สังฆานุสสติ
สงฺฆานุสฺสติบททบทวนคุณของหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง เป็นบทที่สามของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
พุทฺธานุสฺสติ
บททบทวนพระคุณของพระพุทธเจ้าตามถ้อยคำที่มาในพระไตรปิฎก สวดเป็นบทแรกของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
สวดต่อจากคำบูชาพระรัตนตรัย เป็นบทแรกของชุดอนุสสติสามบท คือ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ และสังฆานุสสติ
ในวัดจะมีผู้นำสวดกล่าวบรรทัดแรก หันทะ มะยัง ... กะโรมะ เส ซึ่งเป็นคำชวนว่าเรามาสวดบทนี้กันเถิด แล้วทุกคนจึงสวดพร้อมกันตั้งแต่บรรทัดที่สอง ถ้าสวดคนเดียวจะข้ามบรรทัดแรกก็ได้
คำว่าอนุสสติแปลว่าการระลึกถึงเนือง ๆ พระพุทธเจ้าทรงแนะให้ใช้การระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พักของใจ ในอนุสสติฏฐานสูตรตรัสว่า ขณะที่อริยสาวกระลึกถึงพระตถาคตอยู่ ใจในขณะนั้นไม่ถูกราคะ โทสะ โมหะ ครอบงำ แต่ดำเนินไปตรง
บทนี้จึงไม่ใช่คาถา แต่เป็นการหยิบคุณของพระพุทธเจ้าขึ้นมาทบทวนทีละข้อ ตั้งแต่ความเป็นผู้ไกลจากกิเลส จนถึงความเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ เมื่อใจได้อยู่กับสิ่งเหล่านี้สักพัก ความฟุ้งซ่านของวันที่ผ่านมามักจะเบาลงเอง
ถ้อยคำที่ขึ้นต้นว่า กิตติศัพท์อันงามขจรไปแล้วอย่างนี้ เป็นคำที่ปรากฏซ้ำในพระสูตรหลายแห่ง เล่าว่าคนในสมัยนั้นได้ยินข่าวเรื่องพระพุทธเจ้าอย่างไรก่อนจะตัดสินใจไปหา
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บททบทวนคุณของหมู่สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรง เป็นบทที่สามของชุดอนุสสติในทำวัตรเย็น
บทกวีสรรเสริญหมู่พระอริยสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ ปิดท้ายชุดอนุสสติของทำวัตรเย็นด้วยคำขอขมา
บทพิจารณาห้าข้อเรื่องความแก่ ความเจ็บ ความตาย การพลัดพราก และการกระทำของตน นิยมสวดต่อท้ายทำวัตรเย็น
บทกวีสรรเสริญพระพุทธเจ้า ต่อท้ายพุทธานุสสติ จบลงด้วยคำขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกิน