เสขิยวัตรเรื่องการแสดงธรรม: ธรรมะควรส่งถึงผู้ที่พร้อมรับ
ข้อปฏิบัติ

เสขิยวัตรเรื่องการแสดงธรรม: ธรรมะควรส่งถึงผู้ที่พร้อมรับ

น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ

ภิกษุไม่พึงแสดงธรรมแก่ผู้ที่ไม่ป่วยซึ่งถือร่ม ถือไม้พลองหรืออาวุธ สวมรองเท้า นั่งในยาน นอนอยู่ หรือคลุมศีรษะ และไม่นั่งต่ำ ยืน หรือเดินตามหลังขณะแสดงธรรมแก่ผู้ที่อยู่สูงกว่า พร้อมเรื่องคนจัณฑาลกับพราหมณ์ผู้สอนมนต์ และสิกขาบทห้ามให้อนุปสัมบันกล่าวธรรมโดยบท

๖ ข้อ

ในพระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เสขิยกัณฑ์ มีสิกขาบทหมวดธรรมเทศนาปฏิสังยุต ๑๖ สิกขาบท ว่าด้วยการแสดงธรรม เกิดจากพระฉัพพัคคีย์แสดงธรรมแก่ผู้ที่อยู่ในอาการไม่เคารพธรรม เช่น ถือร่ม ถืออาวุธ สวมรองเท้า นั่งในยาน หรือนั่งบนอาสนะสูงกว่าผู้แสดง ภิกษุที่แสดงธรรมในลักษณะนั้นเพราะอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อต้องอาบัติทุกกฏ และทุกข้อยกเว้นผู้ฟังที่ป่วย

ข้อเรื่องอาสนะสูงต่ำมีเรื่องเล่าประกอบ พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเรื่องในอดีตที่เมืองพาราณสี ชายคนหนึ่งซึ่งตัวบทเรียกว่าบุรุษจัณฑาล แอบขึ้นต้นมะม่วงของหลวงเพื่อหามะม่วงให้ภรรยาที่ตั้งครรภ์ แล้วเห็นพระราชานั่งบนอาสนะสูงเรียนมนต์จากพราหมณ์ปุโรหิตที่นั่งต่ำกว่า เขาคิดว่าทั้งผู้เรียนผู้สอนและตัวเขาเองต่างไม่ประพฤติธรรม

นอกจากนี้ ในมุสาวาทวรรค ปาจิตติยกัณฑ์ ยังมีสิกขาบทห้ามภิกษุให้อนุปสัมบันกล่าวธรรมโดยบท เพราะพระฉัพพัคคีย์ทำเช่นนั้นกับอุบาสก แล้วอุบาสกเหล่านั้นไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูกอัธยาศัยในหมู่ภิกษุ สิกขาบทเหล่านี้เป็นของภิกษุ แต่บทเรียนเรื่องการให้เกียรติความรู้และการเลือกบริบทในการสอนใช้ได้กับทุกคน

  1. ร่มในมือ และข้อยกเว้นสำหรับคนป่วย น ฉตฺตปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ

    พระฉัพพัคคีย์แสดงธรรมแก่บุคคลผู้กั้นร่ม ภิกษุผู้มักน้อยติเตียน จึงทรงบัญญัติห้าม ต่อมาภิกษุรังเกียจที่จะแสดงธรรมแก่คนป่วยที่ถือร่ม ชาวบ้านจึงติเตียนว่าไฉนไม่แสดงธรรมแก่คนป่วย พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้แสดงธรรมแก่คนป่วยที่มีร่มในมือได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อตั้งหลักการเรื่องความเหมาะสมใด ๆ ให้เผื่อข้อยกเว้นสำหรับคนป่วยหรือคนที่ลำบากเสมอ อย่าให้กฎกลายเป็นเหตุให้ทิ้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

  2. ไม้พลอง ศัสตรา และอาวุธ น สตฺถปาณิสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ

    ทรงบัญญัติไม่ให้แสดงธรรมแก่คนไม่ป่วยที่ถือไม้พลอง ถือศัสตรา คือของมีคมสำหรับประหาร หรือถืออาวุธ ซึ่งวิภังค์อธิบายว่าคือเครื่องยิงอย่างธนู

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าจะคุยเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับใคร เลือกเวลาที่อีกฝ่ายวางเรื่องที่ถืออยู่ลงได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นงานในมือหรืออารมณ์ที่ยังคุกรุ่น

  3. รองเท้า ยาน ที่นอน และการคลุมศีรษะ น โอคุณฺฐิตสีสสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ

    ทรงบัญญัติไม่ให้แสดงธรรมแก่คนไม่ป่วยที่สวมเขียงเท้าหรือรองเท้า นั่งไปในยาน นอนอยู่แม้บนพื้นดิน นั่งรัดเข่า โพกผ้าพันศีรษะจนไม่เห็นผม หรือคลุมศีรษะ ข้อโพกศีรษะและคลุมศีรษะยกเว้นกรณีที่ให้เขาเปิดศีรษะก่อนแล้วจึงแสดง

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาฟังครูหรือผู้ที่เราอยากเรียนด้วย ลองจัดท่าทางให้พร้อมรับ เช่น ถอดหูฟัง นั่งตัวตรง ท่าทางช่วยให้ใจพร้อมตามไปด้วย

  4. ผู้แสดงไม่ลดตัวต่ำกว่าผู้ฟัง น ฐิโต นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ

