ปุคคลวรรค: ผู้เรียนรู้ ๔ แบบ และผู้แสดงธรรม ๔ แบบ
ข้อปฏิบัติ

ปุคคลวรรค: ผู้เรียนรู้ ๔ แบบ และผู้แสดงธรรม ๔ แบบ

อุคฺฆฏิตญฺญู วิปจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโม

บุคคล ๔ จำพวกตามความสามารถในการเข้าใจธรรม ตั้งแต่ผู้เข้าใจเพียงยกหัวข้อ ผู้เข้าใจเมื่ออธิบายขยาย ผู้พอแนะนำได้ ไปจนถึงผู้ได้แค่ถ้อยคำ พร้อมธรรมกถึก ๔ แบบที่คู่กับผู้ฟังแต่ละแบบ

๖ ข้อ

ในปุคคลวรรค จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย พระพุทธเจ้าตรัสว่า บุคคล ๔ จำพวกมีปรากฏอยู่ในโลก คือ อุคฆฏิตัญญู ผู้อาจรู้ธรรมแต่พอท่านยกหัวข้อขึ้นแสดง วิปจิตัญญู ผู้อาจรู้ธรรมต่อเมื่อท่านอธิบายความแห่งหัวข้อนั้น เนยยะ ผู้พอแนะนำได้ และปทปรมะ ผู้มีบทเป็นอย่างยิ่ง

ในพระสูตรมีเพียงรายชื่อนี้ คำอธิบายที่ละเอียดกว่ามาจากคัมภีร์ปุคคลบัญญัติในพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งอธิบายว่าทั้งสี่แบบต่างกันตรงที่บรรลุมรรคผลเร็วหรือช้าเพียงใด

ในวรรคเดียวกัน ทรงแสดงธรรมกถึก ๔ จำพวก ตามว่ากล่าวน้อยหรือมาก ประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ และบริษัทผู้ฟังฉลาดแยกแยะประโยชน์หรือไม่

  1. ผู้เข้าใจเพียงยกหัวข้อ อุคฺฆฏิตญฺญู

    พระสูตรอธิบายว่าเป็นผู้อาจรู้ธรรมแต่พอท่านยกหัวข้อขึ้นแสดง ปุคคลบัญญัติขยายว่า การบรรลุมรรคผลย่อมมีแก่บุคคลนี้พร้อมกับเวลาที่ท่านยกหัวข้อขึ้นแสดง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าคุณเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้เร็ว ให้ระวังการด่วนสรุป และอดทนกับคนที่ต้องใช้เวลามากกว่า

  2. ผู้เข้าใจเมื่ออธิบายขยาย วิปจิตญฺญู

    พระสูตรอธิบายว่าเป็นผู้อาจรู้ธรรมต่อเมื่อท่านอธิบายความแห่งหัวข้อนั้น ปุคคลบัญญัติขยายว่า การบรรลุมรรคผลมีแก่บุคคลนี้ เมื่อท่านจำแนกเนื้อความของภาษิตโดยย่อให้พิสดาร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาอธิบายงานให้คนอื่น ให้บอกหัวข้อก่อน แล้วตามด้วยคำอธิบายและตัวอย่าง คนส่วนใหญ่ต้องการทั้งสองส่วน

  3. ผู้พอแนะนำได้ เนยฺโย

    ปุคคลบัญญัติอธิบายว่า บุคคลนี้บรรลุมรรคผลเป็นขั้น ๆ โดยการเรียน การไต่ถาม การทำไว้ในใจโดยแยบคาย และการคบหาใกล้ชิดกับกัลยาณมิตร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเรียนช้า ให้ใช้วิธีของเนยยะ: ถามให้มาก ทบทวนบ่อย และอยู่ใกล้คนที่ช่วยชี้ทางได้

  4. ผู้ได้แค่ถ้อยคำ ปทปรโม

    ปุคคลบัญญัติอธิบายว่า บุคคลนี้ฟังพุทธพจน์มาก กล่าวมาก จำทรงไว้มาก บอกสอนมาก แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลในชาตินั้น ข้อนี้พูดถึงผลในชาตินี้ ไม่ได้บอกว่าการเรียนของเขาไร้ค่า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าอ่านหนังสือธรรมะหรือฟังพอดแคสต์มาก ให้ถามตัวเองว่า ข้อไหนที่เอาไปทำจริงแล้วบ้าง

