มหาวิภังค์ ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒ · หน้า ๖๕๘ · ข้อ 300
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แม้ในเรื่องภิกษุณี เรื่องสิกขมานา เรื่องสามเณร เรื่องสามเณรีเปรต ก็ วินิจฉัยนี้เหมือนกัน.

[เรื่องแม่น้ำตโปทา]

ในเรื่องแม่น้ำตโปทา พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ :- บทว่า อจฺโฉทโก แปลว่า มีน้ำใส.

บทว่า สีโตทโก แปลว่า มีน้ำเย็น.

บทว่า สาโตทโก แปลว่า มีน้ำรสอร่อย

บทว่า เสโตทโก แปลว่า มีน้ำบริสุทธิ์ คือ ไม่มีสาหร่ายแหน และเปือกตม.

บทว่า สุติฏฺโ คือ เช้าถึงแล้วด้วยท่าทั้งหลายที่ดี.

บทว่า รมณีโย แปลว่า น่าให้เกิดความยินดี.

บทว่า จกฺกมตฺตานิ แปลว่า มีประมาณเท่าล้อรถ.

ข้อว่า กุฏฺิตา สนฺทติ ความว่า เป็นแม่น้ำร้อนจัด เดือดพล่าน ไหลไปอยู่.

บทว่า ยตายํ ภิกฺขเว ตัดบทเป็น ยโต อยํ ภิกฺขเว แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! แม่น้ำตโปทานี้ ไหลมาแต่ที่ใด ... ?

บทว่า โส ทโห แปลว่า ห้วงน้ำนั้น.

ถามว่า ก็แม่น้ำตโปทานี้ ไหลมาแต่ที่ไหน ?

แก้ว่า ได้ยินว่า ภายใต้ภูเขาเวภารบรรพต มีภพนาคประมาณ ๕๐๐ โยชน์ ของพวกนาคผู้อยู่บนภาคพื้น เช่นกับเทวโลกประกอบด้วยพื้นอันสำเร็จ ด้วยแก้วมณี และด้วยอาราม และอุทยาน. ห้วงน้ำนั้น อยู่ในที่เล่นของพวกนาค

ในภพนาคนั้น. แม่น้ำตโปทานี้ ไหลมาแต่ห้วงน้ำนั้น.