หลักธรรมพื้นฐาน

จูฬมาลุงโกยวาทสูตร: ลูกศรอาบยาพิษ

อพฺยากตญฺจ เม อพฺยากตโต ธาเรถ

พระมาลุงกยบุตรขู่จะลาสิกขาถ้าพระพุทธเจ้าไม่ตอบว่าโลกเที่ยงหรือไม่ ชีวะกับสรีระเป็นอันเดียวกันหรือไม่ — พระองค์ตรัสอุปมาคนถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษที่ไม่ยอมให้ถอนศร และทรงบอกว่าทำไมบางเรื่องจึงไม่ทรงตอบ

๖ ข้อ

ในจูฬมาลุงโกยวาทสูตร มัชฌิมนิกาย พระมาลุงกยบุตรนั่งเร้นอยู่ผู้เดียวแล้วเกิดความคิดไม่พอใจว่า พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบทิฏฐิ ๑๐ ข้อ คือ โลกเที่ยงหรือไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือไม่มีที่สุด ชีวะกับสรีระเป็นอันเดียวกันหรือต่างกัน และสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่ ไม่มีอยู่ ทั้งมีทั้งไม่มี หรือมีก็มิใช่ไม่มีก็มิใช่ จึงตั้งใจว่าถ้าไม่ทรงตอบ จะลาสิกขา และถ้าไม่ทรงรู้ ก็ขอให้ตรัสตรง ๆ ว่าไม่รู้

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า เราเคยบอกเธอหรือว่ามาบวชแล้วจะตอบเรื่องเหล่านี้ หรือเธอเคยตั้งเงื่อนไขไว้ก่อนบวชหรือ เมื่อไม่มีทั้งสองอย่าง แล้วจะมาทวงเอากับใคร จากนั้นทรงเล่าอุปมาคนที่ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ แต่ไม่ยอมให้หมอถอนศรจนกว่าจะรู้ว่าคนยิงเป็นใคร ธนูและลูกศรทำด้วยอะไร คนนั้นจะตายเสียก่อนที่จะรู้

ทรงสรุปว่า ไม่ว่าจะเห็นอย่างไรในเรื่องเหล่านี้ ความเกิด แก่ ตาย โศกเศร้า และทุกข์ก็ยังมีอยู่ พระองค์ทรงบัญญัติการกำจัดทุกข์เหล่านั้นในปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ทรงตอบเพราะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน สิ่งที่ทรงตอบคืออริยสัจ ๔

  1. ความคิดของพระมาลุงกยบุตร สสฺสโต โลโก

    พระมาลุงกยบุตรไม่พอใจที่พระพุทธเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ทิฏฐิ ๑๐ เรื่องโลกเที่ยงหรือไม่ โลกมีที่สุดหรือไม่ ชีวะกับสรีระ และสัตว์เบื้องหน้าแต่ตายไปมีอยู่หรือไม่ ท่านตั้งใจว่าถ้าทรงตอบจะประพฤติพรหมจรรย์ต่อ ถ้าไม่ตอบจะลาสิกขา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเรามีเงื่อนไขแบบ "ถ้ายังไม่เข้าใจทุกอย่าง จะยังไม่เริ่ม" ในเรื่องไหนบ้าง เช่น การเริ่มนั่งสมาธิหรือการเริ่มดูแลสุขภาพ

  2. ไม่มีใครสัญญาไว้ โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสิ

    พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า พระองค์เคยชวนให้มาบวชโดยสัญญาว่าจะตอบเรื่องเหล่านี้หรือไม่ พระมาลุงกยบุตรทูลว่าไม่เคย และตัวท่านเองก็ไม่เคยตั้งเงื่อนไขนี้ไว้ก่อนบวช พระองค์จึงตรัสว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอจะมาทวงเอากับใคร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนผิดหวังในครู คู่ชีวิต หรือที่ทำงาน ถามตัวเองว่าสิ่งที่เราเรียกร้องนั้นเคยมีใครสัญญาไว้จริงหรือเปล่า หรือเป็นความคาดหวังที่เราสร้างขึ้นเอง

  3. คนถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ สลฺเลน วิทฺโธ วิเสน คาฬฺหูปเลปเนน

    บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรที่อาบยาพิษไว้หนา ญาติมิตรพาหมอผ่าตัดมา แต่เขากลับพูดว่าจะไม่ยอมให้ถอนศร จนกว่าจะรู้ว่าคนยิงเป็นวรรณะใด ชื่ออะไร สูงต่ำ ผิวดำขาว อยู่ที่ไหน ธนูเป็นแบบใด สายธนูทำด้วยอะไร ขนหางลูกศรเป็นขนนกอะไร บุรุษนั้นจะตายเสียก่อนที่จะรู้เรื่องเหล่านั้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเกิดวิกฤต เช่น เจ็บป่วยหรือมีปัญหาการเงิน ให้รักษาแผลก่อน การหาว่าใครผิดหรือเรื่องเริ่มจากอะไรค่อยทำเมื่อพ้นอันตรายแล้ว

  4. ไม่ว่าจะเห็นอย่างไร ทุกข์ก็ยังอยู่ เยสาหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิฆาตํ ปญฺญาเปมิ

    การประพฤติพรหมจรรย์ไม่ได้ขึ้นกับความเห็นว่าโลกเที่ยงหรือไม่เที่ยง เพราะไม่ว่าจะเห็นอย่างไร ความเกิด แก่ ตาย โศก ร่ำไร ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจก็ยังมีอยู่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระองค์ทรงบัญญัติการกำจัดทุกข์เหล่านี้ในปัจจุบัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าเรื่องที่กำลังคิดวนอยู่ ต่อให้ได้คำตอบแล้วความเครียดในใจก็ไม่ลดลง ให้วางไว้ก่อน แล้วกลับมาดูความทุกข์ที่อยู่ตรงหน้า

  5. ทำไมจึงไม่ทรงตอบ น เหตํ อตฺถสํหิตํ นาทิพฺรหฺมจริยกํ

    ทิฏฐิ ๑๐ ข้อนั้นไม่ทรงพยากรณ์ เพราะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้เกณฑ์นี้คัดกรองข้อมูลที่เสพในแต่ละวัน ถามว่าสิ่งนี้ช่วยให้ใจสงบลงหรือรู้จักทุกข์ชัดขึ้นไหม ถ้าไม่ ก็ไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ครบ

  6. สิ่งที่ทรงตอบคืออริยสัจ ๔ อิทํ ทุกฺขนฺติ มยา พฺยากตํ

    สิ่งที่ทรงพยากรณ์คือ นี้ทุกข์ นี้เหตุเกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์ นี้ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ เพราะประกอบด้วยประโยชน์ และเป็นไปเพื่อนิพพาน จึงตรัสให้ทรงจำสิ่งที่ไม่ทรงพยากรณ์ไว้โดยความเป็นสิ่งที่ไม่ทรงพยากรณ์ และสิ่งที่ทรงพยากรณ์ไว้โดยความเป็นสิ่งที่ทรงพยากรณ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทุกข์ใจ ให้ถามคำถามตามลำดับอริยสัจ ทุกข์ตอนนี้คืออะไร มาจากความอยากอะไร ถ้าวางความอยากนั้นได้จะเป็นอย่างไร และวันนี้จะทำอะไรได้หนึ่งอย่าง

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้เตือนนิสัยที่พบบ่อยในคนช่างคิด คือการตั้งเงื่อนไขว่าต้องได้คำตอบทุกข้อก่อนจึงจะเริ่มลงมือแก้ปัญหา ขณะที่ลูกศรยังปักอยู่และพิษกำลังซึมเข้าไป

ไม่ได้แปลว่าห้ามคิดหรือห้ามถาม พระพุทธเจ้าเองตอบคำถามมากมาย แต่ทรงแยกคำถามที่ช่วยให้ทุกข์ลดลง ออกจากคำถามที่ต่อให้ได้คำตอบก็ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์

ในชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดปัญหา ลองแยกคำถามออกเป็นสองกอง กองหนึ่งคือ "ต้องทำอะไรตอนนี้เพื่อให้ดีขึ้น" อีกกองคือ "อยากรู้ไว้เฉย ๆ" แล้วลงมือกับกองแรกก่อน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

วิรัทธสูตร ปารสูตร และอัญญติตถิยวรรค: ถ้ามีคนถามว่าปฏิบัติไปเพื่ออะไร

กิมตฺถิยํ อาวุโส สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ

ใครพลาดอริยมรรคก็พลาดทางสิ้นทุกข์ ใครเริ่มก็ได้เริ่มทางนั้น ในหมู่มนุษย์ผู้ถึงฝั่งมีน้อย คนส่วนมากวิ่งเลียบฝั่…