เขมาเถริยาปทาน: จากผู้หลงรูปสู่ผู้เลิศด้วยปัญญา
เขมาเถริยาปทานํพระนางเขมา มเหสีพระเจ้าพิมพิสาร ภูมิใจในรูปงามและไม่ยอมไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพราะกลัวถูกติรูป เมื่อถูกชวนไปชมเวฬุว…
อตฺตทีปา วิหรถ อตฺตสรณา อนญฺญสรณา
"จงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง" — และพระพุทธเจ้าทรงบอกไว้เองว่าทำอย่างไร
คำสอนนี้ปรากฏหลายแห่ง ที่รู้จักมากคือช่วงที่พระพุทธเจ้าประชวรหนักที่เวฬุวคามในพรรษาสุดท้าย เมื่อหายประชวร พระอานนท์ทูลว่าเห็นพระองค์ประชวรแล้วใจเหมือนมืดมน ทรงตรัสว่าตถาคตไม่มีกำมือของอาจารย์ที่ซ่อนธรรมไว้ แล้วตรัสให้อยู่อย่างมีตนเป็นเกาะ มีธรรมเป็นเกาะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง
สิ่งสำคัญคือทรงอธิบายต่อทันทีว่าทำอย่างไร คือ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ นั่นคือสติปัฏฐาน ๔
ในอัตตทีปสูตร ขันธสังยุต ยังทรงเพิ่มว่า ผู้ที่มีตนเป็นเกาะพึงพิจารณาโดยแยบคายว่า ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ เกิดมาจากอะไร
พึ่งการเห็นด้วยตนเอง ไม่ใช่พึ่งการตัดสินใจของคนอื่นแทนตัวเรา เหมือนเกาะที่น้ำท่วมไม่ถึงในยามน้ำหลาก
ก่อนถามคนอื่นว่าควรทำอย่างไร ลองถามใจตัวเองก่อนว่าเห็นอะไรอยู่ แล้วค่อยใช้คำแนะนำของคนอื่นช่วยตรวจ
พึ่งความจริงและคำสอนที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่พึ่งความรู้สึกหรือความชอบของตัวเองล้วน ๆ
ตนเป็นที่พึ่งต้องคู่กับธรรมเป็นที่พึ่งเสมอ ถ้าพึ่งตัวเองอย่างเดียวโดยไม่มีหลัก ก็คือการทำตามอารมณ์
ไม่ฝากความพ้นทุกข์ไว้กับสิ่งภายนอก ไม่ว่าจะเป็นบุคคล พิธีกรรม หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เคารพครูได้เต็มที่ แต่ไม่ต้องรอให้ครูมาปฏิบัติแทน พระพุทธเจ้าเองก็ตรัสว่าตถาคตเป็นแค่ผู้บอกทาง
ทรงอธิบายว่าการมีตนและธรรมเป็นเกาะ คือการพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีความเพียร สัมปชัญญะ และสติ
ที่พึ่งนี้สร้างได้ทุกวัน วันละไม่กี่นาทีที่กลับมารู้ลมหายใจ ความรู้สึก และสภาพใจของตัวเอง อ่านรายละเอียดที่หน้าสติปัฏฐาน ๔
พิจารณาว่าความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส ความคับแค้นใจ เกิดมาจากอะไร แล้วจะเห็นว่าเกิดจากการยึดขันธ์ที่แปรปรวนไป
เวลาเสียใจ ถามว่า "เสียใจเพราะสิ่งไหนเปลี่ยนไปจากที่อยากให้เป็น" การเห็นต้นเหตุชัดคือการยืนบนเกาะของตัวเอง
คำว่า "ตนเป็นที่พึ่ง" มักถูกเข้าใจว่าให้เชื่อตัวเองหรือพึ่งความสามารถของตัวเอง แต่ในพระสูตรหมายถึงการมีสติดูกาย ความรู้สึก ใจ และสภาวธรรมของตัวเองตามจริง ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ไม่มีใครเอาไปได้
ในชีวิตจริง หมายความว่าไม่ต้องรอให้ครู หมอดู หรือคนอื่นบอกว่าเราทุกข์เพราะอะไร ให้กลับมาดูที่ใจตัวเองก่อนทุกครั้ง ครูและคำสอนเป็นผู้ชี้ทาง แต่คนเดินคือเรา
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระนางเขมา มเหสีพระเจ้าพิมพิสาร ภูมิใจในรูปงามและไม่ยอมไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพราะกลัวถูกติรูป เมื่อถูกชวนไปชมเวฬุว…
ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…
อปทานของผู้ถวายประทีป คบเพลิง ดอกไม้ และของหอม พร้อมคำลงท้ายที่ซ้ำแทบทุกเรื่องว่า เพราะกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น …
ภาระ ผู้แบก การแบก และการวาง — พระสูตรสั้นที่อธิบายทุกข์ทั้งหมดด้วยภาพคนแบกของหนัก และบอกว่าการวางลงคือความสุข