คำถวายภัตตาหารอุทิศผู้ล่วงลับ (มตกภัต)
มตกภตฺตทานคำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
ปํสุกูลจีวรทาน
คำกล่าวถวายผ้าบังสุกุลพร้อมของบริวารแก่หมู่สงฆ์ ในงานทอดผ้าป่าซึ่งจัดได้ตลอดปี
ใช้ในงานทอดผ้าป่า ซึ่งต่างจากกฐินตรงที่จัดได้ตลอดปี ไม่จำกัดฤดูกาลและไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อวัด นิยมจัดเพื่อหาปัจจัยสร้างหรือซ่อมเสนาสนะ และมักจัดเป็นงานบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับด้วย
ธรรมเนียมคือวางผ้าและเครื่องบริวารไว้บนพานหรือกองผ้าป่า แล้วผู้ร่วมงานยืนหรือนั่งประนมมือกล่าวคำถวายพร้อมกัน จากนั้นพระสงฆ์จะพิจารณาผ้าและให้พร
ถ้าเป็นการทอดผ้าป่าเพื่ออุทิศให้ผู้ที่จากไป ให้กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญต่อหลังพระให้พรจบ
คำว่าบังสุกุล แปลตามรูปศัพท์ว่าเปื้อนฝุ่น หมายถึงผ้าที่เจ้าของทิ้งแล้ว ซึ่งภิกษุเก็บมาซัก ย้อม และเย็บเป็นจีวร ในพระไตรปิฎกเล่ม ๕ มีตอนที่หมอชีวกกราบทูลว่าพระผู้มีพระภาคและพระสงฆ์ทรงถือผ้าบังสุกุลเป็นปกติ จึงขอถวายผ้าเนื้อดีที่ได้รับมา เป็นหลักฐานว่าธรรมเนียมผ้าบังสุกุลมีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
งานทอดผ้าป่ารักษารูปแบบนั้นไว้ในเชิงสัญลักษณ์ คือไม่ถวายใส่มือพระโดยตรง แต่วางไว้ให้พระมาชักเอาเอง เหมือนผ้าที่ไม่มีเจ้าของ ผู้ถวายจึงไม่ได้ผูกผ้านั้นไว้กับตัวเอง
ในทางปฏิบัติสมัยนี้ ของที่ถวายมักเป็นปัจจัยและเครื่องใช้มากกว่าผ้า แต่คำถวายยังคงใช้คำว่าผ้าบังสุกุลตามเดิม หากถวายสิ่งอื่นเป็นหลัก ก็เปลี่ยนคำเรียกสิ่งนั้นได้ตามที่พระผู้นำพิธีแนะนำ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
บทให้พรสั้น ๆ ที่ใช้ปิดท้ายการสวดมนต์และงานบุญเกือบทุกงาน ขอให้มงคลและความสวัสดีมีแก่ผู้ฟัง
คำกล่าวของฆราวาสเพื่อนิมนต์พระสงฆ์เริ่มสวดพระปริตร ในงานทำบุญบ้านและงานมงคลต่าง ๆ
บทแผ่ความปรารถนาดีให้ตนเองและสรรพสัตว์ นิยมสวดปิดท้ายการสวดมนต์หรือหลังนั่งสมาธิ