กรณียเมตตสูตร
บทปริตร

กรณียเมตตสูตร

กรณียเมตฺตสุตฺตํ

พระสูตรว่าด้วยเมตตาอันไม่มีประมาณ เริ่มจากคุณสมบัติของคนที่ฝึกตน แล้วสอนให้แผ่ความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทุกชนิดโดยไม่เว้นใคร

โอกาสที่ใช้สวด

สวดในงานมงคลเป็นบทหนึ่งในชุดเจ็ดตำนาน และนิยมสวดก่อนนอนหรือหลังนั่งสมาธิ

พระป่าหลายสายให้ใช้บทนี้เป็นกรรมฐาน คือสวดช้า ๆ แล้วนึกถึงความหมายไปด้วย จนใจอ่อนโยนลงจริง ๆ

ถ้ากำลังโกรธหรือขุ่นใจกับใคร บทนี้ใช้ได้ดีเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพื่อกดความโกรธไว้ แต่เพื่อให้เห็นว่าใจยังเลือกอีกแบบได้

ความเป็นมา

พระสูตรนี้อยู่ในขุททกปาฐะและสุตตนิบาต เล่ม ๒๕ ตามเรื่องเล่า ภิกษุกลุ่มหนึ่งไปจำพรรษาในป่าแล้วถูกรุกขเทวดารบกวนจนอยู่ไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงประทานบทนี้ให้ใช้แทนอาวุธ คือแผ่เมตตาแทนการขับไล่

ครึ่งแรกของสูตรพูดถึงคนที่ควรจะเป็น คือ ตรง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง เลี้ยงง่าย มีกิจน้อย ครึ่งหลังจึงเป็นการแผ่เมตตาที่ขยายออกไปครอบคลุมสัตว์ทุกประเภท ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก ที่เห็นและที่ไม่เห็น ที่อยู่ไกลและอยู่ใกล้

ประโยคที่คนจำได้มากที่สุดคือ แม่รักลูกคนเดียวของตนได้ถึงขั้นยอมสละชีวิต ขอให้แผ่ใจแบบนั้นไปยังสรรพสัตว์ ข้อความนี้ไม่ได้บอกให้เรารู้สึกเท่ากับแม่ แต่บอกทิศทางที่ควรฝึกใจไป

