สัพพีติโย และ โส อัตถลัทโธ (บทอนุโมทนา)
สพฺพีติโยบทที่พระสงฆ์ให้พรผู้ถวายทาน ขอให้พ้นจากสิ่งเลวร้าย มีความสุข และเจริญงอกงามพร้อมทั้งหมู่ญาติ
มตกภตฺตทาน
คำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
ใช้ในงานทำบุญอุทิศ เช่น ทำบุญเจ็ดวัน ห้าสิบวัน ร้อยวัน ครบรอบปี และวันสารทที่คนไทยทำบุญให้บรรพบุรุษ ตั้งอาหารไว้ข้างหน้า ประนมมือ แล้วกล่าวพร้อมกัน
ถ้าต้องการออกชื่อผู้ที่อุทิศให้ ธรรมเนียมจะกล่าวชื่อเป็นภาษาไทยก่อนหรือหลังคำบาลีก็ได้ ไม่ต้องแปลงเป็นบาลี
กล่าวจบแล้วประเคนอาหาร พระให้พร แล้วจึงกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญตามลำดับ
มตกภัต แปลว่าอาหารเพื่อผู้ที่ตายแล้ว คำถวายมีรูปเดียวกับคำถวายสังฆทานทั่วไป ต่างกันที่เปลี่ยน ภตฺตานิ เป็น มตกภตฺตานิ และเติมท้ายว่าขอให้เป็นประโยชน์แก่ญาติมีบิดามารดาเป็นต้นที่ล่วงลับไปแล้ว
ฐานของธรรมเนียมนี้อยู่ในติโรกุฑฑกัณฑ์ พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ ซึ่งกล่าวว่าการร้องไห้และเศร้าโศกไม่ได้ช่วยผู้ที่จากไป แต่การถวายทานแก่สงฆ์แล้วอุทิศให้นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้จริง และในทักขิณาวิภังคสูตร เล่ม ๑๔ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าทานที่ถวายแก่สงฆ์ส่วนรวมมีผลกว้างกว่าทานที่เจาะจงบุคคล
สิ่งที่งานแบบนี้ให้แก่คนที่ยังอยู่คือ การได้ทำอะไรสักอย่างด้วยมือตัวเองในวันที่ทำอะไรไม่ได้เลย และได้อยู่ร่วมกับคนอื่นที่คิดถึงคนคนเดียวกัน ซึ่งช่วยได้มากกว่าการอยู่กับความเงียบตามลำพัง
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บทที่พระสงฆ์ให้พรผู้ถวายทาน ขอให้พ้นจากสิ่งเลวร้าย มีความสุข และเจริญงอกงามพร้อมทั้งหมู่ญาติ
บทสั้นสี่วรรคที่แผ่ส่วนบุญออกไปให้สัตว์ทั้งปวง ไม่จำกัดว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก
บทแผ่ความปรารถนาดีให้ตนเองและสรรพสัตว์ นิยมสวดปิดท้ายการสวดมนต์หรือหลังนั่งสมาธิ
คำกล่าวถวายผ้าบังสุกุลพร้อมของบริวารแก่หมู่สงฆ์ ในงานทอดผ้าป่าซึ่งจัดได้ตลอดปี