ขันธปริตร
บทปริตร

ขันธปริตร

ขนฺธปริตฺตํ

บทแผ่เมตตาไปยังงูและสัตว์ทุกชนิด ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้เพื่อคุ้มครองตนเมื่ออยู่ในป่า

โอกาสที่ใช้สวด

สวดเมื่อต้องเข้าป่า เดินทางในที่เปลี่ยว ไปค้างแรมกลางแจ้ง หรือก่อนนอนในที่ที่ไม่คุ้นเคย และเป็นบทหนึ่งในชุดเจ็ดตำนาน

สั้นพอที่จะจำได้ทั้งบท ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ความเป็นมา

ที่มาของบทนี้อยู่ในอังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต และในพระวินัย จูฬวรรค ภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดจนมรณภาพ พระพุทธเจ้าตรัสว่าท่านคงยังไม่ได้แผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่ แล้วทรงอนุญาตให้ภิกษุแผ่เมตตาแบบนี้ เพื่อคุ้มครองตน รักษาตน และป้องกันตน

สังเกตว่าคำสอนไม่ได้เป็นคาถาบังคับสัตว์ แต่เป็นการตั้งเจตนาไม่เป็นศัตรูกับสิ่งมีชีวิตใด ๆ ก่อน แล้วจึงขอว่าอย่าให้ถูกเบียดเบียน ท่อนท้ายทบทวนว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้นไม่มีประมาณ ส่วนสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายมีประมาณ คือมีขอบเขตจำกัด

ที่ควรพูดให้ชัดคือ บทนี้ไม่ได้แทนความระมัดระวังตามปกติ ถ้าต้องเข้าที่มีงูก็ยังต้องใส่รองเท้า ส่องไฟ และดูทางเหมือนเดิม สิ่งที่การสวดให้ได้คือใจที่ไม่ตื่นตระหนกและไม่คิดทำร้ายสัตว์

คำบาลีในหน้านี้คัดจากพระไตรปิฎกบาลีในฐานข้อมูลของเว็บนี้ เล่ม ๒๑

คำบาลี

  1. วิรูปกฺเขหิ เม เมตฺตํ เมตฺตํ เอราปเถหิ เม วิรูปักเขหิ เม เมตตัง เมตตัง เอราปะเถหิ เม ขอความเป็นมิตรของข้าพเจ้าจงมีกับพญางูตระกูลวิรูปักข์ และตระกูลเอราปถะ
  2. ฉพฺยาปุตฺเตหิ เม เมตฺตํ เมตฺตํ กณฺหาโคตมเกหิ จ ฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตัง เมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ ขอความเป็นมิตรของข้าพเจ้าจงมีกับตระกูลฉัพยาปุตตะ และตระกูลกัณหาโคตมกะ
  3. อปาทเกหิ เม เมตฺตํ เมตฺตํ ทิปาทเกหิ เม อะปาทะเกหิ เม เมตตัง เมตตัง ทิปาทะเกหิ เม ขอความเป็นมิตรของข้าพเจ้าจงมีกับสัตว์ไม่มีเท้า และสัตว์สองเท้า
  4. จตุปฺปเทหิ เม เมตฺตํ เมตฺตํ พหุปฺปเทหิ เม จะตุปปะเทหิ เม เมตตัง เมตตัง พะหุปปะเทหิ เม ขอความเป็นมิตรของข้าพเจ้าจงมีกับสัตว์สี่เท้า และสัตว์หลายเท้า
  5. มา มํ อปาทโก หึสิ มา มํ หึสิ ทิปาทโก มา มัง อะปาทะโก หิงสิ มา มัง หิงสิ ทิปาทะโก ขอสัตว์ไม่มีเท้าอย่าเบียดเบียนข้าพเจ้า ขอสัตว์สองเท้าอย่าเบียดเบียนข้าพเจ้า
  6. มา มํ จตุปฺปโท หึสิ มา มํ หึสิ พหุปฺปโท มา มัง จะตุปปะโท หิงสิ มา มัง หิงสิ พะหุปปะโท ขอสัตว์สี่เท้าอย่าเบียดเบียนข้าพเจ้า ขอสัตว์หลายเท้าอย่าเบียดเบียนข้าพเจ้า
  7. สพฺเพ สตฺตา สพฺเพ ปาณา สพฺเพ ภูตา จ เกวลา สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา สัพเพ ภูตา จะ เกวะลา ขอสัตว์ทั้งปวง ผู้มีลมหายใจทั้งปวง และผู้เกิดมาแล้วทั้งหมด
  8. สพฺเพ ภทฺรานิ ปสฺสนฺตุ มา กิญฺจิ ปาปมาคมา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ มา กิญจิ ปาปะมาคะมา จงพบแต่สิ่งดีงาม อย่าให้สิ่งชั่วร้ายมาถึงใครเลย
  9. อปฺปมาโณ พุทฺโธ อปฺปมาโณ ธมฺโม อปฺปมาโณ สงฺโฆ อัปปะมาโณ พุทโธ อัปปะมาโณ ธัมโม อัปปะมาโณ สังโฆ พระพุทธเจ้าไม่มีประมาณ พระธรรมไม่มีประมาณ พระสงฆ์ไม่มีประมาณ
  10. ปมาณวนฺตานิ สิรึสปานิ อหิ วิจฺฉิกา สตปที ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ อะหิ วิจฉิกา สะตะปะที ส่วนสัตว์เลื้อยคลานนั้นมีประมาณ คืองู แมงป่อง ตะขาบ
  11. อุณฺณานาภี สรพู มูสิกา อุณณานาภี สะระพู มูสิกา แมงมุม ตุ๊กแก และหนู
  12. กตา เม รกฺขา กตา เม ปริตฺตา ปฏิกฺกมนฺตุ ภูตานิ กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา ปะฏิกกะมันตุ ภูตานิ ข้าพเจ้าได้ทำการรักษาแล้ว ได้ทำการป้องกันแล้ว ขอสัตว์ทั้งหลายจงหลีกไปเถิด
  13. โสหํ นโม ภควโต นโม สตฺตนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธานนฺติ โสหัง นะโม ภะคะวะโต นะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานันติ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาค ขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้