  5. ผู้แสดงธรรมที่พูดน้อยแต่มีประโยชน์ อปฺปญฺจ ภาสติ สหิตญฺจ

    ธรรมกถึกมี ๔ จำพวก บางคนกล่าวน้อยและไม่มีประโยชน์ บางคนกล่าวน้อยแต่มีประโยชน์ บางคนกล่าวมากแต่ไม่มีประโยชน์ บางคนกล่าวมากและมีประโยชน์ สิ่งที่ใช้แบ่งคือประโยชน์ของคำพูด ไม่ใช่ความยาว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนพูดในที่ประชุมหรือสอนใคร ถามตัวเองว่าประโยคนี้ช่วยผู้ฟังได้จริงไหม ถ้าไม่ได้ ตัดทิ้งได้แม้จะพูดสั้นอยู่แล้ว

  6. ผู้ฟังก็เป็นส่วนหนึ่งของการสอน ปริสา จ กุสลา โหติ สหิตาสหิตสฺส

    ในธรรมกถึกแต่ละจำพวก พระสูตรกล่าวถึงบริษัทไปด้วยว่าฉลาดแยกแยะสิ่งที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์หรือไม่ และตรัสว่าธรรมกถึกแบบนั้นย่อมนับว่าเป็นธรรมกถึกสำหรับบริษัทแบบนั้น ผู้สอนกับผู้ฟังจึงสะท้อนกันและกัน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเลือกฟังใครสอน ให้ฝึกแยกแยะเองว่าอะไรมีประโยชน์ ผู้ฟังที่ฉลาดจะไม่ถูกคำพูดยาว ๆ ที่ไม่มีสาระพาไป

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สี่แบบนี้ไม่ใช่ป้ายวัดความฉลาดของคน และไม่ควรใช้ตีตราเด็กหรือเพื่อนร่วมงาน ในปุคคลบัญญัติ ทั้งสี่แบบพูดถึงการบรรลุมรรคผล ไม่ใช่คะแนนสอบหรือไอคิว

สิ่งที่นำมาใช้ได้คือการยอมรับว่าคนเรียนรู้ด้วยจังหวะต่างกัน บางคนเข้าใจจากประโยคเดียว บางคนต้องมีตัวอย่าง บางคนต้องถามซ้ำและลงมือทำหลายรอบ คนสอนที่ดีจึงปรับวิธีตามผู้ฟัง ส่วนผู้เรียนก็ไม่ต้องเร่งหรือโทษตัวเอง

ข้อเรื่องปทปรมะเตือนผู้ที่รู้มาก พูดมาก สอนมากว่า ความรู้ที่จำได้ยังไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงภายใน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เมื่อมีการกล่าวหา: หน้าที่ของผู้กล่าว ผู้ถูกกล่าว และผู้รับฟัง

โจทนากณฺฑํ

ปริวารวางขั้นตอนเมื่อภิกษุรูปหนึ่งกล่าวหาอีกรูปหนึ่ง ตั้งแต่เป้าหมายของการเตือน การแยกสิ่งที่เห็นเอง ได้ยินมา …

เรื่องพระฉันนะ: เมื่อคนใกล้ชิดไม่ยอมให้ใครเตือน

ทุพฺพจชาติโก

พระฉันนะอ้างว่าพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นของตน จึงไม่ยอมให้ภิกษุอื่นว่ากล่าว เป็นต้นเรื่องของสิกขาบทเรื่องคนว่า…

กามสุตตนิทเทส: กามสองชั้นกับเรือที่ต้องวิดน้ำ

กามสุตฺตนิทฺเทโส

คำอธิบายกามสูตรในมหานิทเทส แยกกามเป็นตัวสิ่งของกับตัวความอยาก ชี้ว่าความอยากเกิดจากความดำริ ให้อุปมาเตือนใจหลา…