เมื่ออาตมาเที่ยวไปบิณฑบาตยืนนิ่งอยู่ หญิงผู้
ใดเข็ญใจยากไร้ อาศัยชายคาเรือนคนอื่น เลื่อมใส
แล้วถวายข้าวตังด้วยมือตนเองแก่อาตมา หญิงผู้นั้น
ละกายมนุษย์แล้ว เคลื่อนพ้นจากความลำเค็ญนี้แล้ว
ทวยเทพมีฤทธิ์มาก ชื่อชั้นนิมมานรดีมอยู่ หญิงผู้
ถวายเพียงข้าวตังนั้น ก็บันเทิงสุขอยู่ในสวรรค์ชั้น
นิมมานรดีนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิปฺปมุตฺตา ได้แก่ หลุดพ้นไปจาก ความมีโชคร้ายของมนุษย์ จากความเป็นอยู่ที่น่ากรุณาเป็นอย่างยิ่งนั้น.
บทว่า โมทิตา จามทายิกา ความว่า ก็หญิงชื่อนั้นถวายทาน เพียงข้าวตัง ยังบันเทิงอยู่ด้วยทิพยสมบัติในกามาวจรสวรรค์ชั้นที่ ๕ ท่านแสดงว่า ขอท่านจงดูผลของทานซึ่งพรั่งพร้อมด้วยเขตสัมปทา [ คือ พระทักษิไณยบุคคลผู้เป็นปฏิคาหก]
ท้าวสักกะ สดับว่าทานของหญิงนั้นมีผลใหญ่ และมีอานิสงส์ผล ใหญ่แล้ว เมื่อทรงสรรเสริญทานนั้นอีก จึงตรัสว่า
น่าอัศจรรย์จริงหนอ ทานที่หญิงผู้ยากไร้ตั้งไว้
ดีแล้ว ในพระคุณเจ้ากัสสปะ ด้วยไทยทานที่นาง
นำมาแต่ผู้อื่น ทักษิณายังสำเร็จผลได้จริงหนอ ข้อที่
นารีผู้งามทั่วสรรพางค์ สามีมองไม่จืด ได้รับอภิเษก
เป็นเอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่เท่า
เสี้ยวที่ ๑๖ ของอาจามทานนี้ [ถวายข้าวตัง]