มหาวิภังค์ ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒ · หน้า ๒๓๕ · ข้อ 175
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เจ้าของหรือชนอื่น ซึ่งเจ้าของวาน กำลังถวาย เมื่อภิกษุกล่าวว่า ท่านจงให้ ส่วนแก่ภิกษุอีกรูปหนึ่ง แล้วถือเอาเป็นภัณฑไทย. เมื่อภิกษุถือเอาอาหารมี ข้าวสุกเป็นต้นที่ชนอื่นกำลังถวาย พึงปรับตามราคาสิ่งของ เมื่ออาหารมีข้าวสุก เป็นต้นอันภิกษุซึ่งสงฆ์มิได้สมมติ หรือคนที่เจ้าของมิได้วาน ถวายอยู่ ภิกษุ เมื่อกล่าวว่า ท่านจงให้อีกส่วนหนึ่ง แล้วถือเอาก็ดี นับพรรษาโกง ถือเอาก็ดี พึงปรับตามราคาสิ่งของ ในขณะที่ยกส่วนนั้นขึ้นทีเดียว ดุจในปัตตจตุกกะ

ฉะนั้น. อาหารมีข้าวสุกเป็นต้น ที่เหล่าชนนอกนี้ถวายอยู่ เมื่อภิกษุถือเอา

ด้วยอาการอย่างนั้น เป็นภัณฑไทย. ส่วนสิ่งของ ๆ คฤหัสถ์ที่เจ้าของเขาวาน ไว้ว่า ท่านจงถวายแก่ภิกษุนี้ ก็ดี เจ้าของเขาถวายเองก็ดี ก็เป็นอันถวาย แล้ว ฉะนี้แล. ในอธิการว่าด้วยวัตถุมีข้าวสุกเป็นต้นนี้ มีสาระจากคำวินิจฉัย ใน อรรถกถาทั้งปวงเพียงเท่านี้.

ในเรื่องทั้งหลายทีเรื่องร้านขายข้าวสุกเป็นต้น มีวินิจฉัยดังนี้:- เรือน สำหรับหุงข้าวสวยขาย ชื่อโอทนิยฆระ (คือร้านขายข้าวสุก). เรือนสำหรับ แกงเนื้อขาย ชื่อสูนาฆระ* (คือร้านขายแกงเนื้อ). เรือนสำหรับเจียวทอด ของขบเคี้ยวขาย ชื่อปูวฆระ (คือร้านขายขนม). คำที่เหลือในเรื่องร้านขาย ข้าวสุกเป็นต้น มีปรากฏชัดแล้วในเรื่องบริขารนั่นแล

ในเรื่องตั่ง มีวินิจฉัยดังนี้ ภิกษุรูปนั้น กำหนดหมายถุงไว้ แล้ว จึงให้ตั่งเลื่อน ป ด้วยคิดว่า เราจัก ถือเอาถุง ซึ่งมาถึงที่นี้. เพราะเหตุนั้น ในการเลื่อนตั่งไป อวหารจึงไม่มีแก่ภิกษุรูปนั้น แต่ท่านปรับเป็นปาราชิก ในการให้เลือนไปแล้วถือเอา จากโอกาสที่กำหนดหมายไว้ ก็ภิกษุเมื่อนำไป อย่างนั้น ถ้าไม่มีไถยจิตในตั่ง พระวินัยธรพึงให้ตีราคาถุง ปรับอาบัติ. ถ้ามี แม้ในตัวตั่ง ควรให้ราคาทั้ง ๒ อย่าง ปรับอาบัติ. //* บาลีเดิมเป็น สูนฆรํ.