พระวินัย เพราะรู้ว่าท่านไม่เป็นอาบัติ. คำที่เหลือในเรื่องพระอัชชุกะนี้ มี เนื้อความตื้นทั้งนั้น.
ในเรื่องเมืองพาราณสี มีวินิจฉัยดังนี้:-.
สองบทว่า โจเรหิ อุปฺปทฺทุตํ ความว่า ถูกพวกโจรปล้น แล้ว.
หลายบทว่า อิทฺธิยา อาเนตฺวา ปาสาเท เปสิ ความว่า ได้ ยินว่า พระเถระได้เห็นสกุลนั้น เพียบพร้อมอยู่ด้วยลูกศรคือความโศก วนเวียน กลับไปกลับมาอยู่ จึงได้อธิษฐานปราสาทของตนเหล่านั้นแล ด้วยฤทธิ์ของ ตนว่า จงปรากฏมีในที่ใกล้เด็กทั้งหลาย โดยความอนุเคราะห์ธรรม เพื่อความ กรุณา เพื่อประโยชน์แก่การตามรักษาความเลื่อมใสแห่งสกุลนั้น. เด็กทั้ง ๒ ก็จำได้ว่า ปราสาทของพวกเรา จึงได้ขึ้นไป. ลำดับนั้นพระเถระได้คลายฤทธิ์
แล้ว. แม้ปราสาทก็ได้ตั้งอยู่ในที่ของตนตามเดิม. แต่พระธรรมสังคาหกาจารย์
ทั้งหลาย กล่าวไว้ด้วยอำนาจโวหารว่า พรเถระนำเด็ก ๒ นั้นมาด้วยฤทธิ์ แล้วพักไว้ในปราสาท.
บทว่า อิทฺธิวิสเย คือ ไม่เป็นอาบัติ เพราะอธิษฐานฤทธิ์เช่นนี้. ส่วนฤทธิ์ คือการแผลต่าง ๆ ย่อมไม่ควร ฉะนี้และ. ๒ เรื่องในที่สุด มีเนื้อ ความตื้นทั้งนั้นแล.
จบทุติยปาราชิกวรรณนา ในวินัยสังวรรณนา
ชื่อสมันตปาสาทิกา
[คาถาสรูปทุติยปาราชิกสิกขาบท]
ในทุติยปาราชิกสิกขาบทนี้ มีอนุศาสนี ดังต่อไปนี้
ทุติยปาราชิกสิกขาบทนี้ใด อันพระ
ชินเจ้าผู้ไม่เป็นที่ ๒ มีกิเลสอันพ่ายแพ้แล้ว