นติดตามท่านข้ามภพชาติ จนชาติสุดท้ายได้ฟังธรรมกถาเรื่องความไม่เที่ยงอีกครั้งจากภิกษุ ก็ระลึกได้ทันทีและบรรลุอรหัตตผลตั้งแต่อายุเพียง ๗ ขวบ
- หน้า ๔๔–๔๘ สุจินติตเถราปทาน (ผลแห่งการถวายข้าวใหม่แด่สงฆ์ก่อนบริโภคเอง) พระเถระเล่าว่าเป็นชาวนาในนครหังสวดี เมื่อข้าวในนาสุกงอม คิดว่าไม่สมควรบริโภคเองก่อนถวายพระพุทธเจ้าปทุมุตตระและสงฆ์ จึงนำข้าวเปลือกใหม่ไปถวาย พระพุทธเจ้าทรงแนะให้ถวายแก่สงฆ์จึงจะได้ผลมาก ท่านจึงนิมนต์ภิกษุสงฆ์ไปเรือนถวายทุกสิ่ง ผลบุญทำให้ได้วิมานทองใหญ่โต เสวยราชสมบัติเทวโลกและเป็นจักรพรรดินับพันครั้ง ได้อานิสงส์ ๘ ประการ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๔๘–๕๐ โสณณกิงกณิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกกะดึงทองบูชาพระสถูป) พระเถระเล่าว่าออกบวชเป็นฤๅษี ครั้งหนึ่งป่วยหนักใกล้ตาย ระลึกถึงพระพุทธเจ้าพระนามอัตถทัสสี จึงสร้างสถูปทรายและเรี่ยรายดอกกะดึงทองบูชาด้วยใจเลื่อมใสประหนึ่งบูชาต่อหน้าพระพักตร์ ผลบุญทำให้เสวยสมบัติทิพย์ยิ่งใหญ่ มีเทพนารีและช้างม้าบริวารมากมาย เป็นจักรพรรดิหลายครั้ง จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๐–๕๒ โสวัณณโกนตริกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายกระโหลกน้ำเต้าตักน้ำ) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จดำเนิน จึงตักน้ำด้วยกระโหลกน้ำเต้าไปล้างพระบาทและถวายกระโหลกน้ำเต้าไว้ใกล้พระองค์ด้วยความเคารพ ผลบุญทำให้มีถ้วยทองปรากฏต่อหน้าทุกเมื่อ เสวยสมบัติเทวโลกและเป็นจักรพรรดิ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายสกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๕๓–๕๔ เอกวิหาริยเถราปทาน (ผลแห่งการอยู่ป่าแต่ผู้เดียว) พระเถระเล่าว่าในภัทรกัปนี้ ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าพระนามกัสสปะผู้ทรงมีพระคุณยิ่งใหญ่ เกิดศรัทธาจึงออกบวช และเลือกอยู่ป่าแต่ผู้เดียวเพื่อปลีกวิเวกจากความเกี่ยวข้องทั้งปวง การหลีกออกทางกายนั้นเป็นเหตุให้จิตหลีกออกจากกิเลสได้ด้วย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๕–๕๖ เอกสังขิยเถราปทาน (ผลแห่งการเป่าสังข์บูชาไม้มหาโพธิ์) พระเถระเล่าว่าในงานสมโภชไม้มหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าวิปัสสี มหาชนพากันมาบูชา ท่านเป่าสังข์บำรุงต้นโพธิ์ตลอดวันด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เกิดเป็นเทวดามีนักดนตรีบำรุง และเป็นพระราชานามสุทัสสนะครองชมพูทวีป จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๖–๕๗ ปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน (ผลแห่งความเลื่อมใสในปาฏิหาริย์) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จเข้าพระนคร ด้วยพุทธานุภาพพิณที่ไม่มีใครดีดกลับบรรเลงเพลงได้เอง ท่านเห็นปาฏิหาริย์นี้แล้วเกิดจิตเลื่อมใสอย่างยิ่งในพระพุทธ พระธรรม และพระศาสดา ผลแห่งความเลื่อมใสนั้นทำให้ไม่เคยตกทุคติ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๘–๕๙ ญาณัตถวิกเถราปทาน (ผลแห่งการสดุดีพระพุทธญาณ) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้ารุ่งเรืองดุจไฟลุกโพลง จึงวางเครื่องใช้ของนักบวชลงแล้วกล่าวสดุดีพระพุทธญาณว่าทรงขจัดความมืดคือโมหะและทรงพระนามสัพพัญญูโดยชอบ ผลแห่งการสรรเสริญพระญาณนั้นทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๙ อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายท่อนอ้อย) พระเถระเล่าว่าเคยเป็นคนเฝ้าประตูเมืองพันธุมดี เห็นพระพุทธเจ้าวิปัสสีจึงถือท่อนอ้อยมาถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๐ กลัมพทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายมันอ้อน/เผือกมัน) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระพุทธเจ้าพระนามโรมสะประทับอยู่ที่ซอกเขา ท่านได้ถวายมันอ้อนแด่พระองค์ด้วยมือทั้งสองด้วยความเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๐–๖๑ อัมพาฏกทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลมะกอก) พระเถระเล่าว่าเห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าในป่าใหญ่ จึงนำผลมะกอกไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๑–๖๒ หรีตกิทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลสมอเป็นเภสัช) พระเถระเล่าว่ากำลังนำผลไม้หลายชนิดมา พบพระพุทธเจ้าพระสยัมภูทรงประชวรอยู่ที่เงื้อมเขา จึงเอาผลสมอทำเป็นเภสัชถวาย พยาธิหายทันที พระพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาว่าจะไม่มีความเจ็บป่วยอีก ผลบุญทำให้ท่านไม่เคยเจ็บป่วยจนถึงชาติสุดท้ายที่บวชบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๖๓ อัมพปิณฑิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายมะม่วง) พระเถระเล่าว่าครั้งหนึ่งเกิดเป็นพญาช้างงางามในป่าใหญ่ เห็นพระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะจึงคาบชิ้นมะม่วงมาถวาย พระองค์ทรงรับ ท่านเกิดปีติเลื่อมใสจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตและเป็นจักรพรรดิ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๔–๖๕ ชัมพูผลิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลหว้า) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จบิณฑบาต จึงถือผลหว้าอย่างดีไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ละความแพ้ชนะทั้งปวง ถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ไม่เคยตกทุคติ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายเอกวิหาริวรรคที่ ๔๔ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๖๖–๖๗ วิเภทกพีชิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายเมล็ดในผลสมอพิเภก) พระเถระเล่าว่าถือเมล็ดพืชเถาเที่ยวอยู่ พบพระพุทธเจ้าพระนามกกุสันธะทรงเข้าฌานในป่า จึงถวายเมล็ดในผลสมอพิเภกที่ปรุงกับน้ำผึ้งน้ำตาลด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบวชและบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๗–๖๘ โกลทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายพุทรา) พระเถระเล่าว่านุ่งหนังเสือบำเพ็ญตบะอยู่ใกล้ต้นพุทรา เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามสิขีเสด็จมายังอาศรม จึงกอบพุทราถวายด้วยมือทั้งสอง ผลบุญทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๘–๖๙ เวลุวผลิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลมะตูม) พระเถระเล่าว่าสร้างอาศรมใกล้ต้นมะตูมริมแม่น้ำจันทภาคา เห็นผลมะตูมสุกหอมจึงระลึกถึงพระพุทธเจ้า เอาผลมะตูมใส่หาบไปถวายพระพุทธเจ้าพระนามกกุสันธะด้วยใจผ่องใส ผลบุญทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๖๙–๗๐ ภัลลาตกทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลรกฟ้า) พระเถระเล่าว่าปูลาดเครื่องหญ้าอาราธนาพระพุทธเจ้าพระนามอัตถทัสสีให้เสด็จแวะอาศรม แล้วถวายผลรกฟ้าเป็นภิกษาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๑ อุมมาปุปผิยเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาด้วยดอกผักตบ) พระเถระเล่าว่าเมื่อต้นไทรอันเป็นไม้โพธิพฤกษ์งอกงามเขียวขจี ท่านนำดอกผักตบมาบูชาต้นโพธิ์นั้นด้วยศรัทธา ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๑–๗๒ อัมพาฏกิยเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาด้วยดอกมะกอก) พระเถระเล่าว่าเห็นพระมุนีพระนามเวสสภูประทับอยู่ที่ซอกเขาในป่ารัง จึงเก็บดอกมะกอกบูชาพระองค์ด้วยมือทั้งสองด้วยจิตผ่องใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๒–๗๓ สีหาสนิกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายอาสนะทอง) พระเถระเล่าว่าถวายอาสนะทองแด่พระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญทำให้ได้วิมานไพบูลย์และบัลลังก์ทองเงินแก้วมณีเกิดขึ้นตามปรารถนาในทุกภพ ได้เกิดในสกุลสูงเสมอ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๓–๗๔ ปาทปีฐิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายตั่งรองเท้า) พระเถระเล่าว่าหลังพระพุทธเจ้าพระนามสุเมธะเสด็จนิพพาน ท่านใช้ให้คนทำตั่งรองเท้าไว้ใกล้อาสนะทองของพระองค์ด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้มีตั่งทองเกิดขึ้นให้เหยียบทุกครั้งที่ก้าวเดินทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๕ เวทิยการกเถราปทาน (ผลแห่งการสร้างรั้วล้อมโพธิพฤกษ์) พระเถระเล่าว่าสร้างไพรที (รั้วหรือกำแพงล้อม) ไว้ที่โพธิพฤกษ์ของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระอย่างสวยงามด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้มีเครื่องใช้สอยตกลงมาจากอากาศ ไม่หวาดกลัวในสงคราม มีวิมานและที่นอนอันล้ำค่าปรากฏตามปรารถนา จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๖–๗๗ โพธิฆรการกเถราปทาน (ผลแห่งการสร้างเรือนคลุมต้นโพธิ์) พระเถระเล่าว่าใช้ให้คนสร้างเรือนไม้โพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้ได้เกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตอยู่ในเรือนแก้ว