... ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำนาญในทุติยฌาน ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ทุติยฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
บอกตติยฌาน
... เข้าตติยฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เข้าตติยฌานอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้เข้าตติยฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ได้ตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ชำนาญในตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ตติยฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
บอกจตุตถฌาน
... เข้าจตุตถฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เข้าจตุตถฌานอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้เข้าจตุตถฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ได้จตุตถฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ชำนาญในจตุตถฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... จตุตถฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
บอกสุญญตวิโมกข์
[๓๑๑] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าสุญญตวิโมกข์แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ข้าพเจ้าเข้าสุญญตวิโมกข์อยู่ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ข้าพเจ้าเป็นผู้เข้าสุญญตวิโมกข์แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้สุญญตวิโมกข์ ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำนาญในสุญญตวิโมกข์ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... สุญญตวิโมกข์ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
บอกอนิมิตตวิโมกข์
... เข้าอนิมิตตวิโมกข์แล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.