ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๒๖๒ · ข้อ 184
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สำนักของพระศาสดา ได้มีศรัทธาบรรพแล้ว เรียนกรรมฐานที่เหมาะแก่จริต อยู่ในป่า เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานเลย. สมดังคาถา- ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ในกาลนั้น เราเห็นต้นกรรณิการ์มีดอกบาน

จึงเก็บมาบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า

ติสสะ ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ผู้คงที่ ในกัปที่ ๙๒ แต่

ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด

ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง

พุทธบูชาในกัปที่ ๓๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

มีพลมาก ปรากฏนามว่า อรุณปาณี สมบูรณ์

ด้วยแก้ว ๗ ประการ. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ

คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ไปยังสำนักของพระศาสดา นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยอาการชมเชยพระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ได้กล่าวคาถาว่า

ข้าแต่พระพุทธเจ้า ผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์

ขอนอบน้อมแต่พระองค์ พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว

จากสิ่งทั้งปวง เมื่อข้าพระองค์อยู่ในพระโอวาทของ

พระองค์ จึงเป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่เป็นสุขสำราญ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นโม แสดงถึงการประณาม. บทว่า เต แสดงถึงการมอบให้ด้วยกิริยานอบน้อม อธิบายว่า ขอนอบน้อมแด่ พระองค์.

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๑๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้