และเป็นจักรพรรดิมีนครและปราสาททองอันวิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ จนบรรลุนิพพานในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายวิเภทกิวรรคที่ ๔๕ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๗๘ ชคติทายกเถราปทาน (ผลแห่งการพรวนดินโคนต้นโพธิ์) พระเถระเล่าว่าใช้ให้คนพรวนดินที่ไม้โพธิพฤกษ์ของพระมหามุนีพระนามธัมมทัสสีด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้เมื่อพลาดตกจากที่สูงกลับได้ที่พึ่งเสมอ โจรและกษัตริย์ไม่ดูหมิ่นเบียดเบียน ได้รับการบูชาทุกแห่ง จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๗๙ โมรหัตถิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายกำหางนกยูง) พระเถระเล่าว่าถือกำหางนกยูงเข้าไปเฝ้าพระโลกนายกและถวายด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญทำให้ไฟกิเลสสามกองของท่านดับสนิท ได้ความสุขไพบูลย์ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๐ สีหาสนพีชิยเถราปทาน (ผลแห่งการพัดพุทธอาสน์) พระเถระเล่าว่าไหว้โพธิพฤกษ์ของพระพุทธเจ้าพระนามติสสะแล้วถือพัดวีชนีพัดถวายอาสนะทองของพระองค์ด้วยศรัทธา ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๐–๘๑ ติณุกกธาริยเถราปทาน (ผลแห่งการชูคบเพลิงบูชาโพธิพฤกษ์) พระเถระเล่าว่าชูคบเพลิง ๓ ดวงบูชาไม้โพธิพฤกษ์ของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๑ อักกมนทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายการนวดเหยียบเท้า) พระเถระเล่าว่าถวายการเหยียบนวดแด่พระพุทธเจ้าพระนามกกุสันธะขณะเสด็จดำเนินไปที่พักกลางวัน ผลบุญเล็กน้อยนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๒ วนโกรัณฑิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกหางช้างป่า) พระเถระเล่าว่าเก็บดอกหางช้างป่ามาบูชาพระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๒–๘๔ เอกฉัตติยเถราปทาน ที่ ๗ (ผลแห่งการถวายร่มขาวกันแดด) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จจงกรมกลางแจ้งบนพื้นดินที่ร้อนดุจถ่านเพลิง จึงถวายร่มขาวที่กั้นมาเพื่อป้องกันลมแดดแด่พระองค์ พระพุทธเจ้าทรงรับ ผลบุญทำให้เสวยสมบัติเทวโลกและเป็นจักรพรรดิ มีผู้กั้นเศวตฉัตรให้ตลอดชาติสุดท้าย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๔–๘๕ ชาติปุปผิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกไม้บูชาพระสรีระ) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระปรินิพพาน ท่านเอาผอบดอกไม้ไปบูชาพระสรีระด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญทำให้มีฝนดอกไม้ตกลงมาให้เสมอทั้งในเทวโลกและเมื่อเกิดเป็นพระราชา จนถึงชาติสุดท้ายที่บรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๘๕ สัตติปัณณิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกสัตตบรรณบูชาพระสรีระ) พระเถระเล่าว่าขณะมหาชนช่วยกันนำพระสรีระพระพุทธเจ้าไปพร้อมเสียงกลอง ท่านเอาดอกสัตตบรรณบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๖–๘๗ คันธปูชกเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาจิตกาธารด้วยของหอม) พระเถระเล่าว่าขณะมหาชนช่วยกันทำจิตกาธารและนำของหอมมาบูชา ท่านเอาของหอมกำมือหนึ่งบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายชคติวรรคที่ ๔๖ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๘๘ สาลกุสุมิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกสาละบูชาพระสรีระ) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระพุทธเจ้าปทุมุตตระปรินิพพานและมหาชนยกพระสรีระขึ้นจิตกาธาร ท่านเอาดอกสาละบูชาด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๘–๘๙ จิตกปูชกเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาจิตกาธารด้วยดอกจำปา) พระเถระเล่าว่าเมื่อเทวดาและมนุษย์ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าพระนามสิขี ท่านเอาดอกจำปาบูชาจิตกาธารด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๘๙ จิตกนิพพาปกเถราปทาน (ผลแห่งการดับจิตกาธารด้วยน้ำหอม) พระเถระเล่าว่าเมื่อเทวดาและมนุษย์ถวายพระเพลิงพระสรีระพระพุทธเจ้าพระนามเวสสภู ท่านเอาน้ำหอมดับจิตกาธารด้วยศรัทธา ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๐ เสตุทายกเถราปทาน (ผลแห่งการสร้างสะพาน) พระเถระเล่าว่าใช้ให้คนสร้างสะพานในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าพระนามวิปัสสีขณะเสด็จจงกรมด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๐–๙๑ สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายพัดใบตาลประดับดอกมะลิ) พระเถระเล่าว่าถวายพัดใบตาลที่คลุมด้วยดอกมะลิแด่พระพุทธเจ้าพระนามสิทธัตถะด้วยศรัทธา ผลบุญทำให้ได้ทรงยศใหญ่และไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๑ อวฏผลิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลไม้แด่พระสยัมภูพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าถือผลไม้อยู่แล้วเห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าพระนามสตรังสีเสด็จออกบิณฑบาต จึงเข้าไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๒ ลพุชผลทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายขนุนสำมะลอ) พระเถระเล่าว่าเป็นคนเฝ้าสวนในนครพันธุมดี เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเหาะในอากาศ จึงถวายผลขนุนสำมะลอ พระองค์ทรงรับประเคนกลางอากาศ ผลบุญทำให้เกิดปีติไพบูลย์และมีรัตนะเกิดขึ้นทุกที่ที่ไปเกิด จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๓ มิลักขุผลทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลไม้มิลักขุ) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าพระนามอัตถทัสสีจึงถวายผลไม้มิลักขุด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๓–๙๕ สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน (ผลแห่งการสดุดีพระพุทธเจ้าด้วยปฏิภาณ) พระเถระเล่าว่าได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้งามเลิศดำเนินไปตามถนน จึงกล่าวสดุดีด้วยปฏิภาณของตนเป็นบทซ้ำถามว่า 'ใครเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส' บรรยายพระพุทธคุณหลายแง่มุมทั้งพระรัศมี พระสุรเสียง และการแสดงธรรม ผลแห่งการสดุดีนั้นทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๙๕–๙๘ นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน (ผลแห่งการพยากรณ์นิมิตแผ่นดินไหว) พระเถระเล่าว่าเป็นผู้บอกมนต์แก่ศิษย์ ๕,๔๐๐ คนในป่าหิมวันต์ เมื่อเทพบุตรจุติลงสู่ครรภ์มารดาเพื่ออุบัติเป็นพระพุทธเจ้า แผ่นดินไหวหวั่นไหวทั่ว มหาชนตกใจมาถามท่าน ท่านจึงพยากรณ์ปลอบใจว่าเป็นนิมิตแห่งเหตุอันเป็นสุข พระพุทธเจ้าจะเสด็จอุบัติแน่นอน แล้วสอนเบญจศีลแก่ประชาชน ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายสาลปุปผิวรรคที่ ๔๗)
- หน้า ๙๙–๑๐๐ นฬมาลิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายพวงดอกอ้อ) พระเถระเล่าว่าเห็นพระสัมพุทธเจ้าเสด็จไปทางชายป่าใหญ่ จึงหยิบพวงดอกอ้อไปบูชาด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๐–๑๐๒ มณิปูชกเถราปทาน (ผลแห่งการบูชาด้วยแก้วมณี) พระเถระเล่าว่าอาศัยอยู่ในสระใกล้ป่าหิมวันต์ เห็นพระพุทธเจ้าปทุมุตตระเสด็จทางอากาศ จึงถวายบังคมแล้วหยิบแก้วมณีประดับศีรษะของตนบูชาพระองค์ พระพุทธเจ้าทรงประทานพรให้สำเร็จผล ผลบุญทำให้เสวยสมบัติเทวโลก มีนางเทพอัปสรและแสงสว่างติดตัวทุกเมื่อ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาต้นวรรคนฬมาลิยวรรคที่ ๔๘ ซึ่งสรุปว่าอปทานที่ ๑-๒ เนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๑๐๓–๑๐๕ อุกกาสติกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายคบเพลิงและภิกษาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าอันหมู่นารีแวดล้อมเข้าป่าหิมวันต์ พบพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามโกสิกะ จึงถือคบเพลิงร้อยดวงแวดล้อมบูชาตลอด ๗ วัน ๗ คืน แล้วถวายภิกษาเมื่อพระองค์เสด็จออกจากสมาบัติ ผลบุญทำให้เกิดในดุสิต มีแสงสว่างประจำตัว และเป็นจักรพรรดิมีนครทองอันวิสสุกรรมเนรมิตให้ จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๕–๑๐๖ สุมนวีชนิยเถราปทาน (ผลแห่งการพัดไม้โพธิ์) พระเถระเล่าว่าถือพัดวีชนีพัดถวายไม้โพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระนามวิปัสสีด้วยใจโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๖–๑๐๗ กุมมาสทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายขนมกุมมาสจนเต็มบาตร) พระเถระเล่าว่าเห็นบาตรว่างเปล่าของพระพุทธเจ้าพระนามวิปัสสีขณะเสด็จบิณฑบาต จึงใส่ขนมกุมมาสจนเต็มบาตรถวายด้วยศรัทธา ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๗–๑๐๘ กุสัฏฐกทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายสลากภัต ๘ ที่) พระเถระเล่าว่าถวายสลากภัต ๘ ที่แด่พระพุทธเจ้าพระนามกัสสปะด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๘–๑๐๙ คิริปุนนาคิยเถราปทาน (ผลแห่งการถวายดอกบุนนาคบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามโสภิตะประทับที่ภูเขาจิตตกูฏ ท่านถือดอกบุนนาคเข้าไปบูชาพระองค์ด้วยศรัทธา ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๐๙–๑๑๐ วัลลิการผลทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถวายผลไม้วัลลิการะ) พระเถระเล่าว่าเมื่อพระสยัมภูพุทธเจ้าพระนามสุมนะประทับในนครตักกรา ท่านถวายผลไม้วัลลิการะด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๑๑๐–๑๑๓ ปานธิทายกเถราปทาน (ผลแห่งการถอดรองเท้าถวายพุทธเจ้า) พระเถระเล่าว่าเห็นพระพุทธเจ้าพระนามอโนมทัสสีเสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า ท่านถอดรองเท้าของตนถวายพร้อมกราบทูลขอผลบุญ พระพุทธเจ้าทรงสวมและพยากรณ์ว่าจะได้เสวยสมบัติเทวโลกมากมาย เป็นจักรพรรดิ และจะได้เกิดในศาสนาพระโคดมบรรลุอรหัตตผล ซึ่งท่านก็บวชและได้บรรลุอรหัตตผลตั้งแต่ขณะปลงผมสมจริง
