อาราธนาพระปริตร
ปริตฺตปริกมฺมคำกล่าวของฆราวาสเพื่อนิมนต์พระสงฆ์เริ่มสวดพระปริตร ในงานทำบุญบ้านและงานมงคลต่าง ๆ
ธมฺมเทสนายาจนา
คำกล่าวขอให้พระสงฆ์แสดงธรรม อ้างถึงเรื่องพรหมสหัมบดีทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าให้ทรงแสดงธรรม
กล่าวก่อนพระสงฆ์ขึ้นแสดงธรรม ทั้งในงานบุญที่บ้าน งานวัด และวันธรรมสวนะ โดยผู้แทนของผู้ฟังกล่าวนำ
กล่าวจบแล้วผู้ฟังพึงนั่งให้เรียบร้อยและตั้งใจฟัง เพราะสาระของบทนี้คือการขอ ซึ่งจะสมบูรณ์เมื่อผู้ขอฟังจริง ๆ
ถ้าเป็นงานเล็กหรือไม่มีพิธี จะไม่กล่าวบทนี้ก็ได้ ไม่ถือว่าผิดธรรมเนียม
หลังตรัสรู้ พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาว่าธรรมที่ทรงรู้นั้นลึกซึ้งและทวนกระแสความเคยชินของคน จึงทรงลังเลที่จะแสดง เรื่องนี้บันทึกไว้ในพระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔
ในพระไตรปิฎกเล่าว่า พรหมสหัมบดีทราบความดำรินั้นจึงมาเฝ้า ประนมมือทูลว่า ขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมเถิด เพราะยังมีสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อย เมื่อไม่ได้ฟังย่อมเสื่อมจากประโยชน์ แต่ถ้าได้ฟังก็จะมีผู้รู้ตามได้
คำอาราธนาธรรมที่ใช้ในพิธีเป็นคาถาสี่วรรคที่แต่งขึ้นภายหลังเพื่อสรุปเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่คำในพระไตรปิฎกโดยตรง แต่ใจความตรงกับพระสูตร คือขอให้แสดงธรรมเพราะความเอ็นดูต่อผู้ฟัง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คำกล่าวของฆราวาสเพื่อนิมนต์พระสงฆ์เริ่มสวดพระปริตร ในงานทำบุญบ้านและงานมงคลต่าง ๆ
คำประกาศถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง กล่าวย้ำสามครั้งตามถ้อยคำที่มาในขุททกปาฐะ
คำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
คำกล่าวถวายอาหารและของใช้แก่หมู่สงฆ์ ไม่เจาะจงว่าถวายพระรูปใดรูปหนึ่ง