มหาการุณิโก (บทสวดต่อท้ายพาหุง)
มหาการุณิโก นาโถบทอวยชัยที่สวดต่อจากชัยมงคลคาถา ปิดท้ายด้วยคาถาในสุปุพพัณหสูตรที่ว่า เวลาใดทำดี เวลานั้นแหละคือฤกษ์ดี
อาฏานาฏิยปริตฺตํ
บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ ตัดตอนมาจากอาฏานาฏิยสูตร นิยมสวดปิดท้ายชุดเจ็ดตำนานเพื่อความอุ่นใจ
สวดปิดท้ายชุดเจ็ดตำนาน และสวดเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือใจไม่สงบ เช่น เวลาอยู่ในบ้านใหม่ หรือค้างคืนในที่ที่ไม่คุ้น
คนไทยมักสวดบทนี้ก่อนนอน เพราะสั้นและจำง่าย
อาฏานาฏิยสูตรอยู่ในทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค เล่ม ๑๑ ท้าวเวสวัณมหาราชทูลขอให้พระพุทธเจ้าทรงรับอาฏานาฏิยรักขาไว้ เพื่อให้ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ที่อยู่ในป่าเปลี่ยวได้อยู่กันอย่างผาสุก แล้วจึงกล่าวบทนี้ถวาย
สิ่งที่นำมาสวดกันในวัดไทยเป็นการตัดตอนจากพระสูตร ไม่ใช่ทั้งสูตร เพราะของเดิมยาวมาก มีทั้งรายชื่อท้าวมหาราชทั้งสี่ทิศและบริวารจำนวนมาก ส่วนที่ตัดมาคือคาถาเปิดเรื่อง ซึ่งเป็นการนอบน้อมพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ ตั้งแต่พระวิปัสสีจนถึงพระโคตมะ และหน้านี้ก็ให้ไว้เฉพาะส่วนนั้น
ที่วัดบางแห่งบรรทัดสุดท้ายจะสวดว่า วิชชาจะระณะสัมปันนัง พุทธัง วันทามะ โคตะมันติ ซึ่งเป็นคำลงท้ายแบบหนังสือสวดมนต์ หน้านี้ใช้ถ้อยคำตามพระไตรปิฎกบาลีในฐานข้อมูลของเว็บนี้ เล่ม ๑๑
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บทอวยชัยที่สวดต่อจากชัยมงคลคาถา ปิดท้ายด้วยคาถาในสุปุพพัณหสูตรที่ว่า เวลาใดทำดี เวลานั้นแหละคือฤกษ์ดี
คาถาแปดบทเล่าเหตุการณ์แปดครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะสิ่งที่ยากที่สุดได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง แต่ละบทลงท้ายด้วยค…
บทที่ยกโพชฌงค์ ๗ ขึ้นมาทบทวน นิยมสวดให้ผู้ป่วยฟัง ตามเรื่องในคิลานสูตรที่พระสาวกฟังโพชฌงค์แล้วลุกจากอาพาธได้
คาถานอบน้อมพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทีละองค์ โดยบอกเหตุผลว่าแต่ละองค์ควรแก่การนอบน้อมเพราะอะไร