มหาการุณิโก (บทสวดต่อท้ายพาหุง)
บทปริตร

มหาการุณิโก (บทสวดต่อท้ายพาหุง)

มหาการุณิโก นาโถ

บทอวยชัยที่สวดต่อจากชัยมงคลคาถา ปิดท้ายด้วยคาถาในสุปุพพัณหสูตรที่ว่า เวลาใดทำดี เวลานั้นแหละคือฤกษ์ดี

โอกาสที่ใช้สวด

สวดต่อจากชัยมงคลคาถา (พาหุง) แทบทุกครั้ง จนคนไทยมักเรียกรวมกันว่า พาหุงมหากา ใช้ในงานมงคลทั่วไป ทั้งงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด เปิดร้าน และงานทำบุญบ้าน

ในพิธี พระสงฆ์จะสวดบทนี้เป็นคำให้พรแก่เจ้าภาพ คำว่า เต ในบทแปลว่า แก่ท่าน จึงเป็นคำที่ผู้สวดกล่าวให้ผู้ฟัง ถ้าสวดเองที่บ้านก็สวดได้ตามปกติ โดยถือเป็นคำตั้งใจให้ตนเองและคนรอบตัว

จบแล้วมักต่อด้วยบทภวตุ สัพพมังคลัง แล้วจึงกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญ

หมายเหตุสำหรับผู้ตรวจทาน: บรรทัดที่ ๑๑ หนังสือสวดมนต์อ่าน ปณิธี เต ปทกฺขิณา (สระอีเสียงยาว) ตามที่ใช้ในที่นี้ แต่พระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่ม ๒๐ เป็น ปณิธิ เต ปทกฺขิณา และมีเชิงอรรถว่าฉบับยุโรปเป็น ปณิธิโย ส่วนบรรทัดที่ ๘ คำว่า สุหุฏฺฐิตํ นั้น เชิงอรรถฉบับหลวงระบุว่าฉบับยุโรปอ่าน สุวุฏฺฐิตํ และบรรทัดที่ ๕ บางฉบับพิมพ์ เอวํ ตวํ วิชโย โหหิ โดยไม่ใส่พินทุใต้ ต

ความเป็นมา

บทนี้ไม่ใช่พระสูตรในพระไตรปิฎก เป็นคำสวดสายพิธีที่ประกอบขึ้นจากคาถาสามชุดต่อกัน จึงควรอ่านเป็นสามช่วง

ช่วงแรก สามบรรทัดต้น เป็นคาถาสัจกิริยา คือกล่าวความจริงข้อหนึ่งแล้วอ้างความจริงนั้นเป็นคำอวยพร ความจริงที่ยกมาคือพระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีเพื่อประโยชน์ของสัตว์ทั้งปวงจนตรัสรู้ ช่วงที่สอง อีกสี่บรรทัด เป็นคาถาชยปริตร กล่าวถึงการตรัสรู้ที่โคนต้นโพธิ์บนบัลลังก์ที่ไม่มีใครทำให้แพ้ได้ แล้วอวยพรให้ผู้ฟังมีชัยอย่างนั้นบ้าง ทั้งสองช่วงนี้เป็นคำแต่งรุ่นหลัง ไม่พบถ้อยคำนี้ในพระไตรปิฎก

ช่วงที่สาม ห้าบรรทัดท้าย ตั้งแต่ สุนกฺขตฺตํ สุมงฺคลํ จนจบ เป็นคาถาที่มาในสุปุพพัณหสูตร อังคุตตรนิกาย เล่ม ๒๐ ตรงตามต้นฉบับ พระสูตรนั้นตอบเรื่องฤกษ์ยามไว้ตรง ๆ ว่า ผู้ใดประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ ในเวลาใด เวลานั้นแหละเป็นเวลาเช้าที่ดี เที่ยงที่ดี เย็นที่ดีของผู้นั้น คำว่า ปทกฺขิณ ที่ซ้ำหลายครั้งในตอนท้าย เดิมแปลว่าเวียนขวา ซึ่งเป็นท่าแสดงความเคารพ แล้วจึงใช้ในความหมายว่าทำไปในทางที่ถูกที่ควร คาถานี้จึงไม่ได้ให้ฤกษ์ แต่บอกว่าอะไรทำให้เวลาหนึ่งกลายเป็นเวลาดี

คำบาลี

  1. มหาการุณิโก นาโถ หิตาย สพฺพปาณินํ มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง พระผู้เป็นที่พึ่ง ทรงมีพระมหากรุณา เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง
  2. ปูเรตฺวา ปารมี สพฺพา ปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง ทรงบำเพ็ญบารมีทั้งหมดจนเต็มแล้ว จึงทรงบรรลุการตรัสรู้อันสูงสุด
  3. เอเตน สจฺจวชฺเชน โหตุ เต ชยมงฺคลํ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
  4. ชยนฺโต โพธิยา มูเล สกฺยานํ นนฺทิวฑฺฒโน ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน พระองค์ทรงชนะที่โคนต้นโพธิ์ ทรงทำความยินดีให้เกิดแก่ชาวศากยะ
  5. เอวํ ตฺวํ วิชโย โหหิ ชยสฺสุ ชยมงฺคเล เอวัง ตะวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล ขอท่านจงมีชัยเช่นนั้นบ้าง จงชนะในสิ่งที่เป็นมงคลเถิด
  6. อปราชิตปลฺลงฺเก สีเส ปฐวิโปกฺขเร อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร ณ บัลลังก์ที่ไม่มีผู้ใดทำให้พ่ายแพ้ได้ บนที่อันสูงเด่นของแผ่นดิน
  7. อภิเสเก สพฺพพุทฺธานํ อคฺคปฺปตฺโต ปโมทติ อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ อันเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระองค์ทรงถึงความเป็นเลิศและทรงเบิกบาน
  8. สุนกฺขตฺตํ สุมงฺคลํ สุปภาตํ สุหุฏฺฐิตํ สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง เวลาที่ทำดีนั้นเอง เป็นฤกษ์ดี เป็นมงคลดี เป็นรุ่งอรุณที่ดี เป็นการตื่นที่ดี
  9. สุขโณ สุมุหุตฺโต จ สุยิฏฺฐํ พฺรหฺมจาริสุ สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ เป็นขณะดี เป็นยามดี และเป็นการถวายที่ดีในผู้ประพฤติพรหมจรรย์
  10. ปทกฺขิณํ กายกมฺมํ วาจากมฺมํ ปทกฺขิณํ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง การกระทำทางกายก็เป็นไปในทางที่ถูกต้อง การกระทำทางวาจาก็เป็นไปในทางที่ถูกต้อง
  11. ปทกฺขิณํ มโนกมฺมํ ปณิธี เต ปทกฺขิณา ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา การกระทำทางใจก็เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ความตั้งใจของท่านก็เป็นไปในทางที่ถูกต้อง
  12. ปทกฺขิณานิ กตฺวาน ลภนฺตตฺเถ ปทกฺขิเณ ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ เมื่อทำสิ่งที่เป็นไปในทางที่ถูกต้องแล้ว ย่อมได้ผลอันถูกต้องดีงามนั้น

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๕๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้