มหาวิภังค์ ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒ · หน้า ๒๒๔ · ข้อ 175
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แม้เว้นความทำลายทางกายทวารและวจีทวารเสีย จะพึงทรงบัญญัติอาบัติด้วย เหตุเพียงจิตตุปบาท (เพียงเกิดความคิด) ใครจะพึงสามารถทำตนไม่ให้เป็น อาบัติได้เล่า ? เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ ! เธอไม่ต้องอาบัติ เพราะเพียงแต่เกิดความคิดขึ้น๑ แต่ภิกษุก็ไม่ควรเป็นไปใน อำนาจแห่งจิต, ควรห้ามจิตไว้ด้วยกำลังแห่งการพิจารณาทีเดียวแล. เรื่องการ จับต้องผ้า ทำให้ผ้าไหวและทำให้ผ้าเคลื่อนจากฐาน มีเนื้อความตื้นแล้วทั้งนั้น. ส่วนเรื่องทั้งหลายซึ่งถัดจากเรื่องที่ทำผ้าให้เคลื่อนจากฐานนั้นไป มีเรื่องว่า ภิกษุมีไถยจิต หยิบทรัพย์นั้นขึ้นจากพื้นดิน๒ เป็นที่สุด มีเนื้อความตื้นแล้ว ทั้งนั้น.

ในเรื่องตอบคำถามนำ มีวินิจฉัยดังนี้ :-

บทว่า อาทิยิ ความว่า ภิกษุเจ้าของจีวร จับแล้ว คือ ยึดไว้ว่า

ท่านเป็นโจร. ส่วนภิกษุผู้ลักจีวรนอกนี้ เมื่อถูกภิกษุเจ้าของจีวร ถามว่า จีวร

ของผม ใครลักไป ? จึงได้ให้คำปฏิญญา โดยเสมอกับคำถามว่า ผมลักไป. จริงอยู่ ถ้าภิกษุเจ้าของจีวรนอกนี้จักกล่าวว่า จีวรของผม ใครถือเอา ใคร นำไป ใครเก็บไว้ ?, แม้ภิกษุนี้ ก็จะพึงตอบว่า ผมถือเอา หรือว่า ผมนำไป หรือว่า ผมเก็บไว้ แน่นอน. ธรรมดาว่าปาก อันธรรมดาแต่งไว้ เพื่อประโยชน์ แก่การบริโภค และเพื่อประโยชน์แก่การพูด แต่เว้นไถยจิตเสีย ก็ไม่เป็นอว- หาร เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุ ! เธอ ไม่เป็นอาบัติ เพราะตอบตามคำถามนำ ดังนี้. อธิบายว่า ไม่เป็นอาบัติ

เพราะเพียงแต่กล่าวโดยสำนวนโวหาร. เรื่องที่ถัดจากเรื่องตอบตามคำถามนำ๓

นั้นไป ซึ่งมีเรื่องผ้าโพกเป็นที่สุด ทั้งหมดมีเนื้อความตื้นแล้วทั้งนั้น. //๑. วิ. มหา. ๑/๑๐๕ ๒. วิ. มหา. ๑/๑๐๗ ๓. วิ. มหา. ๑/๑๐๗.