สังฆานุสสติ
สงฺฆานุสฺสติบททบทวนคุณของหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง เป็นบทที่สามของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
พุทฺธาภิคีติ
บทกวีสรรเสริญพระพุทธเจ้า ต่อท้ายพุทธานุสสติ จบลงด้วยคำขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกิน
สวดต่อจากพุทธานุสสติทันที เป็นคู่กันเสมอในทำวัตรเย็น
สี่บรรทัดสุดท้ายเป็นคำขอขมา ธรรมเนียมคือหมอบกราบลงขณะสวด ถ้าสวดที่บ้านจะนั่งประนมมือก็ได้
บางสำนวนมีคำเปลี่ยนตามเพศของผู้สวด เช่น ทาโส สำหรับผู้ชาย ทาสี สำหรับผู้หญิง ในที่นี้ใช้สำนวนกลางแบบที่สวดกันทั่วไป
อภิคีติแปลว่าบทขับร้องสรรเสริญ บทนี้เป็นคำประพันธ์ของครูบาอาจารย์รุ่นหลัง ไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎก แต่ใช้สวดในวัดไทยมานาน เนื้อหานำภาพเปรียบมาใช้อย่างงดงาม เช่น พระพุทธเจ้าทรงปลุกคนดีให้ตื่นเหมือนดวงอาทิตย์ทำให้ดอกบัวบาน
คำว่าข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระพุทธเจ้า และขอมอบกายและชีวิตนี้ ฟังดูแรง แต่ความหมายคือการยอมวางความถือตัวลงและตั้งใจเดินตามทางที่พระองค์ชี้ ไม่ใช่การยกตนให้ใครเป็นเจ้าของ
บรรทัดที่ขอให้อันตรายทั้งปวงอย่ามีแก่ข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานตามธรรมเนียม ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น สิ่งที่ได้จริงคือใจที่หนักแน่นขึ้นเพราะได้ทบทวนสิ่งที่ตนนับถือก่อนเข้านอน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บททบทวนคุณของหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง เป็นบทที่สามของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
บททบทวนพระคุณของพระพุทธเจ้าตามถ้อยคำที่มาในพระไตรปิฎก สวดเป็นบทแรกของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
บทเปิดทำวัตรเย็น บูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียน แล้วกล่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้าสามครั้ง
บทพิจารณาห้าข้อเรื่องความแก่ ความเจ็บ ความตาย การพลัดพราก และการกระทำของตน นิยมสวดต่อท้ายทำวัตรเย็น