รัตนสูตร
บทปริตร

รัตนสูตร

รตนสุตฺตํ

บทที่กล่าวถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทีละข้อ แล้วปิดท้ายแต่ละบทด้วยคำสัตย์ว่า ด้วยความจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี

โอกาสที่ใช้สวด

สวดในงานมงคลและงานทำบุญบ้าน มักสวดต่อจากมงคลสูตร และเป็นบทหลักในพิธีสวดพระปริตรเมื่อมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับบ้านหรือกับชุมชน

พระบางรูปจะพรมน้ำมนต์ตอนสวดบทนี้ ถ้าสวดเองที่บ้านก็ไม่ต้องมีพิธีอะไร สวดช้า ๆ ให้ใจอยู่กับคำแปลก็พอ

ความเป็นมา

ตามเรื่องที่เล่าสืบกันมา เมืองเวสาลีเคยประสบภัยพร้อมกันสามอย่าง คือข้าวยากหมากแพง โรคระบาด และความวุ่นวาย ชาวเมืองจึงทูลเชิญพระพุทธเจ้าเสด็จมา และพระอานนท์ได้สวดบทนี้เดินรอบกำแพงเมือง เรื่องนี้มาจากอรรถกถา ส่วนตัวพระสูตรอยู่ในขุททกปาฐะ เล่ม ๒๕

โครงของบทสวดคือ ยกคุณของพระรัตนตรัยขึ้นมาทีละข้อ แล้วลงท้ายว่า เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ แปลว่า ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี คำสัตย์ในที่นี้ไม่ใช่การอ้อนวอน แต่เป็นการยืนยันความจริงที่มีอยู่จริง แล้วตั้งความปรารถนาดีไว้บนความจริงนั้น

คนไทยนิยมสวดบทนี้เพื่อความอุ่นใจในยามที่บ้านเมืองหรือครอบครัวมีเรื่องหนักใจ ผลที่เกิดขึ้นจริงคือใจที่สงบลงและมีที่ยึดเหนี่ยว ไม่ใช่การรับประกันว่าเหตุร้ายจะไม่เกิด

