มหาวิภังค์ ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒ · หน้า ๖๒๑ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พึงทราบความเชื่อมอรรถแห่งบทในคำว่า อลมริยาณทสฺสนํ นี้ อย่างนี้ คือ ปัญญาทั้งที่เป็นโลกิยะและโลกุตระ ชื่อว่า ญาณ เพราะอรรถ ว่ารู้, ชื่อว่า ทัสสนะ เพราะอรรถว่า เห็น เพราะกระทำซึ่งธรรมให้เป็นประดุจ เห็นด้วยจักษุ ; เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าญาณทัสสนะ. ญาณทัสสนะ อย่างประเสริฐ คือ อย่างบริสุทธิ์อย่างสูงสุด; เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อริยญาณทัสสนะ. ญาณทัสสนะอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ คือ แกล้วกล้า สามารถกำจัดกิเลส มีอยู่ในอุตริมนุสธรรมต่างประเภท มีฌานเป็นต้นนี้ หรือว่าญาณทัสสนะอย่าง ประเสริฐ อย่างสามารถ เป็นของแห่งอุตริมนุสธรรมนั้น; เพราะเหตุนั้น อุตริมนุสธรรมนั้น จึงชื่อว่า มีความรู้เห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ. ภิกษุ ไม่รู้จริง กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม อันมีความรู้เห็นอย่างประเสริฐ อย่าง สามารถนั้น.

ในบทภาชนะนั้น อุตริมนุสธรรมนั้น ท่านเรียกว่า อลมริยญาณ- ทัสสนา ด้วยญาณทัสสนะใด, เพื่อแสดงญาณทัสสนะนั้นนั่นแล ท่านพระ อุบาลีจึงกล่าวบทภาชนะ ด้วยวิชชาเป็นใหญ่ว่า ญาณ นั้น ได้แก่ วิชชา ๓. ทัสสนะ นั้น คือ ญาณอันใด ทัสสนะก็อันนั้น ทัสสนะอันใด ญาณก็อัน

นั้น. แต่ในบทว่า าณํ นี้ ปัญญาแม้ทั้งหมดที่เป็นมหัคคตและโลกุตระ พึง

ทราบว่า ญาณ.

บทว่า สมุทาจเรยฺย ความว่า พึงอวดอุตริมนุสธรรม มีประการ ดังกล่าวแล้ว ทำให้น้อมเข้ามาในตน. ส่วนบทว่า อิตฺถิยา วา เป็นต้น ชี้

ถึงบุคคลที่ภิกษุจะพึงอวด. จริงอยู่ เมื่ออวดอุตริมนุสธรรมแก่บุคคลเหล่านี้ ย่อม

เป็นอันอวด. เมื่ออวดแก่เทวดา มาร พรหมหรือแม้แก่เปรต ยักษ์ และ

สัตว์ดิรัจฉาน หาเป็นอันอวดไม่ แล.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อรรถกถาปาราชิกข้อ ๔ เริ่มต้น: ภิกษุริมฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาและอุปมามหาโจร ๕ จำพวก
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า