หลักธรรมพื้นฐาน

อัตตทีปา ธัมมทีปา

อตฺตทีปา วิหรถ อตฺตสรณา อนญฺญสรณา

"จงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง" — และพระพุทธเจ้าทรงบอกไว้เองว่าทำอย่างไร

๕ ข้อ

คำสอนนี้ปรากฏหลายแห่ง ที่รู้จักมากคือช่วงที่พระพุทธเจ้าประชวรหนักที่เวฬุวคามในพรรษาสุดท้าย เมื่อหายประชวร พระอานนท์ทูลว่าเห็นพระองค์ประชวรแล้วใจเหมือนมืดมน ทรงตรัสว่าตถาคตไม่มีกำมือของอาจารย์ที่ซ่อนธรรมไว้ แล้วตรัสให้อยู่อย่างมีตนเป็นเกาะ มีธรรมเป็นเกาะ ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง

สิ่งสำคัญคือทรงอธิบายต่อทันทีว่าทำอย่างไร คือ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ นั่นคือสติปัฏฐาน ๔

ในอัตตทีปสูตร ขันธสังยุต ยังทรงเพิ่มว่า ผู้ที่มีตนเป็นเกาะพึงพิจารณาโดยแยบคายว่า ความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจ เกิดมาจากอะไร

  1. มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อตฺตทีปา อตฺตสรณา

    พึ่งการเห็นด้วยตนเอง ไม่ใช่พึ่งการตัดสินใจของคนอื่นแทนตัวเรา เหมือนเกาะที่น้ำท่วมไม่ถึงในยามน้ำหลาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนถามคนอื่นว่าควรทำอย่างไร ลองถามใจตัวเองก่อนว่าเห็นอะไรอยู่ แล้วค่อยใช้คำแนะนำของคนอื่นช่วยตรวจ

  2. มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา

    พึ่งความจริงและคำสอนที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่พึ่งความรู้สึกหรือความชอบของตัวเองล้วน ๆ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ตนเป็นที่พึ่งต้องคู่กับธรรมเป็นที่พึ่งเสมอ ถ้าพึ่งตัวเองอย่างเดียวโดยไม่มีหลัก ก็คือการทำตามอารมณ์

  3. อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง อนญฺญสรณา

    ไม่ฝากความพ้นทุกข์ไว้กับสิ่งภายนอก ไม่ว่าจะเป็นบุคคล พิธีกรรม หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เคารพครูได้เต็มที่ แต่ไม่ต้องรอให้ครูมาปฏิบัติแทน พระพุทธเจ้าเองก็ตรัสว่าตถาคตเป็นแค่ผู้บอกทาง

  4. วิธีทำ — สติปัฏฐาน ๔ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ

    ทรงอธิบายว่าการมีตนและธรรมเป็นเกาะ คือการพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม มีความเพียร สัมปชัญญะ และสติ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ที่พึ่งนี้สร้างได้ทุกวัน วันละไม่กี่นาทีที่กลับมารู้ลมหายใจ ความรู้สึก และสภาพใจของตัวเอง อ่านรายละเอียดที่หน้าสติปัฏฐาน ๔

  5. พิจารณาต้นเหตุของความโศกโดยแยบคาย โยนิโส อุปปริกฺขิตพฺพํ

    พิจารณาว่าความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ ความโทมนัส ความคับแค้นใจ เกิดมาจากอะไร แล้วจะเห็นว่าเกิดจากการยึดขันธ์ที่แปรปรวนไป

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเสียใจ ถามว่า "เสียใจเพราะสิ่งไหนเปลี่ยนไปจากที่อยากให้เป็น" การเห็นต้นเหตุชัดคือการยืนบนเกาะของตัวเอง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คำว่า "ตนเป็นที่พึ่ง" มักถูกเข้าใจว่าให้เชื่อตัวเองหรือพึ่งความสามารถของตัวเอง แต่ในพระสูตรหมายถึงการมีสติดูกาย ความรู้สึก ใจ และสภาวธรรมของตัวเองตามจริง ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ไม่มีใครเอาไปได้

ในชีวิตจริง หมายความว่าไม่ต้องรอให้ครู หมอดู หรือคนอื่นบอกว่าเราทุกข์เพราะอะไร ให้กลับมาดูที่ใจตัวเองก่อนทุกครั้ง ครูและคำสอนเป็นผู้ชี้ทาง แต่คนเดินคือเรา

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เขมาเถริยาปทาน: จากผู้หลงรูปสู่ผู้เลิศด้วยปัญญา

เขมาเถริยาปทานํ

พระนางเขมา มเหสีพระเจ้าพิมพิสาร ภูมิใจในรูปงามและไม่ยอมไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพราะกลัวถูกติรูป เมื่อถูกชวนไปชมเวฬุว…

อุรุเวลกัสสปะ: ชฎิลผู้คิดว่าตนเป็นพระอรหันต์

น เตฺวว จ โข อรหา ยถา อหนฺติ

ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…

ประทีป ดอกไม้ และเสียงกลอง: อปทานว่าด้วยเจตนาที่อยู่หลังเครื่องบูชา

เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ

อปทานของผู้ถวายประทีป คบเพลิง ดอกไม้ และของหอม พร้อมคำลงท้ายที่ซ้ำแทบทุกเรื่องว่า เพราะกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น …