พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
... มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกปราศจากราคะ ... ปราศจากโทสะ ... ปราศจากโมหะ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบอาบัติทราม
... มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกต้องอาบัติปาราชิก ... อาบัติสังฆาทิเสส ... อาบัติถุลลัจจัย ... อาบัติปาจิตตีย์ ... อาบัติปาฏิเทสนียะ ... อาบัติทุกกฏ ... อาบัติทุพภาสิต ดังนี้ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
... มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโสดาบัน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาททราม
... มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกมีความประพฤติดังอูฐ ... ดังแพะ ... ดังโค ... ดังลา ... ดังสัตว์ดิรัจฉาน ... ดังสัตว์นรก สุคติของท่านพวกนั้นไม่มี ท่านพวกนั้นต้องหวัง ได้แต่ทุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
... มีอนุปสัมบันในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นบัณฑิต ... เป็นคนฉลาด ... เป็นคน มีปัญญา ... เป็นพหูสูต ... เป็นธรรมกถึก ทุคติของท่านพวกนั้นไม่มี ท่านพวกนั้นต้อง หวังได้แต่สุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติทราม
[๒๕๒] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ไม่ปรารถนา จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า อนุปสัมบันจำ- พวกไรกันแน่ เป็นชาติคนจัณฑาล ... ชาติคนจักสาน ... ชาติพราน ... ชาติคนช่างหนัง ... ชาติ คนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
... อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นชาติกษัตริย์ ... ชาติพราหมณ์ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.