ประสงค์จะบอกเข้าทุติยฌาน
[๓๓๖] บทว่า บอก คือ ภิกษุประสงค์จะบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าทุติยฌาน แล้ว แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าตติยฌานแล้ว ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ๑-
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าปฐมฌานแล้ว ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่ เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ๒-
บทว่า บอก คือ ภิกษุประสงค์จะบอกแก่อนุปสัมบันว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าปฐมฌานแล้ว ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ๓-
... แต่บอกว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
สัพพมูลกนัย
บทว่า บอก คือภิกษุประสงค์จะบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน สุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ อัปปณิหิตวิโมกข์ สุญญตสมาธิ อนิมิตต สมาธิ อัปปณิหิตสมาธิ สุญญตสมาบัติ อนิมิตตสมาบัติ อัปปณิหิตสมาบัติ วิชชา ๓ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ โสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล และอรหัตผลแล้ว ราคะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว โทสะข้าพเจ้าสละแล้ว ... โมหะข้าพเจ้าสละแล้ว ... จิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ #๑. ที่ ฯลฯ ฯลฯ ไว้นี้หมายถึงว่า ประสงค์จะบอกว่า เข้าทุติยฌาน แต่บอกว่า เข้าจตุตถ #ฌาน เข้าวิโมกข์ เข้าสมาธิ เข้าสมาบัติ ตลอดถึงจิตเปิดจากโมหะ ฯ #๒. หมายถึงประสงค์จะบอกว่าเข้าตติยฌาน แต่บอกว่าเข้าจตุตถฌาน เข้าวิโมกข์ เข้าสมาธิ #เข้าสมาบัติ ตลอดถึงจิตเปิดจากโทสะ ฯ #๓. หมายถึงประสงค์จะบอกจิตเปิดจากโมหะ แต่บอกว่าเข้าทุติยฌาน ตติยฌาน เป็นต้น ไปถึง
#จิตเปิดจากโมหะ ฯ