มหาวิภังค์ ภาค ๒
ฉบับหลวง · เล่ม ๒ · หน้า ๕๓๒ · ข้อ 623
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๖. สุราปานวรรค สิกขาบทที่ ๙

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร

[๖๒๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ท่านพระอุปนันทศากยบุตร วิกัปจีวรเองแก่ ภิกษุสัทธิวิหาริกของภิกษุผู้เป็นพี่น้องกัน แล้วใช้สอยจีวรนั้น ซึ่งยังมิได้ถอน ครั้นแล้วภิกษุนั้น เล่าเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายว่า อาวุโสทั้งหลาย ท่านพระอุปนันทศากยบุตรนี้ วิกัปจีวรเอง แก่ผมแล้วใช้สอยจีวรนั้นซึ่งยังมิได้ถอน บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ท่านพระอุปนันทศากยบุตรวิกัปจีวรเองแก่ภิกษุแล้ว ไฉน จึงได้ใช้สอยจีวรนั้น ซึ่งยังมิได้ถอนเล่า? แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

ทรงสอบถาม

พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามว่า ดูกรอุปนันท์ ข่าวว่า เธอวิกัปจีวรเองแก่ภิกษุแล้วใช้ สอยจีวรนั้นซึ่งยังมิได้ถอน จริงหรือ?

พระอุปนันทศากยบุตรทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทางติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ เธอวิกัปจีวรเองแก่ภิกษุแล้ว ไฉน จึงได้ใช้สอยจีวรนั้นซึ่งยังมิได้ถอนเล่า? การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ...

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ

๑๐๘. ๙. อนึ่ง ภิกษุใดวิกัปจีวรเอง แก่ภิกษุก็ดี ภิกษุณีก็ดี สิกขมานาก็ดี

สามเณรก็ดี สามเณรีก็ดี แล้วใช้สอยจีวรนั้น ซึ่งไม่ให้เขาถอนก่อน เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระอุปนันทศากยบุตร จบ