สัพพีติโย และ โส อัตถลัทโธ (บทอนุโมทนา)
สพฺพีติโยบทที่พระสงฆ์ให้พรผู้ถวายทาน ขอให้พ้นจากสิ่งเลวร้าย มีความสุข และเจริญงอกงามพร้อมทั้งหมู่ญาติ
สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา
สามคาถาในธรรมบทที่ว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา
สวดทบทวนตอนเช้าหรือก่อนนอน และนิยมสวดในงานศพหรือเมื่อมีความสูญเสีย เพราะเป็นบทที่พูดถึงความเปลี่ยนแปลงตรง ๆ
ใช้เป็นบทพิจารณาก่อนนั่งสมาธิก็ได้ สวดช้า ๆ แล้วหยุดอยู่กับความหมายของแต่ละคาถาสักครู่ก่อนไปคาถาถัดไป
เมื่อใจกำลังเจ็บจากการสูญเสีย บทนี้ไม่ได้มีไว้เร่งให้เลิกเศร้า ความเศร้าเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่รัก หากความทุกข์หนักจนอยู่ลำบาก การพูดกับคนที่ไว้ใจหรือผู้ให้คำปรึกษาเป็นสิ่งที่ควรทำ และหากมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต ๑๓๒๓ (เบอร์ในประเทศไทย หากอยู่ต่างประเทศให้ติดต่อสายด่วนในประเทศที่อยู่)
สามคาถานี้อยู่ในมัคควรรคแห่งธรรมบท พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ และเป็นการสรุปสิ่งที่เรียกว่าไตรลักษณ์ คือลักษณะสามอย่างที่มีอยู่ในทุกสิ่งที่เกิดจากเหตุปัจจัย
สังขารในที่นี้ไม่ได้แปลว่าร่างกายอย่างเดียว แต่หมายถึงทุกสิ่งที่ประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัย ทั้งวัตถุ ความรู้สึก ความคิด ความสัมพันธ์ และสถานการณ์ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยงจึงทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และไม่มีแก่นที่เราสั่งให้เป็นอย่างใจได้ตลอด
สังเกตว่าคาถาที่สามเปลี่ยนคำจาก สังขาร เป็น ธรรม เพราะความเป็นอนัตตาครอบคลุมกว้างกว่า รวมถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากเหตุปัจจัยด้วย และท้ายทุกคาถาลงด้วยคำว่า นี้เป็นทางแห่งความหมดจด ซึ่งบอกว่าการเห็นความจริงข้อนี้ไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่เป็นทางออก
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
บทที่พระสงฆ์ให้พรผู้ถวายทาน ขอให้พ้นจากสิ่งเลวร้าย มีความสุข และเจริญงอกงามพร้อมทั้งหมู่ญาติ
บทให้พรสั้น ๆ ที่ใช้ปิดท้ายการสวดมนต์และงานบุญเกือบทุกงาน ขอให้มงคลและความสวัสดีมีแก่ผู้ฟัง
คำกล่าวถวายผ้าบังสุกุลพร้อมของบริวารแก่หมู่สงฆ์ ในงานทอดผ้าป่าซึ่งจัดได้ตลอดปี
บทพิจารณาก่อนฉันหรือก่อนกิน ว่ากินเพื่อให้ร่างกายอยู่ได้และทำสิ่งที่ควรทำต่อ ไม่ใช่เพื่อความสนุกหรือความสวยงาม