๒๑. . . .ทุติยฌานและสกทาคามิผล . . . ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๒. . . .ทุติยฌานและอนาคมิผล . . ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๓. . . .ทุติยฌานและอรหัตผล . .. ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๔. . . .ทุติยฌานและราคะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว
ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๕. . . .ทุติยฌานและโทสะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว
ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๖. . . .ทุติยฌานและโมหะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว
ละแล้ว สลัดแล้ว เพิกแล้ว ถอนแล้ว . . . ต้องอาบัติปาราชิก.
๒๗. . . .ทุติยฌานและจิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ . . . ต้องอาบัติ
ปาราชิก.
๒๘. . . .ทุติยฌานและจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ . . . ต้องอาบัติ
ปาราชิก.
๒๙. . . .ทุติยฌานและจิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ . . . ต้องอาบัติ
ปาราชิก.
๒๐. . . . ทุติยฌานและปฐมฌาน . . . ต้องอาบัติปาราชิก.
พัทธจักร จบ
พัทธจักรเอกมูลกนัย ท่านตั้งอุตริมนุสธรรมข้อหนึ่ง ๆ เป็นมูลแล้ว เวียนไปโดยวิธีนี้ นี้ท่านย่อไว้.
พัทธจักร เอกมูลกนัย
[๒๖๘] ๑. ภิกษุรู้อยู่ กล่าวเท็จว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ และข้าพเจ้าเข้าแล้ว เข้าอยู่ เข้าได้แล้ว เป็นผู้ได้ เป็นผู้ชำนาญ ทำให้แจ้ง