ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒-พุทธวงศ์-จริยาปิฎก
ฉบับ มจร. · เล่ม ๓๓ · หน้า ๕๖๗ · ข้อ 78 79 80 81 1 2
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๗๘] พระศาสดา ผู้มีพระสุรเสียงไพเราะดังเสียงนกการเวก

อันพระสารีบุตรนั้นทูลถามแล้ว ทรงพยากรณ์ให้เย็นใจ

และทรงทำมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกให้ร่าเริง

[๗๙] พระศาสดาทรงประกาศประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก

ที่พระพุทธชินเจ้าในอดีตทรงแสดงไว้ ทรงชมเชย

ที่นำสืบ ๆ กันมาของพระพุทธเจ้า

ด้วยพระพุทธญาณที่ไปตามปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ในโลกพร้อมทั้งเทวโลกว่า

[๘๐] ท่านทั้งหลายจงทำจิตให้เกิดปีติปราโมทย์

ให้บรรเทาลูกศรคือความเศร้าโศก ให้ได้สมบัติทั้งปวงแล้วจงฟังเรา

[๘๑] ท่านทั้งหลายจงดำเนินไปตามมรรคที่ย่ำยีความเมา

บรรเทาความเศร้าโศก เปลื้องตนจากสงสาร

เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง โดยความเคารพเถิด

รตนจังกมนกัณฑ์ จบ

๒. สุเมธกถา

ว่าด้วยสุเมธพุทธเจ้า

{๒} [๑] ใน ๔ อสงไขย ๑๐๐,๐๐๐ กัป

มีนครหนึ่งชื่อว่าอมระ เป็นนครที่น่าชม น่ารื่นรมย์ใจ

[๒] เป็นนครที่สมบูรณ์ด้วยข้าว น้ำ

ไม่ว่างเว้นจากเสียง ๑๐ ประการ

คือ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงกลอง เสียงสังข์

เสียงรถ(เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงเพลงขับ เสียงฉิ่ง)

และเสียงเชื้อเชิญด้วยของกินและเครื่องดื่มว่า

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๑๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้