คำบาลีในหน้านี้คัดจากพระไตรปิฎกบาลีในฐานข้อมูลของเว็บนี้ เล่ม ๒๕ ครบทั้ง ๑๗ คาถา

คำบาลี

  1. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภูตทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้
  2. ภุมฺมานิ วา ยานิว อนฺตลิกฺเข ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ทั้งที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินและในอากาศ
  3. สพฺเพว ภูตา สุมนา ภวนฺตุ สัพเพวะ ภูตา สุมะนา ภะวันตุ ขอให้ภูตทั้งปวงจงมีใจยินดี
  4. อโถปิ สกฺกจฺจ สุณนฺตุ ภาสิตํ อะโถปิ สักกัจจะ สุณันตุ ภาสิตัง และขอจงตั้งใจฟังคำที่จะกล่าวต่อไปนี้
  5. ตสฺมา หิ ภูตา นิสาเมถ สพฺเพ ตัสมา หิ ภูตา นิสาเมถะ สัพเพ เพราะเหตุนั้น ภูตทั้งหลาย ขอทุกท่านจงตั้งใจฟัง
  6. เมตฺตํ กโรถ มานุสิยา ปชาย เมตตัง กะโรถะ มานุสิยา ปะชายะ ขอจงแผ่ความเป็นมิตรแก่หมู่มนุษย์
  7. ทิวา จ รตฺโต จ หรนฺติ เย พลึ ทิวา จะ รัตโต จะ หะรันติ เย พะลิง ผู้นำเครื่องสักการะมาให้ทั้งกลางวันและกลางคืน
  8. ตสฺมา หิ เน รกฺขถ อปฺปมตฺตา ฯ ตัสมา หิ เน รักขะถะ อัปปะมัตตา เพราะเหตุนั้น ขอจงไม่ประมาท ช่วยคุ้มครองเขาเถิด
  9. ยํ กิญฺจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา ยัง กิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือโลกอื่น
  10. สคฺเคสุ วา ยํ รตนํ ปณีตํ สัคเคสุ วา ยัง ระตะนัง ปะณีตัง หรือรัตนะอันประณีตใดในสวรรค์
  11. น โน สมํ อตฺถิ ตถาคเตน นะ โน สะมัง อัตถิ ตะถาคะเตนะ ก็ไม่มีสิ่งใดเสมอด้วยพระตถาคต
  12. อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า
  13. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  14. ขยํ วิราคํ อมตํ ปณีตํ ขะยัง วิราคัง อะมะตัง ปะณีตัง ธรรมอันเป็นที่สิ้นกิเลส คลายความติด ไม่ตาย และประณีต
  15. ยทชฺฌคา สกฺยมุนี สมาหิโต ยะทัชฌะคา สักยะมุนี สะมาหิโต ซึ่งพระศากยมุนีผู้มีใจตั้งมั่นได้บรรลุแล้ว
  16. น เตน ธมฺเมน สมตฺถิ กิญฺจิ นะ เตนะ ธัมเมนะ สะมัตถิ กิญจิ ไม่มีสิ่งใดเสมอด้วยธรรมนั้น
  17. อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระธรรม
  18. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  19. ยมฺพุทฺธเสฏฺโฐ ปริวณฺณยี สุจึ ยัมพุทธะเสฏโฐ ปะริวัณณะยี สุจิง สมาธิอันบริสุทธิ์ที่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐทรงสรรเสริญ
  20. สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหุ สะมาธิมานันตะริกัญญะมาหุ ซึ่งท่านเรียกว่าสมาธิที่ให้ผลต่อเนื่องทันที
  21. สมาธินา เตน สโม น วิชฺชติ สะมาธินา เตนะ สะโม นะ วิชชะติ ไม่มีสมาธิใดเสมอด้วยสมาธินั้น
  22. อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ ธัมเม ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระธรรม
  23. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  24. เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสฏฺฐา เย ปุคคะลา อัฏฐะ สะตัง ปะสัฏฐา บุคคลแปดจำพวกที่ผู้รู้ทั้งหลายสรรเสริญ
  25. จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ จัตตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนติ นับเป็นคู่ได้สี่คู่
  26. เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา เต ทักขิเณยยา สุคะตัสสะ สาวะกา ท่านเหล่านี้เป็นสาวกของพระสุคต ควรแก่ของถวาย
  27. เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ เอเตสุ ทินนานิ มะหัปผะลานิ สิ่งที่ถวายในท่านเหล่านี้ย่อมมีผลมาก
  28. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  29. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  30. เย สุปฺปยุตฺตา มนสา ทฬฺเหน เย สุปปะยุตตา มะนะสา ทัฬเหนะ ท่านเหล่าใดตั้งใจมั่น ประกอบความเพียรอย่างดี
  31. นิกฺกามิโน โคตมสาสนมฺหิ นิกกามิโน โคตะมะสาสะนัมหิ ออกจากกามได้ในคำสอนของพระโคตมะ
  32. เต ปตฺติปตฺตา อมตํ วิคยฺห เต ปัตติปัตตา อะมะตัง วิคัยหะ ท่านเหล่านั้นบรรลุถึงอมตธรรม หยั่งลงสู่ความดับเย็น
  33. ลทฺธา มุธา นิพฺพุตึ ภุญฺชมานา ลัทธา มุธา นิพพุติง ภุญชะมานา ได้ความสงบเย็นมาโดยไม่ต้องซื้อหา และเสวยอยู่
  34. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  35. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  36. ยถินฺทขีโล ปฐวึ สิโต สิยา ยะถินทะขีโล ปะฐะวิง สิโต สิยา เสาเขื่อนที่ฝังลงในดินอย่างมั่นคง
  37. จตุพฺภิ วาเตภิ อสมฺปกมฺปิโย จะตุพภิ วาเตภิ อะสัมปะกัมปิโย ลมทั้งสี่ทิศก็ทำให้หวั่นไหวไม่ได้ฉันใด
  38. ตถูปมํ สปฺปุริสํ วทามิ ตะถูปะมัง สัปปุริสัง วะทามิ เราเรียกคนดีที่มั่นคงเช่นนั้นว่าสัตบุรุษ
  39. โย อริยสจฺจานิ อเวจฺจ ปสฺสติ โย อะริยะสัจจานิ อะเวจจะ ปัสสะติ คือผู้ที่เห็นอริยสัจได้อย่างแจ่มแจ้ง
  40. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  41. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  42. เย อริยสจฺจานิ วิภาวยนฺติ เย อะริยะสัจจานิ วิภาวะยันติ ท่านเหล่าใดทำอริยสัจให้แจ่มแจ้ง
  43. คมฺภีรปญฺเญน สุเทสิตานิ คัมภีระปัญเญนะ สุเทสิตานิ ซึ่งพระผู้มีปัญญาลึกซึ้งทรงแสดงไว้ดีแล้ว
  44. กิญฺจาปิ เต โหนฺติ ภุสปฺปมตฺตา กิญจาปิ เต โหนติ ภุสัปปะมัตตา แม้ท่านเหล่านั้นจะเผลอประมาทไปบ้าง
  45. น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺติ นะ เต ภะวัง อัฏฐะมะมาทิยันติ ก็จะไม่ถือเอาภพที่แปดอีกต่อไป
  46. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  47. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  48. สหาวสฺส ทสฺสนสมฺปทาย สะหาวัสสะ ทัสสะนะสัมปะทายะ พร้อมกับความถึงพร้อมด้วยความเห็นที่ถูกต้อง
  49. ตยสฺสุ ธมฺมา ชหิตา ภวนฺติ ตะยัสสุ ธัมมา ชะหิตา ภะวันติ ธรรมสามอย่างย่อมเป็นอันละได้
  50. สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉิตญฺจ สักกายะทิฏฐิ วิจิกิจฉิตัญจะ คือความเห็นว่ากายใจนี้เป็นตัวตน ความลังเลสงสัย
  51. สีลพฺพตํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจิ สีลัพพะตัง วาปิ ยะทัตถิ กิญจิ และการยึดถือข้อวัตรอย่างงมงายเท่าที่ยังมีอยู่
  52. จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต จะตูหะปาเยหิ จะ วิปปะมุตโต ท่านพ้นแล้วจากทางเสื่อมทั้งสี่
  53. ฉ จาภิฐานานิ อภพฺโพ กาตุํ ฉะ จาภิฐานานิ อะภัพโพ กาตุง และไม่อาจทำความผิดร้ายแรงหกอย่างได้อีก
  54. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  55. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  56. กิญฺจาปิ โส กมฺมํ กโรติ ปาปกํ กิญจาปิ โส กัมมัง กะโรติ ปาปะกัง แม้ท่านจะทำกรรมที่ไม่ดีลงไปบ้าง
  57. กาเยน วาจายุท เจตสา วา กาเยนะ วาจายุทะ เจตะสา วา ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ
  58. อภพฺโพ โส ตสฺส ปฏิจฺฉทาย อะภัพโพ โส ตัสสะ ปะฏิจฉะทายะ ท่านก็ไม่อาจปกปิดกรรมนั้นไว้ได้
  59. อภพฺพตา ทิฏฺฐปทสฺส วุตฺตา อะภัพพะตา ทิฏฐะปะทัสสะ วุตตา เพราะท่านกล่าวว่าผู้เห็นธรรมแล้วย่อมปกปิดไม่ได้
  60. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  61. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  62. วนปฺปคุมฺเพ ยถา ผุสฺสิตคฺเค วะนัปปะคุมเพ ยะถา ผุสสิตัคเค พุ่มไม้ในป่าที่ยอดออกดอกบานสะพรั่ง
  63. คิมฺหานมาเส ปฐมสฺมึ คิมฺเห คิมหานะมาเส ปะฐะมัสมิง คิมเห ในเดือนแรกแห่งฤดูร้อนฉันใด
  64. ตถูปมํ ธมฺมวรํ อเทสยิ ตะถูปะมัง ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ พระองค์ก็ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐเช่นนั้น
