นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธ ศาสนา ดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระสลฬปุปผิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สลฬปุปผิกาเถริยาปทาน. โมทกทายิกาเถริยาปทานที่ ๓ ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนมต้ม [๑๕๓] ดิฉันเป็นนางกุมภทาสีอยู่ในพระนครพันธุมดี ดิฉันถือเอาขนมต้ม อันเป็นส่วนของดิฉันไปท่าน้ำ ได้พบสมณะผู้มีจิตสงบ มีใจเป็น สมาธิที่หนทางก็มีจิตเลื่อมใสโสมนัส จึงได้ถวายขนมต้ม ๓ ชิ้น เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันจึง ไม่ได้ไปสู่วินิบาตเลยตลอด ๒๙ กัป ก็ดิฉันทำสมบัติแล้วเสวยสิ้น ทุกอย่าง ดิฉันได้บรรลุอจลบทเพราะถวายขนมต้ม ๓ ชิ้น ดิฉัน เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระโมทกทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โมทกทายิกาเถริยาปทาน. เอกาสนทายิกาเถริยาปทานที่ ๔ ว่าด้วยผลแห่งการจัดอาสนะถวายสงฆ์ [๑๕๔] ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงช่างกรองดอกไม้ชาวพระนครหงสวดี มารดา บิดาของดิฉันท่านไปทำงาน ดิฉันได้พบพระสมณะกำลังเดินไปตาม ถนนในเวลาเที่ยงวัน ดิฉันได้ปูลาดอาสนะไว้ ครั้นปูลาดอาสนะด้วย ผ้าโกเชาว์อันวิจิตรเป็นต้นแล้ว เป็นผู้มีจิตเลื่อมใสโสมนัส กล่าว ดังนี้ว่า ภูมิภาคแรงร้อน แก่กล้าเวลาเที่ยง แดดจัด ลมไม่รำเพยพัด และเวลานี้ก็จวนจะเลยเวลาแล้ว ข้าแต่พระมหามุนี อาสนะนี้ดิฉัน