... เป็นผู้เข้าปฐมฌานแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ได้ปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ชำนาญในปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... ปฐมฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
บอกเข้าปฐมฌานและจิตเปิดจากโทสะ
... ข้าพเจ้าเข้าปฐมฌานแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ดังนี้, ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เข้าปฐมฌานอยู่ และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้เข้าปฐมฌานแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ได้ปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ชำนาญในปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... ปฐมฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ... ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
บอกเข้าปฐมฌานและจิตเปิดจากโมหะ
... เข้าปฐมฌานแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เข้าปฐมฌานอยู่ และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้เข้าปฐมฌานแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ได้ปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... เป็นผู้ชำนาญในปฐมฌาน และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์
... ปฐมฌานข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว และจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ... ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์.
บอกเข้าทุติยฌานและตติยฌาน
[๓๓๓] บทว่า บอก คือ ภิกษุบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าทุติยฌานและตติยฌาน แล้ว ดังนี้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เข้าทุติยฌานและตติยฌานอยู่ ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้เข้าทุติยฌานและตติยฌานแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ได้ทุติยฌานและตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... เป็นผู้ชำนาญในทุติยฌานและตติยฌาน ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
... ทุติยฌานและตติยฌาน ข้าพเจ้าทำให้แจ้งแล้ว ... ต้องอาบัติปาจิตตีย์.