คำถวายภัตตาหารอุทิศผู้ล่วงลับ (มตกภัต)
มตกภตฺตทานคำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
ปตฺติทานํ
บทสั้นที่กล่าวหลังทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนบุญให้ญาติที่ล่วงลับ ตามถ้อยคำในติโรกุฑฑกัณฑ์
กล่าวหลังถวายทาน ทำบุญ หรือสวดมนต์เสร็จ ธรรมเนียมไทยนิยมรินน้ำลงภาชนะช้า ๆ ระหว่างกล่าว แล้วนำน้ำไปเทที่โคนต้นไม้
การรินน้ำเป็นเครื่องช่วยให้ใจอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่ใช่ตัวส่งบุญ ถ้าไม่มีน้ำ หรืออยู่ที่ทำงาน ก็เพียงตั้งใจระลึกถึงผู้ที่เราอยากอุทิศให้แล้วกล่าวบทนี้ได้เลย
ใช้ได้ทั้งในงานศพ วันครบรอบการจากไป และวันธรรมดาที่นึกถึงคนที่ไม่อยู่แล้ว
ติโรกุฑฑกัณฑ์ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ เล่าถึงญาติที่ล่วงลับซึ่งมาถึงเรือนเดิมของตน และบอกว่าเมื่อผู้อยู่ข้างหลังถวายทานแล้วอุทิศให้ ผู้ที่จากไปย่อมอนุโมทนาได้ พระสูตรยังกล่าวตรง ๆ ว่า การร้องไห้และความเศร้าโศกไม่ได้ช่วยผู้ที่จากไป แต่การให้ทานแล้วอุทิศนั้นช่วยได้
คำบาลีที่ใช้กรวดน้ำในไทยนำมาจากพระสูตรนี้โดยตรง ในพระไตรปิฎกเป็นคำที่ผู้ให้กล่าวถึงญาติของผู้อื่นว่า อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ ส่วนคำสวดที่ใช้กันเปลี่ยนเป็น อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ คือ ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติของข้าพเจ้า
สองบรรทัดหลังเป็นอุปมาในพระสูตรเดียวกัน ว่าน้ำจากลำธารที่เต็มเปี่ยมย่อมไหลลงไปเติมทะเลฉันใด สิ่งที่ให้จากโลกนี้ก็ถึงผู้ที่จากไปฉันนั้น จึงเป็นที่มาของธรรมเนียมรินน้ำขณะกล่าวคำอุทิศ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
คำกล่าวถวายอาหารแก่หมู่สงฆ์ในงานบุญอุทิศให้พ่อแม่และญาติที่จากไปแล้ว
บทสั้นสี่วรรคที่แผ่ส่วนบุญออกไปให้สัตว์ทั้งปวง ไม่จำกัดว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก
คำกล่าวถวายผ้าบังสุกุลพร้อมของบริวารแก่หมู่สงฆ์ ในงานทอดผ้าป่าซึ่งจัดได้ตลอดปี
บทให้พรสั้น ๆ ที่ใช้ปิดท้ายการสวดมนต์และงานบุญเกือบทุกงาน ขอให้มงคลและความสวัสดีมีแก่ผู้ฟัง