- หน้า ๑๑๓–๑๑๕ ปุฬินจังกมิยเถราปทาน (ผลแห่งการโรยทรายที่ทางจงกรม) พระเถระเล่าว่าเดิมเป็นพรานเนื้อ ได้พบที่จงกรมของพระสุคตเจ้า จึงกอบทรายใส่พกมาโรยลงในที่จงกรมด้วยจิตเลื่อมใสโสมนัส ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (รวมอรรถกถาและบัญชีรายชื่อ ๑๐ อปทานท้ายนฬมาลิยวรรคที่ ๔๘ ซึ่งสรุปว่าเนื้อความเข้าใจง่าย)
- หน้า ๑๑๕–๑๑๖ ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน (ผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร) พระเถระเล่าว่าเป็นนายพรานถือธนูเข้าป่าใหญ่ เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามติสสะทรงวางบังสุกุลจีวรไว้แล้วเสด็จเข้าวิหาร ท่านเห็นจีวรแขวนอยู่บนยอดไม้ จึงวางธนูลงประนมมือไหว้ด้วยจิตเลื่อมใสระลึกถึงพระพุทธเจ้า ผลบุญนี้ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลย จนบรรลุอรหัตตผลในที่สุด (เริ่มวรรคใหม่ ปังสุกูลวรรคที่ ๔๙)
- หน้า ๑๑๖–๑๑๙ พุทธสัญญกเถราปทาน เป็นพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญไตรเพทและตำราทำนายลักษณะ สอนศิษย์จำนวนมาก เมื่อได้ยินข่าวพระสิทธัตถพุทธเจ้าอุบัติขึ้น จึงชวนศิษย์ทั้งหมดเดินทางไปเข้าเฝ้า ระหว่างทางล้มป่วยและสิ้นชีวิตกลางทางโดยยังไปไม่ถึง แต่ด้วยเพียงความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าที่เกิดขึ้นในใจก่อนตาย ก็ไม่เคยตกทุคติเลย
- หน้า ๑๑๙–๑๒๒ ภิสทายกเถราปทาน ลงสระถอนเหง้าบัวเพื่อกิน พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้าเหาะผ่านมาในอากาศ จึงร้องทูลอ้อนวอนให้ทรงรับเหง้าบัวเป็นภิกษา ภายหลังถูกฟ้าผ่าตายขณะนั่งระลึกถึงทานนั้น ด้วยบุญนี้จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตพร้อมนางเทพอัปสรจำนวนมาก ก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์และบรรลุอรหัตในที่สุด
- หน้า ๑๒๒–๑๒๖ ญาณถวิกเถราปทาน เป็นดาบสอยู่ป่าคนเดียว ทราบข่าวพระสุเมธพุทธเจ้าอุบัติขึ้นล่าช้าไปถึง ๘ ปี จึงรีบเดินทางไปเฝ้าและกล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธญาณ ๖ คาถา เปรียบพระปัญญาของพระองค์ว่าหาผู้ใดประมาณได้ไม่ ดุจมหาสมุทรหรือแผ่นดินที่แม้จะชั่งตวงได้แต่พระญาณหาประมาณมิได้ ได้รับพยากรณ์ว่าจะบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุ ๗ ขวบในศาสนาพระพุทธเจ้าโคดม
- หน้า ๑๒๖–๑๓๐ จันทนมาลิยเถราปทาน สละทรัพย์ ๘๐ โกฏิออกบวชเป็นฤๅษีริมฝั่งแม่น้ำ พบพระสุเมธพุทธเจ้าโดยไม่รู้ว่าเป็นใครจึงทักทายตามปกติ เมื่อทราบความจริงจึงปูลาดหนังสัตว์ถวายที่ประทับ แล้วรีบขึ้นภูเขาเก็บผลมะม่วง ดอกรัง และแก่นจันทน์มาบูชา ได้รับพยากรณ์ว่าจะรื่นรมย์ในเทวโลกกว่า ๒,๕๐๐ กัป และในภพสุดท้ายจะบวชแต่อายุ ๕ ขวบแล้วบรรลุอรหัตทันที
- หน้า ๑๓๑ ธาตุปูชกเถราปทาน เมื่อพระสิทธัตถพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน ได้พาหมู่ญาติของตนมาร่วมบูชาพระธาตุด้วยความเลื่อมใส เป็นเรื่องสั้นที่อรรถกถาระบุว่าเนื้อความง่ายไม่ต้องอธิบายเพิ่ม รวมกับอปทานที่ ๔ และ ๕ ก่อนหน้า
- หน้า ๑๓๑–๑๓๗ ปุฬินุปปาทกเถราปทาน เป็นชฎิลชื่อเทวละอยู่ป่าหิมพานต์ มีศิษย์ ๘๔,๐๐๐ คนคอยอุปัฏฐาก คิดว่าตนเป็นผู้ถูกบูชาแต่ไม่เคยบูชาสิ่งใด จึงก่อพระเจดีย์ทรายแทนพระพุทธเจ้าไว้บูชาเอง เมื่อศิษย์สงสัยจึงเล่าคุณสมบัติของพระพุทธเจ้าอย่างพิสดารให้ฟัง ภายหลังล้มป่วยสิ้นชีวิตขณะระลึกถึงพระพุทธเจ้า ศิษย์โศกเศร้าทำฌาปนกิจ ท่านมาปรากฏกายปลอบใจสอนไม่ให้เศร้าโศกและให้หมั่นเพียร
- หน้า ๑๓๗–๑๓๙ ตรณิยเถราปทาน เคยเกิดเป็นเต่าอยู่ในน้ำ เห็นพระอัตถทัสสีพุทธเจ้าจะเสด็จข้ามแม่น้ำวินตา จึงทูลเชิญขึ้นประทับบนหลังแล้วส่งข้ามฟากด้วยใจศรัทธา ได้รับพยากรณ์ว่าจะรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑,๘๐๐ กัปก่อนบรรลุธรรม
- หน้า ๑๔๐–๑๔๕ ธรรมรุจิเถราปทาน เคยเป็นมาณพชื่อเมฆะผู้บวชร่วมกับสุเมธดาบสหลังฟังพยากรณ์จากพระทีปังกรพุทธเจ้า แต่ถูกมิตรชั่วชักจูงจนทำอนันตริยกรรมฆ่ามารดา ตกนรกอเวจี แล้วเกิดเป็นปลาติมิงคละหมายจะกลืนเรือสินค้า เมื่อได้ยินพ่อค้าร้องเรียกพระนามพระโคดมด้วยความกลัวจึงระลึกถึงบุญเก่าได้และเลิกทำร้าย ตายแล้วเกิดเป็นพราหมณ์ชื่อธรรมรุจิ บวชแต่อายุ ๗ ขวบ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าวันละ ๓ ครั้งด้วยความปีติที่ได้พบพระองค์อีกครั้งหลังพลัดพรากมานาน
- หน้า ๑๔๖–๑๕๐ สาลมัณฑปิยเถราปทาน สร้างปะรำมุงดอกรังถวายเป็นที่ประทับแด่พระปิยทัสสีพุทธเจ้าผู้ทรงเข้าสมาบัติในป่าตลอด ๗ วัน ภายหลังพระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวลระลึกถึงกรรมนี้ แล้วพยากรณ์ว่าจะมีหลังคาดอกรังติดตัวไปทุกภพจนถึงชาติสุดท้ายที่จะบรรลุอรหัตในศาสนาพระโคดม ปิดท้ายปังสุกูลวรรคที่ ๔๙ รวม ๑๐ เรื่อง ๒๑๙ คาถา
- หน้า ๑๕๑–๑๕๒ ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน เก็บดอกกระดึงทอง ๓ ดอกไปบูชาพระวิปัสสีพุทธเจ้าซึ่งประทับนั่งอยู่ที่ซอกเขา แล้วเดินจากไปทางทิศทักษิณ เป็นเรื่องเปิดวรรคใหม่ กิงกณิปุปผวรรคที่ ๕๐
- หน้า ๑๕๒–๑๕๓ ปังสุกุลปูชกเถราปทาน พบผ้าบังสุกุลจีวรห้อยอยู่บนยอดไม้ใกล้ภูเขาหิมวันต์ จึงเก็บดอกกระดึงทอง ๓ ดอกมาบูชาผ้านั้นด้วยความร่าเริงยินดี
- หน้า ๑๕๓–๑๕๔ โกรัณฑปุปผิยเถราปทาน เดิมทำงานในป่าเลี้ยงชีพด้วยการฆ่าสัตว์ร่วมกับบิดาและปู่ ไม่เคยทำกุศล เมื่อพบรอยพระบาทที่พระติสสพุทธเจ้าทรงประทับไว้ให้ด้วยพระเมตตา จึงเก็บดอกหงอนไก่ใส่ผอบมาบูชารอยพระบาทนั้นด้วยใจเลื่อมใส
- หน้า ๑๕๔–๑๕๕ กิงสุกปุปผิยเถราปทาน เห็นต้นทองกวาวกำลังออกดอกงาม จึงประนมมือระลึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วบูชาดอกไม้นั้นขึ้นไปในอากาศ
- หน้า ๑๕๕–๑๕๖ อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทาน เป็นลูกจ้างในพระนครหงสาวดี เห็นพระสาวกของพระปทุมุตตรพุทธเจ้าชื่อสุชาตะกำลังแสวงหาผ้าบังสุกุลที่กองหยากเยื่อ จึงตัดผ้าที่มีอยู่แบ่งครึ่งถวายพร้อมก้มกราบด้วยศีรษะ ด้วยบุญนี้ได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกและเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหลายสิบครั้ง
- หน้า ๑๕๖–๑๕๗ ฆตมัณฑทายกเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จเข้าป่าขณะประชวรด้วยโรคลม จึงนำกากเปรียง (น้ำมันเนยข้นที่เหลือจากการเคี่ยว) เข้าไปถวายด้วยจิตเลื่อมใส
- หน้า ๑๕๗–๑๕๘ อุทกทายกเถราปทาน มีจิตเลื่อมใสในหมู่ภิกษุสงฆ์ของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า จึงตักน้ำใส่หม้อน้ำฉันจนเต็มถวายเป็นทาน
- หน้า ๑๕๘–๑๖๓ ปุฬินถูปิยเถราปทาน เป็นชฎิลชื่อนารทะมีตบะใหญ่และศิษย์ ๔ หมื่นคนคอยอุปัฏฐากที่ภูเขาหิมวันต์ คิดได้ว่าตนไม่มีสิ่งใดเคารพบูชาเลยทั้งที่คนอื่นบูชาตน จึงไปก่อเจดีย์ทรายที่แม่น้ำอมริกาปิดทองและบูชาดอกกระดึงทองแทนพระพุทธเจ้า กราบไหว้เช้าเย็นและใช้ระงับกิเลสเมื่อจิตฟุ้งซ่าน สิ้นชีวิตไปเกิดในพรหมโลก ภพสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ที่บิดามารดาบูชาพระสถูปทองทุกวัน จึงระลึกเจดีย์ทรายเก่าได้และบรรลุอรหัตตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
- หน้า ๑๖๓–๑๖๔ นฬกุฏิกทายกเถราปทาน สร้างกุฏิไม้อ้อมุงหญ้าและชำระที่จงกรมถวายพระนารทสยัมภูพุทธเจ้าที่ประทับใกล้ภูเขาหิมวันต์ด้วยแรงกายของตน
- หน้า ๑๖๕–๑๖๖ ปิยาลผลทายกเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อ พบพระพุทธเจ้าในป่าใหญ่จึงเลื่อมใสนำผลมะหาดมาถวายด้วยมือทั้งสอง ปิดท้ายกิงกณิปุปผวรรคที่ ๕๐ ซึ่งมี ๑๐ เรื่อง ๑๐๙ คาถา และเป็นการจบหมวดใหญ่ครบ ๑๐ วรรค รวม ๑,๔๘๒ คาถา
- หน้า ๑๖๗–๑๗๒ ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทาน เป็นวิทยาธรเหาะไปในอากาศ เห็นพระสุเมธพุทธเจ้าประทับนั่งขัดสมาธิสว่างไสวในป่าหิมพานต์ จึงเก็บดอกกรรณิการ์ ๓ ดอกลงมาบูชา ดอกไม้นั้นกลับหัวลงเองกลายเป็นร่มบังแดดถวายด้วยพุทธานุภาพ ด้วยบุญนี้ได้เสวยสมบัติทิพย์มากมายในเทวโลกและมนุษยโลกก่อนบรรลุอรหัตในศาสนาพระโคดม
