อาฏานาฏิยปริตร
อาฏานาฏิยปริตฺตํบทนอบน้อมพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ ตัดตอนมาจากอาฏานาฏิยสูตร นิยมสวดปิดท้ายชุดเจ็ดตำนานเพื่อความอุ่นใจ
รตนสุตฺตํ
บทที่กล่าวถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทีละข้อ แล้วปิดท้ายแต่ละบทด้วยคำสัตย์ว่า ด้วยความจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี
สวดในงานมงคลและงานทำบุญบ้าน มักสวดต่อจากมงคลสูตร และเป็นบทหลักในพิธีสวดพระปริตรเมื่อมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับบ้านหรือกับชุมชน
พระบางรูปจะพรมน้ำมนต์ตอนสวดบทนี้ ถ้าสวดเองที่บ้านก็ไม่ต้องมีพิธีอะไร สวดช้า ๆ ให้ใจอยู่กับคำแปลก็พอ
ตามเรื่องที่เล่าสืบกันมา เมืองเวสาลีเคยประสบภัยพร้อมกันสามอย่าง คือข้าวยากหมากแพง โรคระบาด และความวุ่นวาย ชาวเมืองจึงทูลเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จมา และพระอานนท์ได้สวดบทนี้เดินรอบกำแพงเมือง เรื่องนี้มาจากอรรถกถา ส่วนตัวพระสูตรอยู่ในขุททกปาฐะ เล่ม ๒๕
โครงของบทสวดคือ ยกคุณของพระรัตนตรัยขึ้นมาทีละข้อ แล้วลงท้ายว่า เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ แปลว่า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี คำสัตย์ในที่นี้ไม่ใช่การอ้อนวอน แต่เป็นการยืนยันความจริงที่มีอยู่จริง แล้วตั้งความปรารถนาดีไว้บนความจริงนั้น
คนไทยนิยมสวดบทนี้เพื่อความอุ่นใจในยามที่บ้านเมืองหรือครอบครัวมีเรื่องหนักใจ ผลที่เกิดขึ้นจริงคือใจที่สงบลงและมีที่ยึดเหนี่ยว ไม่ใช่การรับประกันว่าเหตุร้ายจะไม่เกิด
คำบาลีในหน้านี้คัดจากพระไตรปิฎกบาลีในฐานข้อมูลของเว็บนี้ เล่ม ๒๕ ครบทั้ง ๑๗ คาถา
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ ตัดตอนมาจากอาฏานาฏิยสูตร นิยมสวดปิดท้ายชุดเจ็ดตำนานเพื่อความอุ่นใจ
พระสูตรที่พระพุทธเจ้าสอนให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เมื่อเกิดความกลัวในที่เปลี่ยว แล้วความกลัวนั้นจะคลา…
คาถาแปดบทที่ทุกบทขึ้นต้นด้วยคำว่า นโม เป็นบทนอบน้อมพระรัตนตรัยอย่างสั้นก่อนเริ่มสวดบทอื่น
บทปิดท้ายพิธี แผ่ความปรารถนาดีให้สรรพสัตว์ เชิญเทวดาอนุโมทนาบุญ แล้วส่งท่านกลับ