ทุกฺขเมว หิ น โกจิ ทุกฺขิโต
การโก น กิริยาว วิชฺชติ
อตฺถิ นิพฺพุติ น นิพฺพุโต ปุมา
มคฺคมตถิ คมโถ น วิชฺชติ
ความจริง ทุกข์เท่านั้นมีอยู่ แต่
บุคคลไร ๆ ผู้เป็นทุกข์หามีไม่ การทำมีอยู่
แต่ผู้ทำหามีไม่ ความดับมีอยู่ แต่บุคคลผู้
ดับหามีไม่ ทางมีอยู่ แต่บุคคลผู้เดินหามีไม่.๑
อีกอย่างหนึ่ง
ความว่างในสัจจะ ๔ เทล่านั้น พึง
ทราบอย่างนี้ คือ สัจจะ ๒ บทแรกว่างจาก
ความเที่ยง ความงาม ความสุข และอัตตา
อมตบทคือพระนิพพานว่างจากอัตตา มรรค
ว่างจากความยั่งยืน ความสุข และอัตตา.
อีกอย่างหนึ่ง สัจจะ ๓ ว่างจากนิโรธ และนิโรธก็ว่างจากสัจจะ ๓ ที่
เหลือ. อีกอย่างหนึ่ง ในสัจจะ ๔ เหล่านี้ เหตุว่างจากผล เพราะไม่มีทุกข์ใน
สมุทัย และไม่มีนิโรธในมรรค เหตุไม่ร่วมกับผล เหมือนดังปกติ (ประพฤติ)๒
๑. ทุกข์เป็นสัจจะสวนบุคคลเป็นบัญญัติ สัจจะเป็นของมีอยู่โดยปรมัตถ์ บัญญัติไม่มีโดยปรมัตถ์
การกระทำมีอยู่ท่านหมายเอาตัณหาเป็นเหตุกระทำ มิได้หมายเอาบุคคลซึ่งเป็นบัญญัติ. ความ ดับหมายถึงนิพพาน ไม่ใช่บุคคลเป็นผู้ดับ. ทางหมายถึงมรรค ๘ มีอยู่จริง ส่วนบุคคลผู้เดิน ไม่มี เพราะมิใช่บุคคล.
๒. ลัทธิภายนอกชื่อว่าปกติวาที มีความเห็นว่า ปกติเดิมเหตุรวมอยู่กับผล ต่อมาจึงแยกออกเป็น
คนละอย่าง ลัทธิสมวายวาทีก็ทำนองเดียวกัน.