หลักธรรมพื้นฐาน

จูฬตัณหาสังขยสูตร: ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย

ท้าวสักกะขอคำสอนสั้นที่สุดเพื่อความสิ้นตัณหา พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น" — แต่เมื่อกลับไปสวรรค์ ท้าวสักกะก็เพลินจนพระโมคคัลลานะต้องเขย่าปราสาทเตือน

๕ ข้อ

ในจูฬตัณหาสังขยสูตร มัชฌิมนิกาย ท้าวสักกะจอมเทพทูลถามว่า โดยย่อ ภิกษุจะหลุดพ้นเพราะความสิ้นตัณหาได้อย่างไร

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ภิกษุได้ฟังว่า "ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น" เธอจึงรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง กำหนดรู้ธรรมทั้งปวง เมื่อเสวยเวทนาใด ๆ ทั้งสุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ก็พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความคลายกำหนัด ความดับ และความสละคืนในเวทนานั้น เมื่อพิจารณาอย่างนี้ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งใดในโลก ไม่หวั่นไหว และดับกิเลสได้เฉพาะตน

ท้าวสักกะชื่นชมแล้วกลับไป พระมหาโมคคัลลานะสงสัยว่าท้าวสักกะเข้าใจจริงหรือเพียงแค่ชื่นชม จึงขึ้นไปเยี่ยม พบท้าวสักกะกำลังเพลินกับดนตรีทิพย์ และพาชมปราสาทเวชยันต์อย่างภาคภูมิ พระโมคคัลลานะเห็นว่าท้าวสักกะประมาทนัก จึงใช้ฤทธิ์เอานิ้วเท้าเขย่าปราสาทให้สั่นสะเทือน ท้าวสักกะสลดใจ แล้วจึงทวนคำสอนนั้นได้ถูกต้อง

  1. ธรรมทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย

    เป็นหลักที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคำตอบย่อที่สุดสำหรับความสิ้นตัณหา สิ่งทั้งหลายเกิดดับตามเหตุปัจจัย จึงไม่อาจเป็นที่ยึดถือที่มั่นคงได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่า "ขาดสิ่งนี้ไม่ได้" ท่องประโยคนี้เบา ๆ แล้วดูว่าใจคลายลงบ้างไหม

  2. รู้ยิ่งและกำหนดรู้ อภิชานาติ ปริชานาติ

    การไม่ยึดไม่ได้เกิดจากการปฏิเสธหรือหนีสิ่งต่าง ๆ แต่เกิดจากการรู้จักมันอย่างถ่องแท้ เมื่อรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างไรจริง ๆ ความยึดก็คลายเอง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    แทนที่จะพยายามเลิกชอบอะไร ลองศึกษามันให้รอบด้าน ทั้งคุณ โทษ และความเปลี่ยนแปลงของมัน

  3. พิจารณาเวทนาทุกชนิด อนิจฺจานุปสฺสี วิราคานุปสฺสี

    เวทนาทุกอย่างทั้งสุข ทุกข์ และเฉย ๆ ให้เห็นความไม่เที่ยง ความคลายกำหนัด ความดับ และความสละคืน เวทนาจึงเป็นจุดที่ใช้ฝึกไม่ยึดได้ทุกขณะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อกินของอร่อย ลองสังเกตว่าความอร่อยคำแรกกับคำที่สิบไม่เท่ากัน นี่คือความไม่เที่ยงของเวทนาที่เห็นได้ง่ายที่สุด

  4. ความสุขมากทำให้ลืมง่าย ปมตฺโต

    ท้าวสักกะเพิ่งฟังธรรมมา แต่เมื่อกลับไปอยู่กับดนตรีทิพย์และปราสาทงดงาม ก็เพลินจนลืม พระโมคคัลลานะเห็นความประมาทนี้ จึงหาทางเตือน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ช่วงที่ชีวิตราบรื่นที่สุด คือช่วงที่ควรตั้งเวลาทบทวนตัวเองให้สม่ำเสมอที่สุด

  5. การเตือนที่ทำให้ตื่น สํเวชิโต

    พระโมคคัลลานะไม่ได้เทศน์ยาว แต่ทำให้ท้าวสักกะสะเทือนใจจนตื่นจากความเพลิน แล้วจึงถามทวนคำสอน ท้าวสักกะจึงตอบได้ถูกต้อง ความสลดใจที่ถูกจังหวะช่วยให้ธรรมที่ฟังไว้กลับมาทำงาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นเพื่อนประมาท บางครั้งคำถามสั้น ๆ ที่ตรงจุด ได้ผลกว่าคำสอนยาว

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คำสอนนี้สั้นพอที่จะจำได้ในประโยคเดียว คือไม่มีอะไรควรยึดไว้ว่าเป็นตัวเราของเราอย่างแท้จริง ทั้งสิ่งของ ความสำเร็จ ความสัมพันธ์ ความคิด หรือแม้แต่ความรู้ธรรมะ

เรื่องของท้าวสักกะเป็นภาพที่คุ้นเคย ฟังธรรมแล้วชอบมาก แต่พอกลับสู่ความสะดวกสบายก็ลืม พระสูตรไม่ได้ตำหนิความสุข แต่เตือนว่าความสุขที่มากล้นทำให้ประมาทง่ายที่สุด

การไม่ยึดมั่นไม่ได้แปลว่าไม่ดูแลสิ่งที่มี ยังทำหน้าที่ ดูแลครอบครัว และรักษาทรัพย์ได้ตามปกติ เพียงแต่ไม่ให้สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นที่ตั้งแห่งตัวตน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ภิกขุนีวิภังค์: รับคนเข้ามาดูแล ต้องพร้อมจริงทั้งสองฝ่าย

อูนทฺวาทสวสฺสา วุฏฺฐาเปยฺย

ผู้บวชให้ยังใหม่เกินไปจนศิษย์ก็ไม่รู้สิ่งควรไม่ควรเหมือนกัน ตั้งเงื่อนไขว่าให้ผ้าหรือให้ติดตามสองปีก่อนแล้วไม่…

ปุคคลบัญญัติ: ติชมอย่างใคร่ครวญ และพูดความจริงให้ถูกกาล

ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน

สามชุดในจตุกกนิทเทส: คนที่ชมหรือติ เลื่อมใสหรือไม่เลื่อมใส โดยไม่ใคร่ครวญ คนที่ทำอย่างเดียวกันหลังใคร่ครวญแล้ว…

สัตตสุริยสูตร: แม้ขุนเขาและมหาสมุทรก็ไม่เที่ยง

สตฺตสุริยสุตฺตํ

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่น่าวางใจ แม้สิ่งที่ดูมั่นคงที่สุดอย่างมหาสมุทร แผ่นดิน และขุนเขาสิเนรุ ก…