[๔๔๓] ธรรมเหล่าใด ประกอบได้ด้วยสังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรม สวิตักกธรรม สวิจารธรรม สัปปีติก- ธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรม ฯลฯ ธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? ธรรมเหล่านั้น สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗.
จบสัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
อรรถกถาสัมปยุตเตนสังคหิตาสังคหิตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนกบท สัมปยุตเตน สังคหิตะ อสังคหิตะ พระผู้- มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มคำว่า "เวทนากฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใดมีเวทนาขันธ์เป็นต้น ที่พระองค์ทรงยกขึ้นแสดงในนิทเทสแห่ง สัมปยุตเตน สัมปยุตตบท ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ ทรงยกขึ้นในคำปุจฉาทั้ง
ปวง. ในปัญหานั้น ธรรมเหล่าใด สัมปยุตกับด้วยบทที่ยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา
การนับสงเคราะห์เข้ากันได้ หรือการนับสงเคราะห์เข้ากันไม่ได้ของธรรมเหล่า นั้น ด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการแยกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วย
สามารถแห่งธรรมเหล่านั้น. ในปัญหานั้น มีนัยดังนี้. ก็เวทนาขันธ์ สัมปยุต
ด้วยธรรมทั้งหลายมีสัญญาเป็นต้น . ธรรมเหล่านั้นมีสัญญาเป็นต้น นับสงเคราะห์ ได้ ด้วยขันธ์ ๓ มีสัญญาเป็นต้น ด้วยอายตนะ ๒ คือ ธัมมายตนะ มนายตนะ