- หน้า ๑๗๒–๑๗๓ เอกปัตตทายกเถราปทาน เป็นช่างปั้นหม้อในพระนครหงสาวดี ถวายบาตรดินที่ทำอย่างดีแด่พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลส ด้วยผลบุญนี้เมื่อเกิดในภพต่างๆ ย่อมได้ภาชนะทองเงินและแก้วมณีใช้เสมอ
- หน้า ๑๗๔ กาสุมาริกผลทายกเถราปทาน พบพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ที่ซอกภูเขา รุ่งโรจน์ดังต้นกรรณิการ์ จึงเลื่อมใสนำผลไม้มะรื่นมาถวายด้วยมือทั้งสอง
- หน้า ๑๗๕ อวฏผลิยเถราปทาน เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จออกจากที่สงัดไปบิณฑบาต จึงถวายผลไม้ที่ตนถืออยู่ในมือขณะนั้นแด่พระองค์
- หน้า ๑๗๕–๑๗๖ จารผลิยเถราปทาน ถวายผลมะม่วงกะล่อนทองแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำขณะเสด็จดำเนินอยู่ในถนน
- หน้า ๑๗๖–๑๗๗ มาตุลุงคผลทายกเถราปทาน เห็นพระโลกนายกโชติช่วงดังต้นกรรณิการ์และพระจันทร์เพ็ญ จึงเลื่อมใสนำผลมะงั่วมาถวายด้วยมือทั้งสองของตน
- หน้า ๑๗๗ อัชเชลผลทายกเถราปทาน พบพระอชินพุทธเจ้าผู้ฉลาดในสมาธิประทับอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงถือผลรกฟ้าขนาดใหญ่เท่าหม้อ พร้อมกางร่มใบไม้บังแดด นำไปถวายด้วยความเคารพ
- หน้า ๑๗๘ อโมรผลิยเถราปทาน ถวายผลไม้โมระแด่พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำขณะเสด็จดำเนินอยู่ในถนน
- หน้า ๑๗๘–๑๗๙ ตาลผลิยเถราปทาน เห็นพระสตรังสีพุทธเจ้าเสด็จออกจากที่สงัดไปบิณฑบาต จึงเข้าไปเฝ้าด้วยจิตเลื่อมใสและถวายผลตาลที่ถืออยู่ในมือ
- หน้า ๑๗๙–๑๘๐ นาลิเกรผลทายกเถราปทาน เป็นชาวสวนในพระนครพันธุมดี พบพระพุทธเจ้ากำลังเหาะอยู่ในอากาศ จึงถวายผลมะพร้าว พระองค์ประทับยืนกลางอากาศทรงรับด้วยความเมตตา ปิดท้ายกณิการวรรคที่ ๕๑ รวม ๑๐ เรื่อง ๑๐๐ คาถา
- หน้า ๑๘๑ กุรัญชิยผลทายกเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสแล้วเลื่อมใส นำผลอัญชันขาวมาถวายด้วยมือทั้งสอง เป็นเรื่องเปิดวรรค ผลทายกวรรคที่ ๕๒
- หน้า ๑๘๒ กปิฏฐผลทายกเถราปทาน ถวายผลมะขวิดแด่พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำขณะเสด็จดำเนินอยู่ในถนน
- หน้า ๑๘๒–๑๘๓ โกสุมพผลิยเถราปทาน ถวายผลสะคร้อแด่พระนราสภผู้ประเสริฐกว่าทวยเทพ งามดังต้นรกฟ้าขาว ขณะเสด็จดำเนินอยู่ในถนน
- หน้า ๑๘๓–๑๘๔ เกตกปุปผิยเถราปทาน พบพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ จึงมีจิตเลื่อมใสบูชาด้วยดอกเกดซึ่งมีกลิ่นหอมดังน้ำผึ้ง
- หน้า ๑๘๔–๑๘๕ นาคปุปผิยเถราปทาน นำดอกกากะทิงมาบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำขณะเสด็จดำเนินอยู่ในถนน
- หน้า ๑๘๕–๑๘๖ อัชชุนปุปผิยเถราปทาน เดิมเป็นกินนรอาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เมื่อเห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลส ก็เกิดความเลื่อมใสโสมนัสด้วยใจล้วนๆ โดยไม่ได้ถวายสิ่งของ
- หน้า ๑๘๖ กุฏชปุปผิยเถราปทาน ถือดอกไม้ป่าหิมพานต์เหาะขึ้นไปในอากาศ พบพระสุทัสสนพุทธเจ้าที่ซอกเขา จึงถือดอกอัญชันเขียวจบเหนือศีรษะแล้วบูชาแด่พระองค์
- หน้า ๑๘๗ โฆสสัญญกเถราปทาน เดิมเป็นพรานล่าเนื้อในไพรวัน ได้ยินพระสิขีพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมประกาศสัจจะ ๔ ท่ามกลางหมู่เทวดา จึงเกิดความเลื่อมใสในพระสุรเสียงจนข้ามพ้นภพที่ข้ามได้ยาก
- หน้า ๑๘๘–๑๙๑ สัพพผลทายกเถราปทาน เป็นพราหมณ์ชื่อวรุณะ ทิ้งบุตร ๑๐ คนเข้าไปสร้างอาศรมในป่า พระปทุมุตตรพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์เสด็จมาโปรดถึงที่ จึงเก็บผลไม้ใส่หาบทั้งหมดไปถวาย ตามพระดำรัสให้หาบตามไปถวายแก่สงฆ์ด้วย ด้วยบุญนี้ได้เป็นใหญ่เหนือสัตว์ทุกจำพวกทั้งบนบกในน้ำและอากาศในภพต่างๆ ก่อนบรรลุธรรมและวิชชา ๓ ในที่สุด
- หน้า ๑๙๑–๑๙๒ ปทุมธาริยเถราปทาน ถือดอกปทุมไปบูชาพระอภิสัมภวพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่กลางแจ้งใกล้ภูเขาหิมวันต์อยู่หนึ่งวันเต็มก่อนกลับที่พัก ปิดท้ายผลทายกวรรคที่ ๕๒ รวม ๑๐ เรื่อง ๘๓ คาถา
- หน้า ๑๙๓–๑๙๔ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อ พบพระติสสพุทธเจ้าเสด็จจงกรมกลางแจ้ง จึงถวายหญ้าคากำหนึ่งไว้รองประทับนั่ง เดินจากไปไม่นานก็ถูกราชสีห์ฆ่าตายขณะยังระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่ จึงไปเกิดในเทวโลกทันทีเหมือนลูกศรพ้นแล่ง เป็นเรื่องเปิดวรรคใหม่ ติณทายกวรรคที่ ๕๓
- หน้า ๑๙๔–๑๙๕ เวจจกทายกเถราปทาน ถวายวัจจกุฎี (เรือนถ่ายอุจจาระ) หลังหนึ่งด้วยมือของตนเองแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าด้วยความเลื่อมใส
- หน้า ๑๙๕–๑๙๖ สรณคมนิยเถราปทาน เดิมเป็นอาชีวก โดยสารเรือลำเดียวกับภิกษุรูปหนึ่ง เมื่อเรือใกล้จะอับปางกลางทะเล ภิกษุนั้นได้ให้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะแก่ตน เพียงเท่านั้นก็ทำให้ไม่เคยตกทุคติเลยตลอดหลายสิบกัป
- หน้า ๑๙๖–๑๙๗ อัพภัญชนทายกเถราปทาน อาศัยอยู่ใกล้พระราชอุทยานในพระนครพันธุมดี นุ่งหนังเสือถือคณโฑน้ำ พบพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ข้ามพ้นโอฆะแล้ว จึงเลื่อมใสถวายยาหยอดตาแด่พระองค์
- หน้า ๑๙๗ สุปฏทายกเถราปทาน เห็นพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกจากที่ประทับกลางวัน จึงถวายผ้าอย่างดีเนื้อเบา ด้วยบุญนี้ได้บันเทิงในสวรรค์ตลอดกัป
- หน้า ๑๙๘ ทัณฑทายกเถราปทาน เข้าไปในป่าใหญ่คัดเลือกไม้ไผ่มาทำเป็นไม้เท้าถวายแด่พระสงฆ์ด้วยจิตเลื่อมใส แล้วกราบไหว้ก่อนเดินจากไป
- หน้า ๑๙๘–๑๙๙ คิริเนลปูชกเถราปทาน เดิมเป็นพรานเนื้อเที่ยวอยู่ในป่า พบพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระมหากรุณายินดีในประโยชน์ของสรรพสัตว์ จึงเลื่อมใสบูชาด้วยดอกอัญชันเขียว
- หน้า ๑๙๙–๒๐๒ โพธิสัมมัชชกเถราปทาน เก็บใบโพธิ์ที่ร่วงเกลื่อนลานพระเจดีย์ไปทิ้งให้สะอาดโดยไม่มีใครสั่ง ด้วยกุศลเพียงเท่านี้ได้รับอานิสงส์ถึง ๒๐ ประการติดตัวไปทุกภพ เช่น รูปกายสวยงามผิวพรรณดังทองคำ ไม่มีฝุ่นละอองหรือเหงื่อไหลติดกาย ไม่เป็นโรคผิวหนัง ไม่มีศัตรูเบียดเบียน ทรัพย์สินไม่บกพร่อง ปลอดภัยจากไฟและโจรผู้ร้าย จนในที่สุดได้บรรลุมหานฤพาน แสดงให้เห็นว่าแม้ความดีเล็กน้อยที่ทำต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ให้ผลใหญ่ได้
- หน้า ๒๐๓ อามัณฑผลทายกเถราปทาน หาบผลไม้เดินมา พบพระปทุมุตตรพุทธเจ้ากำลังเสด็จจงกรมอยู่ จึงถวายบังคมแล้วถวายผลแฟงด้วยจิตเลื่อมใส
- หน้า ๒๐๔–๒๑๑ สุคันธเถราปทาน เป็นเศรษฐีบุตรในพระนครพาราณสี ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระกัสสปพุทธเจ้าในป่ามฤคทายวันแล้วเลื่อมใสจนออกบวช เป็นพระธรรมกถึกผู้มีปฏิภาณวิจิตร มักกล่าวพรรณนาพระคุณของพระพุทธเจ้าอย่างพิสดารในท่ามกลางบริษัทอยู่เสมอ ด้วยผลบุญแห่งการสรรเสริญนี้ทำให้เกิดมามีกลิ่นกาย กลิ่นปาก และลมหายใจหอมฟุ้งตลอดชีวิต เป็นเรื่องปิดท้ายหมวดวรรคที่ ๕๐-๕๓
- หน้า ๒๑๒–๒๑๘ มหากัจจายนเถราปทาน บุพจริยาของพระมหากัจจายนเถระ อดีตชาติเป็นดาบสฟังพระปทุมุตตรพุทธเจ้ายกย่องภิกษุรูปหนึ่งว่าเลิศในการขยายธรรมที่ตรัสย่อให้พิสดาร จึงปรารถนาตำแหน่งนั้นและนำดอกไม้ไปบูชา สั่งสมบุญเรื่อยมา จนชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรปุโรหิตพระเจ้าจัณฑปัชโชตในกรุงอุชเชนี ชื่อกัจจานะ ผิวดังทองคำ ถูกส่งไปทูลเชิญพระพุทธเจ้า ฟังธรรมแล้วบรรลุอรหัตทันทีพร้อมคณะ ภายหลังได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะด้านขยายธรรมสังเขปให้พิสดาร ต้นกำเนิดคัมภีร์กัจจายนปกรณ์
- หน้า ๒๑๘–๒๒๙ วักกลิเถราปทานที่ ๒ เรื่องพระวักกลิเถระ เอตทัคคะฝ่ายผู้หลุดพ้นด้วยศรัทธา (สัทธาธิมุต) ในอดีตชาติปรารถนาตำแหน่งนี้หลังฟังพระปทุมุตตรพุทธเจ้าสรรเสริญ ชาติสุดท้ายเป็นพราหมณ์หนุ่มที่หลงใหลในพระรูปโฉมของพระพุทธเจ้าจนเฝ้าดูไม่ลดละ พระพุทธองค์จึงตรัสสอนว่า 'ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา' และทรงขับไล่ท่านเพื่อให้เกิดความสังเวช จนวักกลิคิดจะกระโดดหน้าผา แต่พระพุทธเจ้าทรงเรียกกลับและแสดงธรรมจนบรรลุอรหัต เป็นเรื่องเตือนใจว่าการเห็นธรรมสำคัญกว่าการเห็นรูปกาย
- หน้า ๒๓๐–๒๕๔ มหากัปปินเถราปทานที่ ๓ เรื่องพระมหากัปปินเถระ เอตทัคคะด้านให้โอวาทแก่ภิกษุ ท่านเคยเป็นพระราชาแห่งกุกกุฏวดี เมื่อทราบข่าวพระพุทธเจ้าอุบัติจากพ่อค้า ทรงสละราชสมบัติพร้อมอำมาตย์พันคนออกเดินทาง ใช้สัจกิริยาระลึกถึงพระรัตนตรัยจนข้ามแม่น้ำเชี่ยวได้อัศจรรย์ พระพุทธเจ้าเสด็จไปต้อนรับไกลถึง ๑๒๐ โยชน์ ทุกคนบรรลุโสดาบันแล้วออกบวชทันที พระนางอโนชาเทวีพร้อมนางในก็ตามบวชเช่นกัน ภายหลังพระกัปปินะเปล่งอุทาน 'สุขจริงหนอ' ด้วยปีติในธรรม จนพระศาสดาต้องอธิบายว่ามิใช่ความสุขทางโลก
- หน้า ๒๕๕–๒๖๖ ทัพพมัลลปุตตเถราปทานที่ ๔ เรื่องพระทัพพมัลลปุตตเถระ เอตทัคคะด้านจัดแจงเสนาสนะ ท่านเกิดในตระกูลกษัตริย์มัลละ มารดาสิ้นชีวิตขณะท่านยังอยู่ในครรภ์ เมื่อยกร่างขึ้นเชิงตะกอนท่านตกลงมาในกองไม้จึงได้ชื่อว่า 'ทัพพะ' บวชตั้งแต่เด็กและบรรลุอรหัตตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ภายหลังถูกภิกษุกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจเรื่องอาหารยุยงให้นางภิกษุณีเมตติยากล่าวหาว่าท่านประพฤติผิด แต่พระพุทธเจ้าทรงไต่สวนจนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของท่านได้ และทรงบัญญัติสิกขาบทเรื่องกล่าวตู่ด้วยเรื่องไม่มีมูลจากเหตุการณ์นี้
