กรณียเมตตสูตร
กรณียเมตฺตสุตฺตํพระสูตรว่าด้วยเมตตาอันไม่มีประมาณ เริ่มจากคุณสมบัติของคนที่ฝึกตน แล้วสอนให้แผ่ความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทุกชนิดโด…
วฏฺฏกปริตฺตํ
คำสัจจกิริยาของลูกนกคุ้มที่บินไม่ได้และเดินไม่ได้ กล่าวความจริงตรง ๆ ต่อหน้าไฟป่าแทนที่จะขอให้ใครช่วย
เป็นบทหนึ่งในชุดเจ็ดตำนาน พระสงฆ์สวดในงานมงคลทั่วไป และตามประเพณีนิยมสวดเมื่อทำพิธีเกี่ยวกับบ้านเรือนหรือเมื่อมีเหตุไฟไหม้
สวดเองได้เมื่อรู้สึกว่าไม่มีกำลังจะทำอะไรกับสถานการณ์ตรงหน้า เนื้อหาของบทนี้ไม่ได้สอนให้ฝืนทำสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่สอนให้ยอมรับตามจริงว่าเรามีอะไรและไม่มีอะไร
ถ้าเรื่องที่กำลังเผชิญหนักเกินกว่าจะรับไหว การสวดเป็นเพียงที่พักใจชั่วคราว ควรหาคนคุยด้วยจริง ๆ ด้วย
เรื่องนี้มาสองที่ในพระไตรปิฎก วัฏฏกชาดกเก็บไว้เฉพาะคาถาสั้น ๆ ที่ลูกนกกล่าวกับไฟ ส่วนวัฏฏกโปตกจริยาในจริยาปิฎกเล่าเต็มว่า พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกนกคุ้มขนยังไม่ขึ้น พ่อแม่บินหนีไฟป่าไปแล้ว เหลือลูกนกอยู่ในรังตัวเดียว
สิ่งที่ลูกนกทำไม่ใช่การอ้อนวอน แต่เป็นสัจจกิริยา คือการกล่าวความจริงที่ตรวจสอบได้ออกมาตรง ๆ ว่า "ปีกของเรามีอยู่ แต่บินไม่ได้ เท้าของเรามีอยู่ แต่เดินไม่ได้ พ่อแม่ก็ออกไปแล้ว" แล้วอาศัยกำลังของความจริงนั้นเอง ในเรื่องเล่าว่าไฟเว้นบริเวณรังไว้ ข้อคิดที่ใช้ได้จริงคือการยอมมองสถานการณ์ตามที่เป็น ซึ่งมักทำให้ใจนิ่งลงกว่าการดิ้นรน
คำบาลีที่สวดกันคัดมาจากจริยาปิฎก คำว่า "ชาตเวท" เป็นคำเรียกไฟ และ "โสฬส กรีสานิ" คือระยะประมาณสิบหกกรีสที่ไฟเว้นไว้
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระสูตรว่าด้วยเมตตาอันไม่มีประมาณ เริ่มจากคุณสมบัติของคนที่ฝึกตน แล้วสอนให้แผ่ความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทุกชนิดโด…
บทแผ่เมตตาไปยังงูและสัตว์ทุกชนิด ที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้เพื่อคุ้มครองตนเมื่ออยู่ในป่า
บทสั้นสำหรับสวดเมื่อฝันร้ายหรือเจอเรื่องที่ทำให้ใจไม่ดี ขอให้ความหวาดหวั่นนั้นหมดไปด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย
คาถานอบน้อมพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทีละองค์ โดยบอกเหตุผลว่าแต่ละองค์ควรแก่การนอบน้อมเพราะอะไร