อาทิตตปริยายสูตร
อาทิตฺตปริยายสุตฺตํพระธรรมเทศนาครั้งที่สาม แสดงแก่ชฎิลพันรูปที่ตำบลคยาสีสะ ว่าตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ล้วนกำลังลุกเป็นไฟด้วยราคะ โ…
ปจฺฉิมพุทฺโธวาทปาฐ
พระดำรัสสุดท้ายของพระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน ว่าสังขารทั้งหลายเสื่อมไปเป็นธรรมดา จงทำประโยชน์ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท
สวดในวันวิสาขบูชาและในงานที่เกี่ยวกับการจากไป และนิยมสวดทบทวนตอนสิ้นวันหรือก่อนนั่งภาวนา
เป็นบทสั้นมาก สวดจบภายในไม่กี่วินาที แต่ตั้งใจให้เป็นบทที่ทบทวนบ่อย ๆ มากกว่าสวดยาว ๆ ครั้งเดียว
ในมหาปรินิพพานสูตร เมื่อพระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพาน พระองค์ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วกล่าวประโยคนี้ จากนั้นก็ไม่ได้ตรัสอะไรอีก พระสูตรจึงบันทึกไว้ว่านี่คือพระปัจฉิมวาจา
เนื้อความมีสองส่วนที่ต่อกัน ส่วนแรกบอกความจริงว่าทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นย่อมเสื่อมสลาย ไม่เว้นแม้พระวรกายของพระองค์เอง ส่วนที่สองบอกว่าเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ควรทำคือไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเปล่า
บทนี้จึงไม่ได้ชวนให้หดหู่ แต่ชวนให้เห็นว่าเวลามีจำกัด และให้ใช้เวลาที่เหลือทำสิ่งที่ควรทำ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระธรรมเทศนาครั้งที่สาม แสดงแก่ชฎิลพันรูปที่ตำบลคยาสีสะ ว่าตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ล้วนกำลังลุกเป็นไฟด้วยราคะ โ…
บทขึ้นต้นของคัมภีร์พระอภิธรรมทั้งเจ็ด ที่พระสงฆ์สวดในงานศพและงานบำเพ็ญกุศลของไทย
คาถาที่ถือกันว่าเป็นพุทธอุทานครั้งแรกหลังตรัสรู้ เปรียบตัณหาเป็นนายช่างที่สร้างเรือนคือภพชาติขึ้นมาครั้งแล้วคร…
คาถาท้ายภารสูตร ว่าขันธ์ ๕ เป็นของหนัก การแบกถือไว้เป็นทุกข์ การวางลงได้เป็นสุข