- หน้า ๒๖๖–๒๗๔ กุมารกัสสปเถราปทานที่ ๕ (จบภาณวารที่ ๒๔) เรื่องพระกุมารกัสสปเถระ เอตทัคคะด้านแสดงธรรมกถาได้วิจิตร มารดาของท่านตั้งครรภ์ก่อนบวชเป็นภิกษุณีฝ่ายพระเทวทัตโดยไม่รู้ตัว ถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิด แต่พระอุบาลีเถระไต่สวนจนพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ตามพุทธบัญชา ท่านเกิดมาได้รับการเลี้ยงดูจากพระเจ้าปเสนทิโกศล จึงได้นามว่า 'กุมารกัสสปะ' บวชแต่เด็กและบรรลุอรหัตเพราะฟังธรรมเทศนาเปรียบร่างกายเหมือนจอมปลวก ภายหลังยังมีชื่อเสียงจากการโต้วาทะปัญหา ๑๕ ข้อกับพระพุทธเจ้าและทรมานพระเจ้าปายาสิให้ละมิจฉาทิฏฐิ
- หน้า ๒๗๔–๒๙๑ พาหิยเถราปทานที่ ๖ พระพาหิยทารุจิริยเถระ เอตทัคคะด้านตรัสรู้เร็วพลัน เรืออับปางกลางทะเล ท่านรอดแล้วนุ่งเปลือกไม้เข้าเมือง ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นพระอรหันต์จนท่านหลงเชื่อเช่นนั้น จนพรหมสหายเก่าเตือนสติว่ายังไม่ใช่ ท่านจึงรีบเดินทางข้ามคืนถึง ๑๒๐ โยชน์ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่สาวัตถี ทูลขอฟังธรรมกลางถนน ได้ฟังโอวาทสั้นๆ ว่า 'เห็นก็สักว่าเห็น' จนบรรลุอรหัตทันที แต่ยังไม่ทันได้บาตรจีวรก็ถูกแม่โคขวิด พระพุทธเจ้าตรัสว่าคาถาเดียวมีประโยชน์ประเสริฐกว่าคาถาไร้ประโยชน์นับพัน
- หน้า ๒๙๒–๒๙๙ มหาโกฏฐิตเถราปทานที่ ๗ เรื่องพระมหาโกฏฐิตเถระ เอตทัคคะด้านแตกฉานในปฏิสัมภิทา ในอดีตชาติเป็นพราหมณ์ผู้ถวายมหาทานแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าตลอด ๗ วันแล้วปรารถนาตำแหน่งนี้ ชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ในสาวัตถี บวชโดยมีพระสารีบุตรเป็นอุปัชฌาย์และพระโมคคัลลานะเป็นอาจารย์ บรรลุอรหัตขณะกำลังปลงผม มีชื่อเสียงจากการตอบปัญหาปฏิสัมภิทาอันลึกซึ้งที่พระสารีบุตรถามในมหาเวทัลลสูตร
- หน้า ๓๐๐–๓๐๙ อุรุเวลกัสสปเถราปทานที่ ๘ เรื่องพระอุรุเวลกัสสปเถระ เอตทัคคะด้านมีบริวารมาก ท่านและน้องชายอีกสองคน (นทีกัสสปะ คยากัสสปะ) เคยเป็นราชมหาอำมาตย์แล้วออกบวชเป็นชฎิลผู้บูชาไฟ มีศิษย์รวมกันถึง ๑,๐๐๐ คน ตั้งอาศรมอยู่ที่ตำบลอุรุเวลา แม่น้ำเนรัญชรา และคยาสีสะ พระพุทธเจ้าเสด็จไปทรงแสดงปาฏิหาริย์นานัปการทรมานจนละพยศ ทั้งสามพี่น้องพร้อมศิษย์บริวารพันคนจึงพากันบวชและบรรลุอรหัตทั้งหมดด้วยพระธรรมเทศนาอาทิตตปริยายสูตรที่คยาสีสะ
- หน้า ๓๑๐–๓๑๕ ราธเถราปทานที่ ๙ เรื่องพระราธเถระ เอตทัคคะด้านมีปฏิภาณ ในอดีตชาติเป็นพราหมณ์ผู้ถวายสักการะแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าแล้วปรารถนาตำแหน่งนี้ ชาติสุดท้ายเกิดในสกุลยากจน เมื่อชราแล้วอาศัยวัดแต่ไม่มีใครยอมบวชให้ พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ของท่านจึงถามภิกษุทั้งหลายว่าใครเคยรับความดีจากพราหมณ์ผู้นี้บ้าง พระสารีบุตรระลึกได้ว่าเคยได้รับภิกษาทัพพีหนึ่งจากท่าน จึงบวชให้ด้วยความกตัญญู ไม่นานท่านก็บรรลุอรหัต เป็นเรื่องเตือนใจเรื่องคุณค่าของทานแม้เพียงเล็กน้อยและความกตัญญู
- หน้า ๓๑๕–๓๒๐ โมฆราชเถราปทาน (๕๔๐) พร้อมอรรถกถา และปิดท้ายกัจจายนวรรคที่ ๕๔ ชาติก่อนพระโมฆราชเถระเป็นคนยากจนไร้ทรัพย์สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า อาศัยหอฉันจนพื้นดำเพราะไฟ แต่เลื่อมใสในภิกษุผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง ก่อกรรมทั้งดีและชั่วสลับกันในหลายภพ เคยตกนรกและเป็นโรคเรื้อนหลายร้อยชาติจากกรรมเผาพื้นหอฉัน ชาติสุดท้ายเกิดเป็นกษัตริย์แต่ทรงโรคเรื้อน จึงออกบวชเป็นศิษย์พราหมณ์พาวรี ทูลถามปัญหาเรื่องการเห็นโลกจนบรรลุธรรม พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเป็นเลิศด้านผู้ทรงจีวรเศร้าหมอง จบด้วยรายชื่อ ๑๐ อปทานในกัจจายนวรรค
- หน้า ๓๒๑–๓๒๘ ลกุณฏกภัททิยเถราปทาน (๕๔๑) พร้อมอรรถกถา เปิดภัททิยวรรคที่ ๕๕ ชาติก่อนพระลกุณฏกภัททิยเถระเป็นบุตรเศรษฐีสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ปรารถนาตำแหน่งเลิศด้านเสียงไพเราะ ต่อมาเกิดเป็นนกดุเหว่าถวายมะม่วงแด่พระผุสสพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใส แล้วเกิดเป็นหัวหน้าช่างไม้ผู้เสนอสร้างเจดีย์ต่ำกว่าที่ควรจนได้ร่างกายเตี้ยติดตัวมาทุกชาติ ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเศรษฐี บวชแล้วถูกภิกษุหนุ่มล้อเลียนเพราะรูปร่างเตี้ย แต่ท่านบรรลุอรหัตและได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านเสียงไพเราะ
- หน้า ๓๒๘–๓๓๒ กังขาเรวตเถราปทาน (๕๔๒) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระกังขาเรวตเถระเป็นพราหมณ์เรียนจบไตรเพทสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า เลื่อมใสภิกษุผู้ยินดีในฌานจึงตั้งความปรารถนาตำแหน่งนั้น ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลกษัตริย์ ออกบวชเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกบิลพัสดุ์ มีความสงสัยมากในเรื่องสิ่งที่ควรและไม่ควร พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมขจัดความสงสัยจนท่านบรรลุอรหัตและยินดีในฌาน ได้รับยกย่องเป็นเลิศกว่าภิกษุฝ่ายผู้ได้ฌาน
- หน้า ๓๓๒–๓๕๑ สีวลิเถราปทาน (๕๔๓) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระสีวลิเถระเป็นกษัตริย์ถวายมหาทานตลอด ๗ วันแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ปรารถนาความเป็นเลิศด้านลาภ ต่อมาสมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าได้ถวายน้ำผึ้งนมส้มหายากแก่งานบุญของชาวเมือง ชาติสุดท้ายเป็นโอรสพระนางสุปปวาสาแห่งโกลิยะ ต้องอยู่ในครรภ์นานถึง ๗ ปีเพราะผลกรรมเก่าที่เคยล้อมเมืองศัตรู เมื่อคลอดแล้วบวชและบรรลุอรหัตทันทีขณะปลงผม พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเป็นเลิศกว่าภิกษุฝ่ายผู้มีลาภมาก อรรถกถาเล่าเรื่องท่านตามพระพุทธเจ้าไปเยี่ยมพระเรวตะในป่าโดยละเอียด
- หน้า ๓๕๒–๓๖๔ วังคีสเถราปทาน (๕๔๔) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระวังคีสเถระเป็นพราหมณ์สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ถวายมหาทาน ๗ วันและกล่าวสดุดีพระคุณพระพุทธเจ้า ปรารถนาตำแหน่งเลิศด้านผู้มีปฏิภาณ ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลปริพาชก เรียนมนตร์ดีดกะโหลกศีรษะทำนายภพภูมิผู้ตายจนมีชื่อเสียง แต่เมื่อพบพระพุทธเจ้ากลับทำนายกะโหลกพระอรหันต์ไม่ได้ จึงขอเรียนมนตร์นั้นด้วยการบวช ภายหลังเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัต ได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านปฏิภาณ
- หน้า ๓๖๔–๓๖๘ นันทกเถราปทาน (๕๔๕) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระนันทกเถระเลื่อมใสในภิกษุผู้เลิศด้านให้โอวาทภิกษุณีสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า จึงถวายทานและตั้งความปรารถนาตำแหน่งนั้น ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเศรษฐีที่สาวัตถี บวชแล้วบรรลุอรหัตในเวลาไม่นาน ท่านสอนธรรมแก่ภิกษุณี ๕๐๐ รูปจนหมดอาสวะทั้งหมด พระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องเป็นเลิศกว่าภิกษุผู้ให้โอวาทภิกษุณี
- หน้า ๓๖๘–๓๙๐ กาฬุทายีเถราปทาน (๕๔๖) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระกาฬุทายีเถระเป็นอำมาตย์สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ปรารถนาตำแหน่งเลิศด้านทำสกุลให้เลื่อมใส ชาติสุดท้ายเกิดวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะและเป็นสหายเล่นด้วยกัน เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระเจ้าสุทโธทนะส่งท่านไปทูลนิมนต์เสด็จกบิลพัสดุ์ ท่านบวชและบรรลุอรหัตก่อน แล้วกล่าวคาถาพรรณนาความงามของเส้นทางเชื้อเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จสู่นครบ้านเกิดอย่างไพเราะยาวนาน จนพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดพระญาติสำเร็จ ท่านได้รับยกย่องเป็นเลิศด้านทำสกุลให้เลื่อมใส
- หน้า ๓๙๐–๓๙๕ อภยเถราปทาน (๕๔๗) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระอภยเถระเป็นบุตรพราหมณ์ผู้แตกฉานในศาสตร์ต่างๆ สมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมแล้วกล่าวคาถาสรรเสริญพระพุทธคุณด้วยความเลื่อมใส ชาติสุดท้ายเป็นโอรสพระเจ้าพิมพิสารพระนามอภัยกุมาร คบหานิครนถ์และถูกส่งไปโต้วาทะกับพระพุทธเจ้าด้วยปัญหาละเอียด แต่กลับเลื่อมใสในคำตอบจนออกบวชและบรรลุอรหัตโดยเร็ว
- หน้า ๓๙๖–๔๐๑ โลมสติยเถราปทาน (๕๔๘) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระโลมสติยเถระ (โลมสกังคิยะ) บวชในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าร่วมกับสหายชื่อจันทนะ ชาติสุดท้ายเกิดเป็นโอรสเจ้าศากยะในกบิลพัสดุ์ ได้เห็นพุทธานุภาพเมื่อพระพุทธเจ้าทรงปราบมานะเจ้าศากยะด้วยปาฏิหาริย์และเทศนาเวสสันดรชาดก จึงออกบวช สหายเก่าที่เกิดเป็นเทพบุตรมาเตือนให้ฟังภัทเทกรัตตสูตร ท่านจึงเข้าป่าปฏิบัติธรรมตามคำสอนนั้นจนบรรลุอรหัต
