ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๓๐๗ · ข้อ 125 126 127 128 129 130 131
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๑๒๕] ครั้นเห็นท่านแล้วก็ยิ้มแย้ม

ได้กล่าวบทคาถาที่สมควรอันวิจิตร

เหมือนดอกกรรณิการ์ที่เป็นกลุ่ม

[๑๒๖] ท่านบอกข้าพเจ้าถึงพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ครั้งนั้น พระสารีบุตรผู้ฉลาด เป็นนักปราชญ์นั้น

ได้พูดกับข้าพเจ้าให้ยิ่งขึ้นไป

[๑๒๗] ข้าพเจ้าอันพระเถระผู้คงที่กล่าวถ้อยคำ

อันประกอบด้วยวิราคธรรม ยอดเยี่ยมที่เห็นได้ยาก

ให้ยินดีแล้ว ด้วยปฏิภาณอันวิจิตร

[๑๒๘] จึงหมอบลงแทบเท้าของท่านด้วยเศียรเกล้า

แล้วก็กล่าวว่า ขอได้โปรดให้กระผมบรรพชาเถิด

ลำดับนั้น ท่านพระสารีบุตร ผู้มีปัญญามาก

ได้นำข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๑๒๙] ข้าพเจ้าหมอบลงแทบพระยุคลพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว

นั่ง ณ ที่ใกล้พระศาสดา

พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐกว่าบัณฑิตทั้งหลาย

ได้ตรัสถามข้าพเจ้าว่า

วังคีสะ ศิลปะอะไร ๆ ของท่านมีอยู่จริงหรือ

[๑๓๐] (ข้าพเจ้ากราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า)

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ท่านรู้ศีรษะของคนที่ตายไปแล้วว่า

ไปสู่สุคติหรือทุคติจริงหรือ

ถ้าท่านสามารถรู้ได้ด้วยวิชาพิเศษของท่าน จงบอกมา

[๑๓๑] เมื่อข้าพเจ้าทูลรับรองแล้ว

พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงกะโหลกศีรษะ ๓ กะโหลก

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๑๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้