คำบาลีในหน้านี้คัดจากพระไตรปิฎกบาลีในฐานข้อมูลของเว็บนี้ เล่ม ๒๕ ครบทั้งสูตร

คำบาลี

  1. กรณียมตฺถกุสเลน ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ กะระณียะมัตถะกุสะเลนะ ยันตัง สันตัง ปะทัง อะภิสะเมจจะ ผู้ฉลาดในประโยชน์ ที่มุ่งจะเข้าถึงความสงบ พึงทำอย่างนี้
  2. สกฺโก อุชู จ สุหุชู จ สุวโจ จสฺส มุทุ อนติมานี สักโก อุชู จะ สุหุชู จะ สุวะโจ จัสสะ มุทุ อะนะติมานี คือเป็นคนตรง ตรงจริง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง และองอาจในการฝึกตน
  3. สนฺตุสฺสโก จ สุภโร จ อปฺปกิจฺโจ จ สลฺลหุกวุตฺติ สันตุสสะโก จะ สุภะโร จะ อัปปะกิจโจ จะ สัลละหุกะวุตติ พอใจในสิ่งที่มี เลี้ยงง่าย มีภาระน้อย ใช้ชีวิตเบาสบาย
  4. สนฺตินฺทฺริโย จ นิปโก จ อปฺปคพฺโภ กุเลสุ อนนุคิทฺโธ สันตินทริโย จะ นิปะโก จะ อัปปะคัพโภ กุเลสุ อะนะนุคิทโธ สำรวมอินทรีย์ มีปัญญารักษาตน ไม่คะนอง ไม่ติดพันในบ้านที่ไปมาหาสู่
  5. น จ ขุทฺทํ สมาจเร กิญฺจิ เยน วิญฺญู ปเร อุปวเทยฺยุํ นะ จะ ขุททัง สะมาจะเร กิญจิ เยนะ วิญญู ปะเร อุปะวะเทยยุง ไม่ทำสิ่งเล็กน้อยใด ๆ ที่ผู้รู้จะตำหนิได้
  6. สุขิโน วา เขมิโน โหนฺตุ สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา สุขิโน วา เขมิโน โหนตุ สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา พึงตั้งใจว่า ขอสัตว์ทั้งปวงจงมีสุข มีความปลอดภัย มีใจเป็นสุขเถิด
  7. เย เกจิ ปาณภูตตฺถิ ตสา วา ถาวรา วา อนวเสสา เย เกจิ ปาณะภูตัตถิ ตะสา วา ถาวะรา วา อะนะวะเสสา สิ่งมีชีวิตทั้งหลายไม่ว่าชนิดใด ที่ยังหวาดสะดุ้งหรือมั่นคงแล้ว ไม่เว้นใครเลย
  8. ทีฆา วา เย มหนฺตา วา มชฺฌิมา รสฺสกา อณุกถูลา ทีฆา วา เย มะหันตา วา มัชฌิมา รัสสะกา อะณุกะถูลา ตัวยาว ตัวใหญ่ ตัวปานกลาง ตัวสั้น ตัวเล็ก หรือตัวอ้วน
  9. ทิฏฺฐา วา เย จ อทิฏฺฐา เย จ ทูเร วสนฺติ อวิทูเร ทิฏฐา วา เย จะ อะทิฏฐา เย จะ ทูเร วะสันติ อะวิทูเร ที่เราเห็นหรือไม่เห็น ที่อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้
  10. ภูตา วา สมฺภเวสี วา สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา ภูตา วา สัมภะเวสี วา สัพเพ สัตตา ภะวันตุ สุขิตัตตา ที่เกิดแล้วหรือกำลังจะเกิด ขอสัตว์ทั้งปวงจงมีใจเป็นสุขเถิด
  11. น ปโร ปรํ นิกุพฺเพถ นาติมญฺเญถ กตฺถจิ นํ กิญฺจิ นะ ปะโร ปะรัง นิกุพเพถะ นาติมัญเญถะ กัตถะจิ นัง กิญจิ อย่าให้ใครหลอกลวงใคร อย่าดูหมิ่นกันในที่ใด ๆ เลย
  12. พฺยาโรสนา ปฏีฆสญฺญา นาญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขมิจฺเฉยฺย พยาโรสะนา ปะฏีฆะสัญญา นาญญะมัญญัสสะ ทุกขะมิจเฉยยะ อย่าปรารถนาความทุกข์ให้แก่กันด้วยความโกรธหรือความขัดเคือง
  13. มาตา ยถา นิยํ ปุตฺตํ อายุสา เอกปุตฺตมนุรกฺเข มาตา ยะถา นิยัง ปุตตัง อายุสา เอกะปุตตะมะนุรักเข แม่ปกป้องลูกคนเดียวของตนได้แม้ด้วยชีวิตฉันใด
  14. เอวมฺปิ สพฺพภูเตสุ มานสมฺภาวเย อปริมาณํ เอวัมปิ สัพพะภูเตสุ มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง ขอจงเจริญใจอันไม่มีประมาณไปในสรรพสัตว์ฉันนั้น
  15. เมตฺตญฺจ สพฺพโลกสฺมึ มานสมฺภาวเย อปริมาณํ เมตตัญจะ สัพพะโลกัสมิง มานะสัมภาวะเย อะปะริมาณัง พึงเจริญเมตตาอันไม่มีประมาณไปในโลกทั้งปวง
  16. อุทฺธํ อโธ จ ติริยญฺจ อสมฺพาธํ อเวรํ อสปตฺตํ อุทธัง อะโธ จะ ติริยัญจะ อะสัมพาธัง อะเวรัง อะสะปัตตัง ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง และด้านข้าง ให้กว้างขวาง ไม่มีเวร ไม่มีศัตรู
  17. ติฏฺฐญฺจรํ นิสินฺโน วา สยาโน วา ยาว ตสฺส วิคตมิทฺโธ ติฏฐัญจะรัง นิสินโน วา สะยาโน วา ยาวะตัสสะ วิคะตะมิทโธ จะยืน จะเดิน จะนั่ง หรือจะนอน ตราบที่ยังไม่ง่วงหลับ
  18. เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺย พฺรหฺมเมตํ วิหารํ อิธมาหุ เอตัง สะติง อะธิฏเฐยยะ พรัหมะเมตัง วิหารัง อิธะมาหุ พึงตั้งสตินี้ไว้ ท่านเรียกการอยู่อย่างนี้ว่าเป็นการอยู่อย่างพรหม
  19. ทิฏฺฐิญฺจ อนุปคมฺม สีลวา ทสฺสเนน สมฺปนฺโน ทิฏฐิญจะ อะนุปะคัมมะ สีละวา ทัสสะเนนะ สัมปันโน ผู้ไม่ตกไปในความเห็นผิด มีศีล ถึงพร้อมด้วยความเห็นที่ถูกต้อง
  20. กาเมสุ วิเนยฺย เคธํ น หิ ชาตุ คพฺภเสยฺยํ ปุนเรตีติ กาเมสุ วิเนยยะ เคธัง นะ หิ ชาตุ คัพภะเสยยัง ปุนะเรตีติ นำความติดใจในกามออกได้ ย่อมไม่กลับมานอนในครรภ์อีกเลย

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้