- หน้า ๔๐๒–๔๐๖ วนวัจฉเถราปทาน (๕๔๙) พร้อมอรรถกถา ชาติก่อนพระวนวัจฉเถระบวชในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ต่อมาเกิดเป็นนกพิราบอาศัยอยู่ใกล้ภิกษุป่าด้วยจิตเมตตา ท่องเที่ยวบวชเป็นนักบวชในป่านับร้อยชาติ ชาติสุดท้ายมารดาแพ้ท้องต้องไปคลอดในป่าเช่นเดียวกับวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ท่านเป็นสหายพระโพธิสัตว์ จึงออกบวชตามเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้พบพระมหากัสสปะแนะนำธุดงค์ก่อนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าจนบรรลุอภิญญา ๖
- หน้า ๔๐๖–๔๑๔ จูฬสุคันธเถราปทาน (๕๕๐) พร้อมอรรถกถา ปิดท้ายภัททิยวรรคและเถราปทานทั้งหมด ชาติก่อนพระจูฬสุคันธเถระเป็นผู้มั่งคั่งในกรุงพาราณสีสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า นำของหอมสี่ชนิดไปฉาบทาพระคันธกุฎีด้วยศรัทธา ตั้งปณิธานขอให้มีกลิ่นกายหอมทุกชาติ ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลมั่งคั่งที่สาวัตถี กลิ่นกายมารดาหอมฟุ้งทั่วเมืองตั้งแต่ตั้งครรภ์ ท่านออกบวชและบรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา ๔ เรื่องนี้ปิดท้ายภัททิยวรรคที่ ๕๕ และปิดท้ายพุทธาปทาน ปัจเจกพุทธาปทาน และเถราปทานทั้งหมด รวม ๕๕๐ อปทาน ๖,๒๑๘ คาถา
- หน้า ๔๑๕–๔๒๗ ยสเถราปทานที่ ๑ (พร้อมอรรถกถา) เปิดยสวรรคที่ ๕๖ พระยสะ บุตรเศรษฐีเมืองพาราณสี ในอดีตชาติเป็นพญานาคถวายมหาทานแด่พระสุเมธพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีปราสาท ๓ หลังประจำ ๓ ฤดู คืนหนึ่งตื่นมาเห็นบริวารนอนระเกะระกะน่าเกลียดจึงเบื่อหน่าย เปล่งอุทาน 'ที่นี่วุ่นวายหนอ' หนีออกจากบ้านไปพบพระพุทธเจ้าที่ป่าอิสิปตนะ ฟังธรรมบรรลุโสดาบัน บิดาตามหาพบก็ฟังธรรมด้วยกันเป็นอุบาสกคนแรกในโลก ส่วนยสะบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์
- หน้า ๔๒๘–๔๕๑ นทีกัสสปเถราปทานที่ ๒ (พร้อมอรรถกถา - เรื่องปาฏิหาริย์ปราบชฎิล) พระนทีกัสสปะ ในอดีตชาติถวายผลมะม่วงแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเป็นน้องคนกลางของชฎิล ๓ พี่น้องแห่งอุรุเวลา คุมบริวาร ๓๐๐ คน อรรถกถาเล่าถึงพระพุทธเจ้าทรงทรมานพญานาคในโรงบูชาไฟและแสดงปาฏิหาริย์นับพันครั้งปราบทิฏฐิมานะของพี่ชายอุรุเวลกัสสปะ จนพี่น้องทั้งสามพร้อมบริวารพันคนสละเครื่องบูชาไฟลอยน้ำแล้วบวชตาม ท้ายที่สุดฟังพระธรรมเทศนา 'อาทิตตปริยายสูตร' ที่คยาสีสะ บรรลุอรหัตต์พร้อมกันทั้งพันรูป
- หน้า ๔๕๑–๔๕๔ คยากัสสปเถราปทานที่ ๓ (พร้อมอรรถกถา) พระคยากัสสปะ น้องคนสุดท้องในสามพี่น้องชฎิลแห่งอุรุเวลา ในอดีตชาติเป็นดาบสถวายผลพุทราแด่พระสิขีพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายบวชเป็นดาบสอยู่ใกล้แม่น้ำคยาพร้อมบริวาร ๒๐๐ คน เมื่อเห็นพี่ชายทั้งสองยอมสละเครื่องบูชาไฟไปบวชกับพระพุทธเจ้า จึงตามไปบวชด้วย ฟังอาทิตตปริยายสูตรที่คยาสีสะแล้วบรรลุอรหัตต์พร้อมพี่น้องและบริวารทั้งหมด
- หน้า ๔๕๔–๔๕๗ กิมิลเถราปทานที่ ๔ (พร้อมอรรถกถา) พระกิมิละ เจ้าศากยะแห่งกบิลพัสดุ์ ในอดีตชาติเก็บดอกเข็มทำมณฑปบรรจุพระธาตุพระกกุสันธพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลศากยะ ใช้ชีวิตมัวเมาในโภคสมบัติ พระพุทธเจ้าจึงทรงเนรมิตหญิงสาวให้ค่อยๆ กลายเป็นคนแก่เจ็บป่วยต่อหน้าเพื่อให้เกิดความสังเวช กิมิละเห็นแล้วสลดใจ ฟังธรรมแล้วบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๕๗–๔๖๑ วิชชีปุตตเถราปทานที่ ๕ (พร้อมอรรถกถา) พระวัชชีปุตตะ เจ้าชายลิจฉวีแห่งเวสาลี ในอดีตชาติถวายผลกล้วยแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายบวชแล้วได้อภิญญา ๖ หลังพุทธปรินิพพานไม่นาน ขณะเตรียมสังคายนา ท่านเห็นพระอานนท์ยังเป็นพระเสขะแสดงธรรมท่ามกลางบริษัทใหญ่ จึงกล่าวคาถาเตือนให้เข้าป่าเจริญภาวนาแทนการคลุกคลี พระอานนท์ได้ฟังแล้วเร่งความเพียรจนบรรลุอรหัตต์ในคืนนั้นเอง
- หน้า ๔๖๑–๔๗๑ อุตตรเถราปทานที่ ๖ (พร้อมอรรถกถา - พระอุตตรสามเณร) พระอุตตระ (สามเณร) ในอดีตชาติเป็นวิทยาธรเหาะได้ พบพระสุเมธพุทธเจ้าประทับใต้ร่มไม้ จึงนำดอกไม้ ๓ ชนิดมาบูชาจนลอยกางเป็นร่มบังพระองค์ ชาติสุดท้ายเกิดเป็นบุตรพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง บวชเป็นสามเณรอุปัฏฐากพระอุปัชฌาย์ วันหนึ่งถูกใส่ร้ายว่าเป็นโจรเพราะมีคนแอบใส่ของโจรกรรมในบาตร เกือบถูกประหารด้วยหลาว พระพุทธเจ้าเสด็จมาทรงปลอบและแสดงธรรม สามเณรบรรลุอรหัตต์ขณะยังถูกเสียบหลาว แผลหายเป็นปกติทันที
- หน้า ๔๗๒–๔๗๔ อปรอุตตรเถราปทานที่ ๗ (พร้อมอรรถกถา - พระอุตตระอีกรูปหนึ่ง) พระอุตตระ (อีกรูปหนึ่ง) ในอดีตชาติเป็นอุบาสกช่วยญาติบูชาพระธาตุเมื่อพระสิทธัตถพุทธเจ้าปรินิพพาน ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์เมืองสาเกต ได้เห็นยมกปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าที่ต้นคัณฑามพพฤกษ์จนเลื่อมใส บวชแล้วเจริญวิปัสสนาไม่นานก็ได้อภิญญา ๖ และบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๔๗๔–๔๘๐ ภัททชิเถราปทานที่ ๘ (พร้อมอรรถกถา - เรื่องปราสาทจมน้ำ) พระภัททชิ บุตรเศรษฐีเมืองภัททิยะ ในอดีตชาติเป็นดาบสถวายน้ำผึ้งเหง้าบัวแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้าผู้เสด็จทางอากาศ ภายหลังถูกฟ้าผ่าตายไปเกิดในดุสิต ชาติสุดท้ายฟังธรรมจนบรรลุอรหัตต์ทั้งที่ยังแต่งกายหรูหรา เรื่องเด่นคือคราวข้ามแม่น้ำคงคา ท่านใช้ฤทธิ์ยกปราสาทรัตนะที่จมอยู่ก้นน้ำ (ซึ่งเคยเป็นของท่านสมัยเป็นพระเจ้ามหาปนาทะ) ขึ้นมา แต่ปล่อยคืนเพราะสัตว์น้ำที่เคยเป็นญาติเก่าเดือดร้อน
- หน้า ๔๘๑–๔๘๒ สิวกเถราปทานที่ ๙ (พร้อมอรรถกถา) พระสิวกะ พราหมณ์เมืองราชคฤห์ ในอดีตชาติเห็นบาตรพระวิปัสสีพุทธเจ้าว่างเปล่าขณะเสด็จบิณฑบาต จึงถวายขนมกุมมาสจนเต็มบาตร ชาติสุดท้ายบวชเป็นดาบสก่อนแล้วเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ฟังธรรมแล้วบวชและบรรลุอรหัตต์ในเวลาไม่นาน
- หน้า ๔๘๓–๔๙๕ อุปวานเถราปทานที่ ๑๐ (พร้อมอรรถกถา) พระอุปวาณะ พราหมณ์เมืองสาวัตถี ผู้เป็นพุทธอุปัฏฐากคนหนึ่ง ในอดีตชาติยากจนแต่ถวายธงผ้าขาวบูชาพระสถูปพระปทุมุตตรพุทธเจ้าที่มนุษย์ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ และคนธรรพ์ต่างช่วยกันสร้างและเสริมให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง ๗ โยชน์ ชาติสุดท้ายบวชได้อภิญญา ๖ ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าประชวรลม ท่านไปขอน้ำอุ่นจากสหายพราหมณ์มาถวายจนพระอาการทุเลา
- หน้า ๔๙๖–๕๐๔ รัฐปาลเถราปทานที่ ๑๑ (พร้อมอรรถกถา) จบยสวรรคและจบอรรถกถาอปทานทั้งเล่ม พระรัฐปาละ บุตรเศรษฐีถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ ในอดีตชาติถวายพญาช้างและสร้างปราสาทสงฆารามแด่พระปทุมุตตรพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายฟังธรรมแล้วศรัทธาจะบวช แต่มารดาบิดาห้าม จึงอดอาหาร ๗ วันจนได้รับอนุญาต บวชแล้วบรรลุอรหัตต์ ปิดท้ายเล่มด้วยบทสรุปจบอรรถกถาอปทานทั้งเล่ม (พุทธ-ปัจเจกพุทธ-เถราปทาน) ชื่อ 'วิสุทธชนวิลาสินี' พร้อมคาถาอุทิศส่วนกุศลปิดท้าย
- หน้า ๕๐๕–๕๐๗ สุเมธาเถรีอปทานที่ ๑ เปิดเถรีอปทาน สุเมธาวรรคที่ ๑ เปิดภาคเถรีอปทาน (หมวดประวัติภิกษุณี ซึ่งบาลีเดิมไม่มีอรรถกถาอธิบาย) ด้วยเรื่องพระสุเมธาเถรี ในอดีตชาติเป็นหญิงสหาย ๓ คนถวายวิหารทานแด่พระโกนาคมนพุทธเจ้า และเคยเป็นพระสหายพระราชธิดาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ได้เวียนว่ายเสวยสุขเป็นเทวดาและพระมเหสีพระเจ้าจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน จนชาติสุดท้ายบวชเป็นภิกษุณีบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๐๘–๕๐๙ เมขลทายิกาเถรีอปทานที่ ๒ พระเมขลทายิกาเถรี ในอดีตชาติถวายสายสะอิ้งเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและถวายอีกครั้งเมื่อพระสถูปของพระสิทธัตถพุทธเจ้าสร้างเสร็จ ด้วยกุศลนี้ไม่เคยตกทุคติเลย ชาติสุดท้ายบวชเป็นภิกษุณีบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๐๙ มัณฑปทายิกาเถรีอปทานที่ ๓ พระมัณฑปทายิกาเถรี ในอดีตชาติให้ช่างสร้างมณฑปและพระสถูปถวายพระโกนาคมนพุทธเจ้า ด้วยผลบุญนี้ไปที่ใดก็ได้รับการบูชาเสมอ ชาติสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๐ สังกมนทาเถรีอปทานที่ ๔ พระสังกมนทาเถรี ในอดีตชาตินอนคว่ำหน้าเป็นสะพานให้พระโกณฑัญญพุทธเจ้าเสด็จเหยียบผ่านศีรษะด้วยจิตเลื่อมใส ผลบุญนั้นส่งให้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต ชาติสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๐–๕๑๑ นฬมาลิกาเถรีอปทานที่ ๕ พระนฬมาลิกาเถรี ในอดีตชาติเกิดเป็นนางกินรีริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา พบพระปัจเจกพุทธเจ้าจึงเก็บดอกอ้อบูชาด้วยความเลื่อมใส ได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักกะและพระเจ้าจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ภายหลังสลดใจออกบวชจนบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๒–๕๑๓ เอกปิณฑปาตทายิกาเถรีอปทานที่ ๖ พระเอกปิณฑปาตทายิกาเถรี ในอดีตชาติเป็นพระมเหสีพระเจ้าพันธุมา นครพันธุมดี เกิดสังเวชใจว่าตนไม่เคยทำบุญใดเลยจะต้องตกนรก จึงทูลขอพระราชาส่งพระสงฆ์มาให้ตนถวายภัตตาหารข้าวปนน้ำนม ด้วยบุญนี้ได้เป็นพระอัครมเหสีท้าวสักกะและพระเจ้าจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ชาติสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๔–๕๑๕ กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถรีอปทานที่ ๗ พระกฏัจฉุภิกขาทายิกาเถรี ในอดีตชาติถวายภิกษาหนึ่งทัพพีแด่พระติสสพุทธเจ้าขณะเสด็จบิณฑบาต พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์อานิสงส์แล้วเหาะขึ้นสู่นภากาศ ด้วยบุญนั้นได้เป็นพระอัครมเหสีท้าวสักกะและพระเจ้าจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ชาติสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๕–๕๑๘ สัตตอุปลมาลิกาเถรีอปทานที่ ๘ พระสัตตอุปลมาลิกาเถรี ในอดีตชาติเป็นพระมเหสีเมืองอรุณวดี กำลังร้อยพวงมาลัยด้วยดอกอุบล ๗ ดอก เกิดความคิดว่าควรบูชาพระพุทธเจ้าดีกว่าประดับตน จึงรอถวายเป็นเครื่องกั้นแดดเหนือพระเศียรขณะเสด็จผ่าน ด้วยบุญนี้มีผิวพรรณและกลิ่นกายดุจดอกอุบล และได้เป็นพระอัครมเหสีท้าวสักกะและพระเจ้าจักรพรรดินับครั้งไม่ถ้วน ชาติสุดท้ายบวชบรรลุอรหัตต์
