ธัมมาภิถุติ
ทำวัตรเช้า

ธัมมาภิถุติ

ธมฺมาภิถุติ

บทสรรเสริญพระธรรมในทำวัตรเช้า ย้ำว่าธรรมเป็นสิ่งที่เห็นได้เองในปัจจุบัน ไม่ต้องรอชาติหน้า

โอกาสที่ใช้สวด

สวดต่อจากพุทธาภิถุติในทำวัตรเช้า เป็นบทสั้นที่สุดในสามบทนี้ จำง่ายและใช้สวดเดี่ยวๆ ได้

บางคนใช้บทนี้ทบทวนก่อนเริ่มอ่านพระไตรปิฎกหรือก่อนฟังธรรม เพื่อเตือนตัวเองว่ากำลังจะฟังอะไรและควรฟังอย่างไร

ความเป็นมา

คำหกคำในบทนี้เป็นคำที่พระพุทธเจ้าทรงใช้บรรยายธรรมของพระองค์เอง สวากขาโต คือตรัสไว้ดีแล้ว สันทิฏฐิโก คือผู้ปฏิบัติเห็นผลได้เอง อะกาลิโก คือไม่ขึ้นกับเวลา เอหิปัสสิโก คือท้าให้มาพิสูจน์ได้ โอปะนะยิโก คือควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ คือผู้รู้ย่อมรู้ได้เฉพาะตน

ข้อที่น่าสนใจคือคำเหล่านี้เชิญชวนให้ตรวจสอบ ไม่ได้เรียกร้องให้เชื่อ คำว่าเอหิปัสสิโก แปลตรงตัวว่า จงมาดูเถิด ซึ่งเป็นคำพูดของคนที่ไม่กลัวถูกตรวจสอบ

ถ้อยคำชุดนี้มาในธชัคคสูตรและอีกหลายสูตร บทสวดไทยนำมาวางเรียงและปิดท้ายด้วยคำกราบเช่นเดียวกับบทก่อนหน้า

คำบาลี

  1. โย โส สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม โย โส สะหวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม พระธรรมนั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว
  2. สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก ผู้ปฏิบัติย่อมเห็นผลได้ด้วยตนเอง ไม่ขึ้นกับเวลา เรียกให้มาดูได้
  3. โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว ผู้รู้ย่อมรู้ได้เฉพาะตน
  4. ตมหํ ธมฺมํ อภิปูชยามิ ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมนั้น
  5. ตมหํ ธมฺมํ สิรสา นมามิ ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ ข้าพเจ้าขอน้อมเศียรเกล้ากราบพระธรรมนั้น

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้