  65. นิพฺพานคามึ ปรมํ หิตาย นิพพานะคามิง ปะระมัง หิตายะ เป็นทางไปสู่นิพพาน เพื่อประโยชน์สูงสุด
  66. อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า
  67. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  68. วโร วรญฺญู วรโท วราหโร วะโร วะรัญญู วะระโท วะราหะโร พระองค์ผู้ประเสริฐ ทรงรู้สิ่งประเสริฐ ประทานสิ่งประเสริฐ นำมาซึ่งสิ่งประเสริฐ
  69. อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ อะนุตตะโร ธัมมะวะรัง อะเทสะยิ ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่า ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐไว้
  70. อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ พุทเธ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระพุทธเจ้า
  71. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  72. ขีณํ ปุราณํ นวํ นตฺถิ สมฺภวํ ขีณัง ปุราณัง นะวัง นัตถิ สัมภะวัง ของเก่าสิ้นแล้ว ของใหม่ก็ไม่เกิดขึ้นอีก
  73. วิรตฺตจิตฺตายติเก ภวสฺมึ วิรัตตะจิตตายะติเก ภะวัสมิง ใจคลายจากภพที่จะมีต่อไป
  74. เต ขีณพีชา อวิรุฬฺหิฉนฺทา เต ขีณะพีชา อะวิรุฬหิฉันทา ท่านเหล่านั้นสิ้นเชื้อแล้ว ไม่มีความอยากงอกขึ้นอีก
  75. นิพฺพนฺติ ธีรา ยถายมฺปทีโป นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป เป็นผู้มีปัญญา ดับไปเหมือนดวงประทีปดวงนี้
  76. อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ อิทัมปิ สังเฆ ระตะนัง ปะณีตัง นี่คือรัตนะอันประณีตในพระสงฆ์
  77. เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ฯ เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี
  78. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภูตทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้
  79. ภุมฺมานิ วา ยานิว อนฺตลิกฺเข ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ทั้งที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินและในอากาศ
  80. ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง พระตถาคตผู้ที่เทวดาและมนุษย์บูชา
  81. พุทฺธํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ ฯ พุทธัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ พวกเราขอนอบน้อมพระพุทธเจ้า ขอความสวัสดีจงมี
  82. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภูตทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้
  83. ภุมฺมานิ วา ยานิว อนฺตลิกฺเข ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ทั้งที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินและในอากาศ
  84. ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง ธรรมที่พระตถาคตผู้เทวดาและมนุษย์บูชาทรงแสดงไว้
  85. ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ ฯ ธัมมัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ พวกเราขอนอบน้อมพระธรรม ขอความสวัสดีจงมี
  86. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ ยานีธะ ภูตานิ สะมาคะตานิ ภูตทั้งหลายที่มาประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้
  87. ภุมฺมานิ วา ยานิว อนฺตลิกฺเข ภุมมานิ วา ยานิวะ อันตะลิกเข ทั้งที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินและในอากาศ
  88. ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ ตะถาคะตัง เทวะมะนุสสะปูชิตัง หมู่สาวกของพระตถาคตผู้เทวดาและมนุษย์บูชา
  89. สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ ฯ สังฆัง นะมัสสามะ สุวัตถิ โหตุ พวกเราขอนอบน้อมพระสงฆ์ ขอความสวัสดีจงมี

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้