ปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
ปจฺฉิมพุทฺโธวาทปาฐพระดำรัสสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน ว่าสังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงทำประโยชน์ให้ถึงพร้อมด้วยความ…
ธมฺมนิยามสุตฺตํ (อุปฺปาทสุตฺตํ)
พระสูตรสั้นว่าด้วยความจริงสามข้อที่คงอยู่เองไม่ว่าจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติหรือไม่ คือสังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน
เป็นบทสั้น จึงนิยมสวดต่อท้ายทำวัตรเย็น หรือสวดก่อนนั่งสมาธิเพื่อตั้งหลักให้ใจ
บางวัดสวดบทนี้ในงานศพและงานทำบุญอุทิศ เพราะเนื้อหาพูดถึงความไม่เที่ยงอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ตำหนิใครและไม่โยนความผิดให้ผู้จากไป
ถ้าจะสวดคนเดียว สวดช้า ๆ สักสามจบ แล้วนั่งเงียบต่ออีกสักครู่ จะเห็นว่าคำสามคำนี้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจพอดี
สูตรนี้อยู่ในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต มีชื่อในพระไตรปิฎกว่าอุปปาทสูตร แต่คนไทยรู้จักกันในชื่อธัมมนิยามสูตร เพราะคำว่า ธมฺมนิยามตา ในตัวบท แปลได้ว่าความเป็นไปตามธรรมดาของสิ่งทั้งหลาย
ใจความสั้นมาก พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ว่าจะมีตถาคตอุบัติขึ้นหรือไม่ก็ตาม ความจริงสามข้อนี้ก็คงอยู่ของมันอยู่แล้ว สิ่งที่ตถาคตทำคือตรัสรู้ความจริงนั้น แล้วนำมาบอก แสดง บัญญัติ เปิดเผย จำแนก และทำให้เข้าใจง่าย
ประโยคนี้บอกฐานะของพระพุทธเจ้าไว้ชัดเจน ว่าเป็นผู้ค้นพบและผู้อธิบาย ไม่ใช่ผู้สร้างกฎ และบอกฐานะของผู้ฟังไว้ด้วยว่า เราไม่ต้องเชื่อเพราะใครสั่ง แต่ดูได้เองว่าสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นนั้นเปลี่ยนไปจริงหรือไม่
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระดำรัสสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน ว่าสังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงทำประโยชน์ให้ถึงพร้อมด้วยความ…
คาถาธรรมบทที่ชี้ว่าที่พึ่งอย่างภูเขา ป่า และต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ยังไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม ที่พึ่งอันเกษมคือพระรัต…
พระธรรมเทศนาครั้งที่สาม แสดงแก่ชฎิลพันรูปที่ตำบลคยาสีสะ ว่าตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ล้วนกำลังลุกเป็นไฟด้วยราคะ โ…
พระดำรัสว่าธรรมนี้ทรงแสดงไว้ชัดแล้ว จึงควรแก่การลงมือทำความเพียร และผู้เกียจคร้านอยู่เป็นทุกข์ ผู้ปรารภความเพี…