พุทธาภิคีติ
ทำวัตรเย็น

พุทธาภิคีติ

พุทฺธาภิคีติ

บทกวีสรรเสริญพระพุทธเจ้า ต่อท้ายพุทธานุสสติ จบลงด้วยคำขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกิน

โอกาสที่ใช้สวด

สวดต่อจากพุทธานุสสติทันที เป็นคู่กันเสมอในทำวัตรเย็น

สี่บรรทัดสุดท้ายเป็นคำขอขมา ธรรมเนียมคือหมอบกราบลงขณะสวด ถ้าสวดที่บ้านจะนั่งประนมมือก็ได้

บางสำนวนมีคำเปลี่ยนตามเพศของผู้สวด เช่น ทาโส สำหรับผู้ชาย ทาสี สำหรับผู้หญิง ในที่นี้ใช้สำนวนกลางแบบที่สวดกันทั่วไป

ความเป็นมา

อภิคีติแปลว่าบทขับร้องสรรเสริญ บทนี้เป็นคำประพันธ์ของครูบาอาจารย์รุ่นหลัง ไม่ใช่พุทธพจน์ในพระไตรปิฎก แต่ใช้สวดในวัดไทยมานาน เนื้อหานำภาพเปรียบมาใช้อย่างงดงาม เช่น พระพุทธเจ้าทรงปลุกคนดีให้ตื่นเหมือนดวงอาทิตย์ทำให้ดอกบัวบาน

คำว่าข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระพุทธเจ้า และขอมอบกายและชีวิตนี้ ฟังดูแรง แต่ความหมายคือการยอมวางความถือตัวลงและตั้งใจเดินตามทางที่พระองค์ชี้ ไม่ใช่การยกตนให้ใครเป็นเจ้าของ

บรรทัดที่ขอให้อันตรายทั้งปวงอย่ามีแก่ข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานตามธรรมเนียม ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น สิ่งที่ได้จริงคือใจที่หนักแน่นขึ้นเพราะได้ทบทวนสิ่งที่ตนนับถือก่อนเข้านอน

คำบาลี

  1. หนฺท มยํ พุทฺธาภิคีตึ กโรม เส หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส เชิญเถิด เราทั้งหลายมาสวดสรรเสริญพระพุทธเจ้ากันเถิด
  2. พุทฺธวารหนฺตวรตาทิคุณาภิยุตฺโต พุทธะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต พระพุทธเจ้าทรงประกอบด้วยพระคุณ มีความเป็นพระอรหันต์อันประเสริฐเป็นต้น
  3. สุทฺธาภิญาณกรุณาหิ สมาคตตฺโต สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต พระองค์มีพระทัยประกอบพร้อมด้วยพระปัญญาอันบริสุทธิ์และพระกรุณา
  4. โพเธสิ โย สุชนตํ กมลํว สูโร โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร ทรงปลุกคนดีให้ตื่น เหมือนดวงอาทิตย์ทำให้ดอกบัวบาน
  5. วนฺทามหํ ตมรณํ สิรสา ชิเนนฺทํ วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง ข้าพเจ้าขอกราบพระชินเจ้าผู้ไร้กิเลสพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า
  6. พุทฺโธ โย สพฺพปาณีนํ สรณํ เขมมุตฺตมํ พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นที่พึ่งอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
  7. ปฐมานุสฺสติฏฺฐานํ วนฺทามิ ตํ สิเรนหํ ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง พระองค์เป็นที่ตั้งแห่งการระลึกข้อที่หนึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบพระองค์ด้วยเศียรเกล้า
  8. พุทฺธสฺสาหสฺมิ ทาโส ว พุทฺโธ เม สามิกิสฺสโร พุทธัสสาหัสมิ ทาโส วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนายผู้ดูแลข้าพเจ้า
  9. พุทฺโธ ทุกฺขสฺส ฆาตา จ วิธาตา จ หิตสฺส เม พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้กำจัดทุกข์ และทรงเกื้อกูลประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
  10. พุทฺธสฺสาหํ นิยฺยาเทมิ สรีรญฺชีวิตญฺจิทํ พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง ข้าพเจ้าขอมอบกายและชีวิตนี้แด่พระพุทธเจ้า
  11. วนฺทนฺโตหํ จริสฺสามิ พุทฺธสฺเสว สุโพธิตํ วันทันโตหัง จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง ข้าพเจ้าจะดำเนินชีวิตไปด้วยการนอบน้อมในความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า
  12. นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ พุทฺโธ เม สรณํ วรํ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
  13. เอเตน สจฺจวชฺเชน วฑฺเฒยฺยํ สตฺถุ สาสเน เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอข้าพเจ้าจงเจริญในคำสอนของพระศาสดา
  14. พุทฺธํ เม วนฺทมาเนน ยํ ปุญฺญํ ปสุตํ อิธ พุทธัง เม วันทะมาเนนะ ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ บุญใดที่ข้าพเจ้าผู้กราบไหว้พระพุทธเจ้าได้ทำไว้ในที่นี้
  15. สพฺเพปิ อนฺตรายา เม มาเหสุํ ตสฺส เตชสา สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา ด้วยกำลังแห่งบุญนั้น ขออันตรายทั้งปวงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า
  16. กาเยน วาจาย ว เจตสา วา กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจก็ตาม
  17. พุทฺเธ กุกมฺมํ ปกตํ มยา ยํ พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง กรรมไม่ดีอันใดที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ในพระพุทธเจ้า
  18. พุทฺโธ ปฏิคฺคณฺหตุ อจฺจยนฺตํ พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง ขอพระพุทธเจ้าทรงรับคำขอขมาในความล่วงเกินนั้น
  19. กาลนฺตเร สํวริตุํ ว พุทฺเธ กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ เพื่อข้าพเจ้าจะได้สำรวมระวังในพระพุทธเจ้าต่อไป

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

บทสวดอื่นที่น่าสนใจ

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๕๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้