- หน้า ๕๑๘–๕๒๑ ปัญจทีปิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายประทีป ๕ ดวง พระเถรีเล่าว่าพบต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหังสวดี อธิษฐานขอปาฏิหาริย์แล้วนั่งบูชาด้วยประทีป ๕ ดวงตลอด ๗ วัน ผลบุญทำให้ได้วิมานชื่อปัญจทีปวิมานในดาวดึงส์ มีดวงตาทิพย์เห็นได้ไกล เกิดมาแล้วดวงตาไม่เคยหลับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา อายุเพียง ๗ ขวบก็บรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๒๒–๕๒๔ อุทกทายิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายน้ำ พระเถรีเล่าว่าเคยเป็นหญิงหาบน้ำขายเลี้ยงชีพและเลี้ยงดูบุตร แม้ไม่มีของถวายก็ยังนำน้ำไปตั้งไว้ในซุ้มน้ำเพื่อเป็นทานแก่บุญเขต ด้วยบุญเพียงเท่านี้ได้เกิดในสวรรค์ ไม่เคยกระหายน้ำหรือร้อนกายอีกเลย และบรรลุอรหัตตผลในภพสุดท้าย เป็นการปิดท้ายวรรคแรกคือสุเมธาวรรค
- หน้า ๕๒๕–๕๒๗ เอกุโปสถิกาเถรีอปทาน - ผลของการรักษาอุโบสถศีล เปิดวรรคใหม่ (เอกกุโปสถวรรค) พระเถรีเล่าว่าเคยเป็นนางกุมภทาสีในเมืองพันธุมดี เห็นพระราชาทรงละราชกิจมารักษาอุโบสถศีลจึงเกิดศรัทธาทำตามด้วยใจเบิกบาน ด้วยผลบุญนี้ได้เสวยสมบัติในสวรรค์และมนุษย์มากมาย อายุเพียง ๗ ขวบก็บวชและบรรลุอรหัตตผลในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน
- หน้า ๕๒๗–๕๒๘ สลฬปุปผิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายดอกช้างน้าว พระเถรีเล่าว่าเมื่อเกิดเป็นนางกินรีริมแม่น้ำจันทภาคา ได้ถวายดอกช้างน้าวแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้าขณะทรงจงกรม ด้วยกุศลนี้ไม่เคยตกทุคติเลยตลอด ๙๑ กัป จนบวชและบรรลุอรหัตตผลในที่สุด
- หน้า ๕๒๘–๕๒๙ โมทกทายิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายขนมต้ม ๓ ชิ้น พระเถรีเล่าว่าเคยเป็นนางกุมภทาสีในเมืองพันธุมดี พบสมณะระหว่างทางไปท่าน้ำ จึงถวายขนมต้มส่วนของตนเอง ๓ ชิ้นด้วยใจเลื่อมใส ด้วยบุญเพียงเท่านี้ไม่ตกวินิบาตตลอด ๒ กัป และบรรลุธรรมอันไม่หวั่นไหวในที่สุด
- หน้า ๕๒๙–๕๓๒ เอกาสนทายิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายอาสนะ พระเถรีเล่าว่าเป็นหญิงช่างกรองดอกไม้ในเมืองหังสวดี พบพระสมณะเดินกลางแดดเที่ยงวัน จึงปูลาดอาสนะด้วยผ้าวิจิตรและถวายบิณฑบาตด้วยใจเมตตา ด้วยบุญนี้ได้วิมานและบัลลังก์วิจิตรมากมาย เกิดในสกุลสูงทุกภพไม่เคยขาดแคลนโภคทรัพย์ สุดท้ายสละราชสมบัติออกบวชและบรรลุธรรม
- หน้า ๕๓๒–๕๓๕ ปัญจทีปทายิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายประทีป ๕ ดวง พระเถรีเล่าเรื่องทำนองเดียวกับปัญจทีปิกาเถรี คือพบต้นโพธิ์ในเมืองหังสวดี อธิษฐานขอปาฏิหาริย์แล้วบูชาด้วยประทีป ๕ ดวงตลอด ๗ คืน ผลบุญให้ได้วิมานปัญจทีปในดาวดึงส์ ดวงตาทิพย์แจ่มใส เกิดมาอายุเพียง ๗ ขวบก็บวชและบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๓๖–๕๓๗ นฬมาลิกาเถรีอปทาน - ผลของการถวายดอกอ้อ พระเถรีเล่าเรื่องคล้ายกับนฬาลิกาเถรีในวรรคก่อน คือเคยเกิดเป็นนางกินรีริมแม่น้ำจันทภาคา ถวายดอกอ้อแด่พระสยัมภูพุทธเจ้าด้วยใจเลื่อมใสเป็นปีติ ด้วยบุญนี้ได้เป็นมเหสีท้าวสักกะและพระเจ้าจักรพรรดิหลายครั้งไม่เคยตกทุคติตลอด ๘๔ กัป สุดท้ายออกบวชและบรรลุอรหัตตผล
- หน้า ๕๓๗–๕๖๖ มหาปชาบดีโคตมีเถรีอปทาน - การปรินิพพานของพระมาตุจฉา เรื่องราวยิ่งใหญ่ของพระนางมหาปชาบดีโคตมี พระมาตุจฉาผู้เลี้ยงดูพระพุทธเจ้ามาแต่ประสูติ เมื่อพระชนมายุ ๑๒๐ ปี ทรงตรึกจะปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุณี ๕๐๐ รูป ทรงแสดงฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากมายต่อหน้าพุทธบริษัทเพื่อลบล้างความสงสัยว่าสตรีบรรลุธรรมได้ ก่อนเล่าบุพกรรมที่ตั้งความปรารถนาไว้สมัยพระปทุมุตตระพุทธเจ้า แล้วเข้าฌานดับขันธปรินิพพาน เหล่าเทวดามนุษย์พากันถวายสักการะเป็นการใหญ่ พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องความไม่เที่ยงแห่งสังขาร
- หน้า ๕๖๖–๕๘๐ เขมาเถรีอปทาน - จากหญิงหลงรูปสู่เอตทัคคะฝ่ายปัญญามาก พระนางเขมา อัครมเหสีพระเจ้าพิมพิสาร ทรงหลงใหลในรูปโฉมของตนจนไม่กล้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์จึงทรงเนรมิตหญิงงามให้ปรากฏต่อหน้าแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหญิงชราจนตายเน่าเปื่อยเพื่อสอนความไม่เที่ยงของรูปกาย พระนางสลดใจ ฟังมหานิทานสูตรจนบรรลุโสดาบัน แล้วออกบวชบรรลุอรหัตตผล ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายมีปัญญามาก
- หน้า ๕๘๐–๕๙๑ อุบลวรรณาเถรีอปทาน - เอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์มาก พระอุบลวรรณาเถรีแสดงฤทธิ์ถวายพระพุทธเจ้า เช่น กอบน้ำในมหาสมุทรทั้งสี่ พลิกแผ่นดิน บีบครอบจักรวาล เล่าบุพกรรมที่เคยเป็นนางนาคกัญญาถวายดอกอุบลแด่พระปทุมุตตระพุทธเจ้าจนตั้งความปรารถนาเป็นเลิศด้านฤทธิ์ ต่อมาถูกมารมาข่มขู่ขณะบำเพ็ญเพียรในป่าแต่ไม่หวั่นไหว ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายมีฤทธิ์มาก
- หน้า ๕๙๒–๕๙๗ ปฏาจาราเถรีอปทาน - จากความสูญเสียสู่เอตทัคคะฝ่ายวินัย พระปฏาจาราเถรีเคยเป็นธิดาเศรษฐีที่หนีตามคนรักจนต้องสูญเสียสามีถูกงูกัดตาย บุตรทั้งสองตายจากอุบัติเหตุระหว่างข้ามแม่น้ำ และบิดามารดาพี่ชายก็เสียชีวิตพร้อมกัน นางเสียใจจนเกือบเสียสติ จนได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเรื่องความไม่มีที่พึ่งแท้จริงในโลก จึงบรรลุโสดาบัน บวชและบรรลุอรหัตตผล ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายทรงพระวินัย
- หน้า ๕๙๘–๖๐๔ กุณฑลเกสีเถรีอปทาน - เอตทัคคะฝ่ายตรัสรู้เร็ว เปิดวรรคใหม่ (กุณฑลเกสวรรค) พระภัททากุณฑลเกสีเถรีเคยตกหลุมรักโจรที่ถูกจับไปประหาร บิดาไถ่ชีวิตให้แต่งงานด้วย แต่โจรหมายฆ่านางเพื่อชิงเครื่องประดับ นางใช้ปัญญาหลอกผลักโจรตกเหวรอดชีวิต แล้วออกบวชเป็นปริพาชิกา จนวันหนึ่งเห็นนิมิตหนอนในกิ่งไม้ที่ถูกล้อเลียน จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ฟังธรรมบรรลุอรหัตตผลทันทีที่บวช ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายตรัสรู้เร็ว
- หน้า ๖๐๔–๖๑๐ กิสาโคตมีเถรีอปทาน - เอตทัคคะฝ่ายทรงจีวรเศร้าหมอง พระกิสาโคตมีเถรีสูญเสียบุตรน้อยที่รักยิ่ง จึงอุ้มศพเที่ยวหายารักษา พระพุทธเจ้าทรงให้ไปหาเมล็ดพันธุ์ผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตาย นางเดินหาทั่วเมืองแต่ไม่พบสักหลังเดียว จึงได้สติเข้าใจความไม่เที่ยงของชีวิต วางศพแล้วบวช บรรลุอรหัตตผล ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายทรงจีวรเศร้าหมอง (ถือผ้าบังสุกุล)
- หน้า ๖๑๐–๖๑๔ ธรรมทินนาเถรีอปทาน - เอตทัคคะฝ่ายแสดงธรรม พระธรรมทินนาเถรีเคยเป็นสาวใช้ที่ถวายขนมแก่พระอัครสาวกจนได้แต่งงานเป็นลูกสะใภ้ ต่อมาสามีบรรลุอนาคามีและอนุญาตให้นางบวช นางบรรลุอรหัตตผลอย่างรวดเร็ว และสามารถแก้ปัญหาธรรมะอันลึกซึ้งที่สามีเดิมถามได้ทั้งหมดตรงตามที่พระพุทธเจ้าทรงตอบ พระองค์จึงยกย่องว่าไม่มีภิกษุณีรูปใดเป็นธรรมกถึกเทียบเท่า ตั้งเป็นเอตทัคคะฝ่ายแสดงธรรม
- หน้า ๖๑๕–๖๑๙ สกุลาเถรีอปทาน - ผลของการถวายน้ำมันตามประทีปบูชาพระเจดีย์ พระสกุลาเถรีเคยเป็นปริพาชิกาที่ได้น้ำมันเพียงเล็กน้อยจากการขอทาน แต่นำไปเติมประทีปบูชาพระเจดีย์สัพพสังวรด้วยใจผ่องใส ด้วยผลบุญนี้ทำให้มีดวงตาทิพย์มองทะลุกำแพงและภูเขาได้ในภพต่อมา บวชแล้วบรรลุอรหัตตผลอย่างรวดเร็ว ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายมีทิพยจักษุ
- หน้า ๖๒๐–๖๒๗ นันทาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระนันทาเถรี พระขนิษฐาต่างมารดาของพระพุทธเจ้า มีรูปงามที่สุดรองจากพระนางยโสธรา ถูกพระมารดาตักเตือนให้บวชตามพระเชษฐา แต่นางบวชเพียงกาย ใจยังหลงในความงามของตน พระพุทธเจ้าจึงทรงเนรมิตหญิงสาวสวยกว่านางให้เห็นตรงหน้า แล้วให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของหญิงนั้นจากสาวสวยกลายเป็นซากศพเน่าเปื่อยทีละน้อย นางสลดใจจนมองเห็นว่าร่างกายของตนก็ไม่ต่างกัน จึงเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตผล ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายผู้ยินดีในฌาน
- หน้า ๖๒๗–๖๓๐ โสณาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระโสณาเถรี ผู้มีบุตรชายสิบคนล้วนรูปงามเป็นที่รัก เมื่อสามีและบุตรทุกคนพากันออกบวชจนหมดสิ้น นางอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวจึงบวชตามไปยังวัดที่สามีเคยอยู่ ภิกษุณีรุ่นน้องใช้ให้นางต้มน้ำแล้วพากันไปกิจอื่นทิ้งนางไว้ผู้เดียว นางถือโอกาสนั้นเจริญวิปัสสนาจนบรรลุอรหัตผล เมื่อภิกษุณีกลับมาถามหาน้ำร้อน นางอธิษฐานให้น้ำเดือดทันทีด้วยฤทธิ์ เป็นที่อัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายผู้ปรารภความเพียร
- หน้า ๖๓๑–๖๔๐ ภัททกาปิลานีเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระภัททกาปิลานีเถรี ผู้เวียนว่ายเกิดเป็นคู่บุญคู่บารมีกับพระมหากัสสปะมาหลายภพ เคยร่วมสร้างสถูปประดับรัตนะและตามประทีปนับแสนดวงบูชาพระศาสดา แต่ก็เคยพลาดพลั้งโกรธแล้วเทอาหารทิ้งไม่ยอมถวายพระปัจเจกพุทธเจ้า ทำให้ต้องรับผลกรรมมีกลิ่นกายเหม็นในหลายชาติถัดมา จนภายหลังกลับใจถวายทานแก้ไขจนหมดกลิ่น ภพสุดท้ายเกิดเป็นธิดาพราหมณ์ชื่อภัททา แต่งงานกับปิปผลิมาณพ (พระมหากัสสปะ) ทั้งคู่เบื่อหน่ายทางโลกเหมือนกันจึงออกบวชพร้อมกัน บรรลุอรหัตผลทั้งสอง
- หน้า ๖๔๐–๖๕๒ ยโสธราเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระยโสธราเถรี อดีตพระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อชราภาพวัย ๗๖ ปี เข้าเฝ้าทูลลาพระพุทธเจ้าก่อนนิพพาน แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ให้ประจักษ์แก่ที่ประชุมเพื่อตัดความสงสัย จากนั้นกราบทูลรำลึกว่าตนร่วมสร้างบุญบารมีเคียงข้างพระโพธิสัตว์มาตั้งแต่ครั้งพบพระทีปังกรพุทธเจ้า ยอมสละชีวิต ทรัพย์สิน บุตรธิดา และแม้ตัวเองเป็นทานนับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่เคยเสียใจ เพื่อสนับสนุนการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ ก่อนออกบวชและบรรลุอรหัตผลในที่สุด
- หน้า ๖๕๓–๖๕๕ ทสสหัสสเถรีอปทาน เล่าเรื่องภิกษุณีหนึ่งหมื่นรูปที่มีพระยโสธราเถรีเป็นประธาน ในอดีตชาติต่างเคยเป็นภรรยาร่วมของสุเมธบัณฑิต (พระโพธิสัตว์) ครั้งที่ท่านได้รับพยากรณ์เป็นพระพุทธเจ้าจากพระทีปังกร ทุกนางร่วมกันบำเพ็ญทาน ศีล และภาวนาสืบเนื่องมายาวนาน ภพสุดท้ายเกิดในศากยสกุล พรั่งพร้อมด้วยลาภยศ แต่เมื่อออกบวชกลับไม่ยึดติด บรรลุอรหัตผลพร้อมกันภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน
- หน้า ๖๕๕–๖๖๔ อัฏฐารสสหัสสเถรีอปทาน เล่าเรื่องภิกษุณี ๑๘,๐๐๐ รูปเชื้อสายศากยะ มีพระยโสธราเถรีเป็นหัวหน้า กราบทูลลาพระพุทธเจ้าก่อนนิพพานเช่นเดียวกับหมู่แรก แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ร่วมกันแล้วรำลึกถึงบุญบารมีที่เคยร่วมสร้างกับพระโพธิสัตว์มาแต่ครั้งพระทีปังกรพุทธเจ้า ยอมสละทุกสิ่งเพื่อพระโพธิสัตว์ตลอดสังสารวัฏโดยไม่เคยเสียใจ ก่อนออกบวชบรรลุอรหัตผลอย่างรวดเร็ว ปิดท้ายด้วยรายชื่ออปทานทั้ง ๑๐ เรื่องในกุณฑลเกสีวรรคที่ ๓ รวม ๔๗๘ คาถา
- หน้า ๖๖๕–๖๖๖ อัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถรีอปทาน เปิดวรรคใหม่คือขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔ เล่าเรื่องภิกษุณีเชื้อสายกษัตริย์ ๑๘,๐๐๐ รูปที่มีพระยสวดีเถรีเป็นหัวหน้า กราบทูลว่าในอดีตต่างบำเพ็ญกุศลกรรมทั้งแก่พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และหมู่สงฆ์ร่วมกันเสมอ ด้วยแรงบุญที่สร้างร่วมกันจึงส่งผลให้เกิดร่วมกันในตระกูลกษัตริย์ในภพสุดท้าย เมื่อออกบวชก็บรรลุความดับทุกข์พร้อมกันภายในเวลาเพียงสองสามวัน
- หน้า ๖๖๗–๖๗๓ จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีอปทาน เล่าเรื่องภิกษุณีเชื้อสายพราหมณ์ ๘๔,๐๐๐ รูป กราบทูลถึงบุญเก่าสมัยพระปทุมุตตรพุทธเจ้า เมื่อชาวเมืองหังสวดีร่วมแรงร่วมใจสร้างสะพานข้ามแม่น้ำคงคาและสร้างวิหารถวายสงฆ์ เพื่อแก้ปัญหาที่ภิกษุต้องรอน้ำลดจนข้ามฟากไม่ได้เป็นเวลานาน ทุกคนที่ร่วมขนทรายและทำหัตถกรรมในงานนั้นอธิษฐานร่วมบุญกัน จึงเกิดร่วมกันอีกในภพสุดท้ายเป็นสกุลพราหมณ์ มีความสุขสบาย ก่อนออกบวชและบรรลุอรหัตผลด้วยกัน
- หน้า ๖๗๔–๖๗๗ อุปปลทายิกาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระอุปปลทายิกาเถรี ในอดีตชาติเป็นพระมเหสีของกษัตริย์เมืองอรุณวดี วันหนึ่งฉุกคิดได้ว่าตนไม่เคยทำบุญใดเลยเกรงจะตกนรก จึงทูลขอพระราชสวามีให้จัดสมณะมาให้นางถวายภัตตาหารด้วยมือตนเอง ผลบุญนั้นทำให้ได้เป็นพระมเหสีนับพันชาติ มีผิวพรรณงดงามดุจดอกบัว ภพสุดท้ายเกิดเป็นศากยราชธิดา ออกบวชและบรรลุอรหัตผลภายในเจ็ดคืนเท่านั้น
- หน้า ๖๗๗–๖๘๑ สิงคาลมาตาเถรีอปทาน เล่าเรื่องภิกษุณีผู้เป็นมารดาของสิงคาลมาณพ ในอดีตชาติเคยปรารถนาตำแหน่งเอตทัคคะฝ่ายศรัทธามั่นคง ภพสุดท้ายเกิดในสกุลเศรษฐี บุตรชายชื่อสิงคาลมาณพหลงผิดไปนับถือการไหว้ทิศแทนพระธรรม พระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมโปรดบุตรของนางระหว่างทางบิณฑบาต นางได้ร่วมฟังธรรมนั้นจนบรรลุโสดาปัตติผล จึงออกบวชและเจริญพุทธานุสสติจนบรรลุอรหัตผล ได้รับยกย่องเป็นเอตทัคคะฝ่ายศรัทธาไม่หวั่นไหว
- หน้า ๖๘๑–๖๘๖ สุกกาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระสุกกาเถรี ผู้เคยบวชเป็นภิกษุณีเป็นพหูสูตทรงธรรมมาแล้วในศาสนาของพระพุทธเจ้าถึงหกพระองค์ก่อนหน้า ภพสุดท้ายเกิดในราชคฤห์ ได้เห็นพุทธานุภาพจนศรัทธาออกบวชในสำนักพระธรรมทินนาเถรี บรรลุธรรมตั้งแต่ขณะปลงผม แล้วแสดงธรรมโปรดมหาชนจนมีผู้บรรลุธรรมตามนับพัน แม้ยักษ์ตนหนึ่งยังเลื่อมใสในธรรมเทศนาของนาง แสดงถึงอานุภาพของการแสดงธรรมที่ไพเราะลึกซึ้งดุจน้ำอมฤต
- หน้า ๖๘๖–๖๘๙ อภิรูปนันทาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระอภิรูปนันทาเถรี พระธิดาศากยราชผู้มีรูปงามจนเกิดการแย่งชิงในหมู่เจ้าชายศากยะ ครอบครัวจึงให้นางบวชเพื่อยุติปัญหา แต่นางกลัวพระพุทธเจ้าจะทรงตำหนิเรื่องความยึดติดในรูปจึงหลบเลี่ยงไม่เข้าเฝ้า พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตหญิงสาวสวยแล้วให้นางเห็นภาพนั้นแปรเปลี่ยนเป็นหญิงชราและซากศพตามลำดับ นางสลดใจ พิจารณาเห็นความไม่งามของร่างกายทั้งภายในภายนอกตามจริง จนบรรลุอรหัตผล
- หน้า ๖๙๐–๖๙๑ อัฑฒกาสีเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระอัฑฒกาสีเถรี ผู้เคยบวชในศาสนาพระกัสสปพุทธเจ้าแต่ด้วยจิตโกรธเคยด่าภิกษุณีผู้บริสุทธิ์ว่าเป็นหญิงแพศยา ผลกรรมนั้นทำให้ต้องตกนรกและเกิดเป็นหญิงแพศยาถูกขายต่อมาหลายชาติ แม้ภายหลังมีรูปงามในสกุลเศรษฐีกาสีก็ยังถูกกำหนดให้เป็นหญิงแพศยาซ้ำอีกเพราะผลกรรมเก่ายังไม่หมด จนได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าและตั้งใจบวช แม้ระหว่างทางถูกนักเลงลวนลามก็ยังบวชสำเร็จและหลุดพ้นจากวิบากกรรมนั้นในที่สุด
- หน้า ๖๙๒–๖๙๔ ปุณณิกาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระปุณณิกาเถรี ภพสุดท้ายเกิดเป็นทาสีรับใช้ในเรือนอนาถบิณฑิกเศรษฐี วันหนึ่งไปตักน้ำพบพราหมณ์ลงแช่น้ำเย็นเพื่อล้างบาป นางซักถามและสอนธรรมง่าย ๆ ว่าการอาบน้ำล้างบาปไม่ได้จริง จนพราหมณ์นั้นสลดใจออกบวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์ นางเองก็ได้รับอิสรภาพจากความเป็นทาสีเพราะทำคุณงามความดี แล้วออกบวชตามและบรรลุอรหัตผลไม่นานหลังจากนั้น สะท้อนว่าปัญญาสำคัญกว่าชาติกำเนิด
- หน้า ๖๙๔–๖๙๖ อัมพปาลีเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระอัมพปาลีเถรี ผู้เคยด่าว่าภิกษุณีผู้บริสุทธิ์ว่าเป็นหญิงแพศยาในอดีตชาติ ต้องรับผลกรรมตกนรกและเกิดเป็นหญิงแพศยานับหมื่นชาติ ภพสุดท้ายเกิดแบบผุดขึ้นในระหว่างกิ่งต้นมะม่วงจึงได้ชื่อว่าอัมพปาลี มีผู้คนหลายโกฏิหลงใหลในความงามของนาง ภายหลังนางเข้ามาบวชในพุทธศาสนาและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ผู้บริบูรณ์ด้วยปฏิสัมภิทาและอภิญญา แสดงว่าแม้อดีตจะแปดเปื้อนเพียงใด ก็หลุดพ้นได้ด้วยการปฏิบัติธรรม
- หน้า ๖๙๗–๖๙๙ เสลาเถรีอปทาน เล่าเรื่องพระเสลาเถรี ผู้เคยเกิดในสกุลอุบาสกได้ฟังพระกัสสปพุทธเจ้าทรงประกาศการตรัสรู้อริยสัจสี่เป็นครั้งแรก จึงศึกษาและซักถามธรรมจนเข้าใจลึกซึ้ง ภพสุดท้ายเกิดในสกุลเศรษฐีใหญ่ ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าอีกครั้งแล้วออกบวช ค้นคว้าอรรถธรรมทั้งปวงจนบรรลุอรหัตผลในเวลาไม่นาน ปิดท้ายด้วยบัญชีรายชื่ออปทาน ๑๐ เรื่องในขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔ ซึ่งเป็นวรรคสุดท้ายของเถรีอปทานและอปทานทั้งหมดในเล่มนี้
หน้า ๑–๕๐
หน้า ๕๑–๑๐๐
หน้า ๑๐๑–๑๕๐
หน้า ๑๕๑–๒๐๐
หน้า ๒๐๑–๒๕๐
หน้า ๒๕๑–๓๐๐
หน้า ๓๐๑–๓๕๐
หน้า ๓๕๑–๔๐๐
หน้า ๔๐๑–๔๕๐
หน้า ๔๕๑–๕๐๐
หน้า ๕๐๑–๕๕๐
หน้า ๕๕๑–๖๐๐
หน้า ๖๐๑–๖๕๐