    ทรงบัญญัติไม่ให้ภิกษุนั่งบนพื้นแสดงธรรมแก่คนที่นั่งบนอาสนะ นั่งบนอาสนะต่ำแสดงธรรมแก่คนที่นั่งอาสนะสูง ยืนแสดงธรรมแก่คนที่นั่ง เดินข้างหลังแสดงธรรมแก่คนที่เดินข้างหน้า และเดินนอกทางแสดงธรรมแก่คนที่เดินในทาง ทุกข้อยกเว้นผู้ฟังที่ป่วย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้าต้องอธิบายเรื่องสำคัญ อย่าวิ่งตามพูดขณะอีกฝ่ายกำลังเดินหนีหรือทำอย่างอื่น ขอเวลานั่งคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว

  5. เรื่องคนจัณฑาลบนต้นมะม่วง อุโภ อตฺถํ น ชานนฺติ อุโภ ธมฺมํ น ปสฺสเร

    ชายผู้แอบอยู่บนต้นมะม่วงเห็นพระราชานั่งบนอาสนะสูงเรียนมนต์ ส่วนพราหมณ์นั่งต่ำสอนมนต์ เขาคิดว่าพระราชาไม่เคารพธรรม พราหมณ์ไม่เคารพธรรม และตัวเขาที่ลักมะม่วงของหลวงเพราะเห็นแก่สตรีก็ไม่เคารพธรรมเช่นกัน แล้วกล่าวคาถาว่าทั้งสองไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม พราหมณ์ตอบว่าเพราะได้กินข้าวสาลีกับแกงเนื้อ จึงไม่ประพฤติในธรรม ชายนั้นจึงกล่าวติเตียนการได้ทรัพย์และยศด้วยการเลี้ยงชีพที่ไม่ชอบธรรม พระพุทธเจ้าตรัสว่า แม้ในครั้งนั้นการที่พราหมณ์นั่งต่ำสอนผู้นั่งสูงก็ไม่เป็นที่พอใจของพระองค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นความผิดของคนอื่น ลองถามตัวเองแบบชายในเรื่องนี้ด้วยว่าเราเองทำถูกอยู่หรือเปล่า การยอมรับส่วนของตัวเองทำให้คำเตือนมีน้ำหนักขึ้น

  6. ไม่ให้อนุปสัมบันกล่าวธรรมโดยบท อนุปสมฺปนฺนํ ปทโส ธมฺมํ วาเจยฺย

    พระฉัพพัคคีย์ให้อุบาสกกล่าวธรรมโดยบท ผลคืออุบาสกไม่เคารพ ไม่ยำเกรง ไม่ประพฤติให้ถูกอัธยาศัยในหมู่ภิกษุ จึงทรงบัญญัติเป็นปาจิตตีย์ วิภังค์อธิบายการกล่าวโดยบทไว้หลายแบบ เช่น ขึ้นต้นพร้อมกันและจบพร้อมกัน และให้ความหมายของธรรมว่าคือถ้อยคำที่เป็นพุทธภาษิต สาวกภาษิต อิสิภาษิต และเทวตาภาษิต ข้อยกเว้นมีกรณีสวดหรือท่องพร้อมกัน และกรณีที่ผู้นั้นกล่าวคัมภีร์ที่ตนคล่องแคล่วอยู่แล้วโดยมาก ตัวบทไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดวิธีนี้จึงทำให้อุบาสกไม่เคารพ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อสอนใคร ให้สังเกตผลต่อความสัมพันธ์ด้วย ไม่ใช่ดูแค่ว่าเนื้อหาไปถึงหรือไม่ ถ้าวิธีสอนทำให้คนเรียนเริ่มไม่ให้ค่ากับสิ่งที่เรียน ก็ควรทบทวนวิธีนั้น

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

สิกขาบทหมวดนี้ไม่ได้บอกว่าคนที่ถือร่มหรือสวมรองเท้าเป็นคนไม่ดี แต่บอกว่าธรรมะเป็นของมีค่า จึงควรแสดงในบรรยากาศที่ผู้ฟังตั้งใจรับ และผู้แสดงเองก็ไม่ลดคุณค่าของสิ่งที่สอนลง ข้อยกเว้นสำหรับคนป่วยทุกข้อแสดงว่า ความเคารพต่อธรรมไม่ได้อยู่เหนือความเมตตาต่อคนที่ลำบาก

ในชีวิตทุกวัน ครู หัวหน้า หรือพ่อแม่ที่อยากถ่ายทอดสิ่งสำคัญ อาจเรียนรู้จากข้อนี้ว่า เรื่องสำคัญไม่ควรพูดทิ้งไว้ระหว่างเดินผ่าน หรือตอนที่อีกฝ่ายยังไม่พร้อมฟัง การรอจังหวะและจัดที่ทางให้เหมาะคือการให้เกียรติทั้งผู้ฟังและเนื้อหา

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

สิริมิตตเถรคาถา: ไม่มักโกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่มีมายา ไม่ส่อเสียด

สิริมิตฺตตฺเถรคาถา

พระสิริมิตตเถระย้ำคุณสมบัติสี่ข้อซ้ำห้าครั้ง แล้วเติมทีละข้อ คือสำรวมทวาร ศีลงาม มีกัลยาณมิตร และปัญญางาม ผู้เ…

ปุคคลบัญญัติ: ติชมอย่างใคร่ครวญ และพูดความจริงให้ถูกกาล

ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน

สามชุดในจตุกกนิทเทส: คนที่ชมหรือติ เลื่อมใสหรือไม่เลื่อมใส โดยไม่ใคร่ครวญ คนที่ทำอย่างเดียวกันหลังใคร่ครวญแล้ว…